• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 203
  • จำนวนผู้ชม : 23545
  • จำนวนผู้โหวต : 100
  • ส่ง msg :
วานิช สุนทรนนท์ นสพ.ฅนตรัง
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrang49
วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน 2551
ผมอาจจะเป็นคนอ่อนไหว แต่ไม่ใช่เจ้าชาย... คอลัมน์ เช้าที่รุ้งทอสาย โดย วานิช สุนทรนนท์ นสพ.บินหลา ไทม์ ฉบับวันที่ 1-15 มิ.ย. 51
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 131 , 12:18:05 น.  
พิมพ์หน้านี้


ผมอาจจะเป็นคนอ่อนไหว

แต่ไม่ใช่เจ้าชาย...

๑.           ในวันเวลาที่ผ่านมาไม่นานนัก ผมเคยเล่าให้หญิงสาวคนหนึ่งฟังถึงหนังเรื่องนี้...

                มีหนุ่มนักท่องเที่ยวนายหนึ่ง เขาเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น ระหว่างเวลาที่เป็นลูกทัวร์ของบริษัทในเมือง เขาได้นั่งรถไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆ มากมายในกรุงโตเกียว สาวน้อยที่คอยอธิบาย หน้าตาสวยนัก บางครั้งที่เธอร้องเพลงให้คนโดยสารฟัง ไพเราะเหลือเกิน…

                วันผ่าน เวลาผ่าน ชายหนุ่มเริ่มสานความสนิทสนมกับเธอเพิ่มมากขึ้น จนไปไหนมาไหนเป็นการส่วนตัว ไปกินข้าว ไปฟังเพลง ไปร้านหนังสือ สองสายตาที่ต่างมองกันไปมาอยู่บ่อยๆ รอยยิ้มที่ทำให้โลกสว่าง เสียงหัวเราะ... ใครพบเห็นก็เข้าใจได้ถึงความรู้สึกสดใสนั้น...

                 เป็นอยู่อย่างนี้ มีความสุขอยู่อย่างนี้ ถึงเจ็ดวัน เจ็ดคืน คืนสุดท้ายนั่นแหละ ที่ชายหนุ่มบอกว่า พรุ่งนี้จะต้องเดินทางกลับบ้านแล้ว พร้อมกันนั้น เขายังสารภาพกับสาวเจ้าด้วยว่า เขาเป็นเจ้าชายของประเทศหนึ่ง ไปด้วยกันกับเขาเถอะ เพื่อสักวันหนึ่ง เธอจะได้เป็นราชินี...

                เช้าวันต่อมา หญิงสาวชาวญี่ปุ่นยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไปบนรถคันเดิม ด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง ด้วยเสียงร้องเพลงเดิมที่เศร้าลง ชีวิตไม่ใช่ความฝัน เธอกล้าที่จะอยู่กับความเป็นจริงมากกว่าอย่างน่าชื่นชม แม้จะรวดร้าวลึกๆ อยู่ภายใน...

                ‘Seven Nights in Japan’ หนังเรื่องนี้จบลงไปนานแล้ว แม้แทบจะจดจำเรื่องราวอื่นๆ อีกไม่ได้ แต่ความหมายหม่นหมองยังกึกก้องอยู่ในใจผมทุกทีที่คิดถึง...

๒.         หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมบังเอิญได้รู้จักกับน้องผู้หญิงคนหนึ่ง...

                ดูเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผมบอกว่า รู้จักเธอทางอากาศ... ผมหมายถึง ในเว็บบล็อกที่ผมอาศัยเป็นที่เผยแพร่ผลงานที่ได้หัดๆ เขียนไว้ จะทำให้เธอไม่ค่อยพอใจ และจะย้ำอยู่เสมอว่า เธอรู้จักผมในร้านหนังสือ

                เป็นความบังเอิญ... อย่าร้ายกาจกระมัง เพราะเธอเป็นคนหนึ่งที่เคยควักกระเป๋าหยิบหนังสือเล่มล่าสุดของผม ‘หรือจะเป็นบันทึกบทสุดท้ายถึงหญิงสาว’ ในร้านแห่งหนึ่ง แถวๆ กรุงเทพฯ และต่อมาพอผมมาเริ่มเตาะแตะกับการทำบล็อก เธอก็เข้ามาทักทาย ถูกต้องแล้วครับ เธอรู้จักผมครั้งแรกในร้านหนังสือ...

                แต่... ผมรู้จักเธอครั้งแรกในเว็บบล็อกจริงๆ ครับ ครั้งแรก และครั้งสุดท้าย...

๓.           หลายๆ ครั้งที่ผมพลอยสนุกไปกับการนำอะไรๆ ลงไปเผยแพร่ในพื้นที่ส่วนตัวที่เป็นของสาธารณะแห่งนี้ เพราะพอเราส่งอะไรไปลงไว้ ก็จะมีคนเข้ามาอ่าน แวะเข้ามาเยี่ยมชม อย่างไรก็ตาม ผมก็เชื่อว่า จำนวนหนึ่งในนั้น อาจจะเพียงเปิดเข้ามาดู เมื่อรู้ว่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ก็จะออกไป แต่ก็มีอีกมากมายที่ตั้งใจอ่าน และได้ฝากความคิด ความเห็นดีๆ เอาไว้ด้านล่างของงานเขียนแต่ละชิ้น

               เธอ... เป็นคนหนึ่งที่ได้ติดตามงานเขียนอ่อนหัดเหล่านั้นของผม หลายๆ ครั้งที่ได้ฝากความเห็น หรือข้อเสนอแนะดีๆ ไว้ หลายวันเข้าก็ดูเหมือนว่าจะรู้จักกันสนิทสนมขึ้น ครับ... ในอากาศ จนผมเกิดความรู้สึกแปลกใหม่ว่า เออหนอ... พัฒนาการของโลกสมัยนี้ ทำให้เรามีเพื่อนเพิ่มขึ้นได้ แม้จะไม่เคยพบหน้าค่าตา

                บางค่ำคืนดึกๆ เธอเคยฝากดวงดาวที่พร่างพราวบนราวฟ้ามาบอกว่า... ผม... เป็นเสมือนเจ้าชาย... เจ้าชายผู้อ่อนไหว...

                ทุกค่ำคืนดึกๆ ผมยังไม่เข้านอน ยังเที่ยวท่องไปใน ‘อากาศ’ แห่งนี้ หลายหนที่ผมบินไปพบกับหิ่งห้อยน้อยแสง หมู่ดาวที่ส่องกระพริบริบหรี่อยู่แสนไกล บางคืนก็พบกับดอกไม้ลายสวยที่ถูกทิ้งให้กลีบกระจาย และอีกหลากหลายมิติซ่อนเร้นที่ชวนฝัน ถ้าเป็นคนที่หวั่นไหว ง่วงง่าย...

               บ้างก็สดใส งามนัก บ้างก็น่าเกลียดน่าชัง มีเหมือนกัน ที่คล้ายจะยินเสียงกระซิบเตือนว่า อย่าหลงล่องลอยคล้อยตามกับโลกใบใหม่ ที่เพิ่งย่างเท้าเข้าสู่ อย่าเชื่อใครง่ายๆ ไม่มีความจริงใจเหลือฟุ้งอยู่ใน ‘อากาศ’ แถวนี้อีกแล้ว...

๔.           ผมไม่เชื่อว่า จะมีใครสักคน หรือไม่ ที่ได้อ่านหนังสือสักเล่มจบลง แล้วพลันเชื่อเป็นจริงเป็นจังไปทั้งหมด

                “อย่าเชื่อ อย่าตั้งใจ อย่าคาดหวังใดๆ กับพี่ ถามว่าที่ได้เขียนลงไปในหนังสือเล่มนี้แล้ว เป็นความจริงหรือไม่ ใช่... เป็นความจริง ที่ชีวิตเสี้ยวหนึ่งได้ก่อเกิดความผิดพลาดขึ้นมา จนต้องหายใจอยู่ตามลำพังเช่นนี้ แต่ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ยังไม่ได้เล่า ยังไม่ได้เขียน ซึ่งก็เป็นความจริง และทั้งหมดนั้นเธอยังไม่รู้...จักพี่เพียงพอ...”

                ความจริงแล้ว การได้รู้จัก หรือมีเพื่อนเพิ่มขึ้นสักคน เป็นสิ่งดีงามเสมอ แต่ไม่ใช่เพื่อการครอบครองอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่วันเวลาที่ต้องมาหึงหวง ห่วงหา... ที่หลายต่อหลายครา ไม่มีเหตุผล แม้จะยอมรับกันว่า เหตุผลของคนหนึ่ง ไม่อาจจะเป็นเหตุผลของอีกคนหนึ่งได้ก็ตาม...

                 สำหรับเธอ... ผมจำเป็นต้องหายตัวไปแล้ว และอยากจะบอกความจริงอีกอย่าง... ผมอาจจะอ่อนไหวไปบ้างบางอารมณ์ นั่นแสดงว่า ผมยังไม่ตาย ยังมีความรู้สึกละเมียดละไมเหลืออยู่ในบางค่ำคืน แต่... ผมไม่ใช่เจ้าชาย...

                 ที่ผ่านมาผมเจ็บปวดรวดร้าวมาราวจะขาดใจ กับความผิดพลาดครั้งใหญ่ของชีวิตที่ผ่านแล้วเรียกคืนไม่ได้ วันที่ต้องหายใจอยู่ตามลำพังเช่นนี้ ผมไม่เพรียกหาความห่วงหาอาทรจากใครอีก แม้หลายๆ คนจะเรียกว่าความรักก็เถอะ... ผมไม่อยากร้องไห้อีก ไม่ว่าเหตุจะเกิดจากผม หรือใคร

                 ผมอาจจะอ่อนไหวไปบ้างบางอารมณ์ นั่นแสดงว่า ผมยังไม่ตาย ยังมีความรู้สึกละเมียดละไมในบางค่ำคืน แต่... ผมไม่ใช่เจ้าชาย... และผมจำเป็นจะต้องบินกลับประเทศของผมแล้ว...

ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต

                         

                         

                                               

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
idtha วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 23.17 น.
http://www.oknation.net/blog/idtharaman

อย่าเป็นเช่นนั้นเลย คนเรามักเดินจากไปโดยไม่ยอมพูดคุยกัน มันดูขาดเหตุผลเกินไป มนุษย์เรานั้นมีปัญญาในการไตร่ตรอง และฉุกคิด ถ้าเพียงแต่ตัดอัตตาบางส่วนออกไปบ้าง
ยัยบ๊องแบ๊วของไอ้บ๊อกและหมูทอง
ความคิดเห็นที่ 1
workingwomen วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 17.26 น.
http://www.oknation.net/blog/arada

โลกนี้ไม่เคยมีอะไรที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนมีเหตุผลในตัวเอง

+ 1 ให้สำหรับบทความดีดีบทนี้ค่ะ

อารดา
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน