พิมพ์หน้านี้
|
ผีเข้า กับวาระของจังหวัดตรัง โดย วานิช สุนทรนนท์ นสพ.รักษ์ตรัง วันที่ 1-15 ก.ค. 51 ผมว่าวันนี้ ถึงเวลาที่เราจะต้องจัดการกับเรื่อง ผีเข้า กันอย่างจริงจังเสียที... ค่อนดึกของคืนวันเสาร์ก่อนปลายเดือน เลย 4 ทุ่มมาพอควรแล้ว ผมเพิ่งกลับมาจากภารกิจหนึ่งของเพื่อนๆ สื่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นภาคใต้ พอถึงบ้านก็รีบเปิดคอมพิวเตอร์ เหมือนที่เคยปฏิบัติอยู่เป็นประจำ เพื่อตรวจหาจดหมายอิเล็กโทรนิคว่า จะมีใครส่งบทความเข้ามาบ้างหรือยัง ไม่นานนาที คุณ คุณพรชัยหายไปแป๊บหนึ่ง ก็โทร.กลับมายืนยันตามที่ผมทำนายไว้ว่า กำลังเกิดเหตุ ผีเข้า เด็กโรงเรียนกีฬาจังหวัดตรัง (ซึ่งตั้งอยู่ภายในสถาบันพลศึกษาตรัง ตำบลทุ่งกระบือ อำเภอย่านตาขาว) และตอนนี้เขากำลังจะไปโรงพยาบาลย่านตาขาวแล้ว ที่ผมบอกด้วยความมั่นใจทั้งๆ ที่ไม่รู้ ไม่เห็นว่า น่าจะเป็นกรณี ผีเข้า เพราะในสถาบันพลศึกษาตรัง จะมีเหตุการณ์ทำนองนี้อยู่บ่อยๆ นับปีละครั้งก็น่าจะได้ คืนนั้น ที่โรงพยาบาลย่านตาขาวจึงมี ผู้ป่วย เด็กๆ ระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 ของโรงเรียนกีฬา ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย จำนวนหลายสิบคน กำลังมีอาการเกร็ง ดิ้นรนจนเพื่อนๆ ต้องจับมัดกันชุลมุน บ้างก็กรีดร้อง ดูวุ่นวายกันไปหมดทั้งบริเวณห้องฉุกเฉิน ทางเดิน หน้าห้องจ่ายยา และทั่วทุกบริเวณนั้น ขณะเดียวกัน นอกจากหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกันอย่างหัวหมุนแล้ว ยังได้รับการช่วยเหลือดูแลจากอาสาสมัครของกลุ่มอาสากู้ภัย และมูลนิธิ จากพื้นที่เขตเทศบาลย่านตาขาว ทั้งการขนเด็กๆ มาจากโรงเรียน และการเฝ้าระวังอาการ อย่างน่าชื่นชมยิ่ง ซึ่งกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ก็เป็นเวลาหลังเที่ยงคืนไปนานแล้ว ประเด็นที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นกรณีตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในบ้านเรา เพราะในช่วงหลังๆ มานี้ เราจะรับรู้ถึงเหตุการณ์ ผีเข้า หรือศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า อุปทานหมู่ กับเด็กๆ นักเรียน อย่างน้อยแทบจะสัปดาห์ละหนึ่งแห่ง เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เหตุเกิดที่โรงเรียนสหตรังถึง 2 ครั้ง ในเวลาสองวันที่ติดต่อกัน ถัดจากนั้น เป็นคิวของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคตรัง และมาถึงค่ำคืนของเด็กเล็กๆ จากโรงเรียนกีฬา ตามที่ผมเพิ่งเล่ามานี้ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังไม่นับรวมถึงเหตุการณ์เช่นเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นในโรงเรียนวิเชียรมาตุ เมื่อ 2 ปีก่อน และที่อื่นๆ อีกหลายแห่ง เอาล่ะ จะเป็นเหตุ อุปทานหมู่ ที่เรียกตามหลักวิทยาศาสตร์ หรือ อาการ ผีเข้า ตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ ก็ตาม แต่เท่าที่ตั้งเป็นข้อสังเกตจะพบว่า เหตุการณ์แปลกๆ แบบนี้ จะเกิดถี่ขึ้น ท่ามกลางความรู้และความเข้าใจของผู้รับผิดชอบที่ยังเลือนรางเต็มที โดยเฉพาะโรงเรียน ตั้งแต่ผู้บริหารมาจนถึงครูบาอาจารย์ และเพื่อนๆ นักเรียนด้วยกันเอง เมื่อเรื่องนี้มิได้เป็นเรื่องเหลวไหล ที่ไม่ควรเอาใจใส่เช่นก่อนนี้อีกแล้ว ผมจึงเห็นว่า เราน่าจะมานั่งพูดคุยกันในระดับจังหวัดให้เป็นเรื่องเป็นราวกันเสียที หากเรายอมรับกันว่า เรื่องราวเช่นนี้มักจะเกิดกับเด็กๆ ในระดับโรงเรียน หรือสถานศึกษา จึงเป็นไปได้หรือไม่ว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด ตั้งแต่ผู้ว่าราชการ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารโรงเรียนทุกโรงเรียน ตลอดจนครูบาอาจารย์ที่ใกล้ชิดกับเด็กๆ จะได้สร้างวาระของจังหวัดตรังขึ้นมา เพื่อเรียนรู้ถึงปัญหา สาเหตุ วิธีการป้องกัน รวมไปถึงการแก้ไขอย่างถูกวิธีเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น มาถึงวันนี้ ผมจึงขอเสนอว่า อย่าเห็นเป็นเรื่องที่ต้องมองข้าม หรือเป็นเรื่องไร้สาระอีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะเห็นหรือเชื่ออย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเพราะ ผีเข้า หรือ อุปทานหมู่ ก็ตาม แต่ปรากฏการณ์เช่นนี้ก็มีสิทธิที่จะลามดั่งไฟเผาทุ่งได้ไม่ยาก หากไม่มีใครเข้ามาสนใจอย่างจริงจัง ไม่เชื่อก็ลองแล... |