พิมพ์หน้านี้
|
วันที่ต้องอยู่กับหมาแก่ๆ ตัวหนึ่ง 1.) ทุกๆ ครั้งที่มีใครๆ เอ่ยปากถามว่า เดี๋ยวนี้อยู่กับใคร ผมมักจะบอกว่า อยู่กับหมาตัวหนึ่ง... มิได้ต้องการจะประชดประชันใคร หรือสิ่งใด แต่ผมหมายความตามนั้นจริงๆ ครับ ผมคงจะไม่ต้องพิลาปร่ำรำพันให้มากความว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ คนเราบางที... พูดถึงหมาเสียยังดีกว่า... อิ อิ เห็นไหมว่า ไม่ได้เศร้าเสียสักนิด... เจ้าบ๊อก หมาตัวเมียแก่ๆ ที่ผมอยู่ด้วย เอ... หรือเราต้องพูดว่า หมาตัวเมียแก่ๆ ที่อยู่กับผม หรือเปล่า ไม่แน่ใจ เอาใหม่นะ... เจ้าบ๊อก มาอยู่บ้านนี้นานแล้ว ตั้งแต่สิบปีก่อนที่ลูกชายสองคนของผมยังเป็นเด็กเล็กๆ อยู่ ปีนั้น ทั้งสองคนเลือกลูกหมามาจากบ้านย่าของพวกเขามาคนละตัว สีน้ำตาลทองทั้งคู่ ลูกชายคนโตจะเป็นคนเลือก เจ้าบ๊อก ส่วนลูกชายคนเล็ก เลือกตัวผู้ที่วันนี้จำชื่อไม่ได้แล้ว เพราะมาอยู่ได้ไม่นาน เจ้าตัวที่ว่านั้นก็หายไปจากบ้าน ช่วงเวลานั้น ผมเห็นลูกคนเล็ก ซึ่งยังเรียนอยู่ในระดับชั้นประถมฯ ถึงกับซึมอยู่หลายวัน ต่อมา เมื่อ เจ้าบ๊อก โตเป็นสาว มันก็แอบไปแต่งงานกับชายนอกบ้าน โดยไม่ได้บอกกล่าวเล่าเรื่องให้พวกเราได้รับรู้ เรื่องมาแดงก็ตอนที่เห็นพุงป่องจนปลิ้น ใกล้คลอดเต็มทีแล้ว ตอนดึกของคืนที่เธอคลอดลูกๆ อยู่ตรงบริเวณที่จอดรถหน้าบ้าน เป็นห้วงเวลาที่สนุกสนานกันมากในหมู่ของพวกเรา พ่อ แม่ และลูกชายสองคน คืนนั้น เราช่วย เจ้าบ๊อก คลอดลูกๆ หลายตัวจนเสร็จ เรานั่งมองหมาเด็กๆ ที่ค่อยๆ หลุดออกมาจากท้องของแม่ ลูกของผมสองคนช่วยกันนับ ทีละตัวๆ 2 แล้วพ่อ... 3 แล้ว 4 แล้ว... โอ้วววว... ออกมาอีกแล้วครับ... คืนนั้น ดึกดื่นแล้ว เราช่วยกันจับลูกหมามาเช็ดตัว เช็ดน้ำคร่ำที่เปียกเปรอะที่นอน หาผ้าเช็ดตัวเก่าๆ มารองให้อุ่น จับเจ้าตัวเล็กที่ยังไม่ลืมตาไปหานมแม่ที่ใหญ่กว่าปากของลูกๆ อยู่หลายเท่าตัว 2.) เมื่อโตขึ้นอีกหน่อย ทั้งลูกสาวและลูกชาย ของ เจ้าบ๊อก น่ารักมาก จึงไม่เป็นเรื่องยุ่งยากที่จะต้องเลี้ยงไว้ทั้งหมด เพราะใครเห็น ใครก็รัก ก็หลง จนรุมกันขอกันไปเลี้ยงจนเกลี้ยง เว้นไว้แค่ตัวผู้ตัวเดียว สีทองเหมือนกับตัวแม่ ซึ่งเป็นตัวที่ลูกคนเล็ก เป็นคนเลือกไว้แทนเจ้าตัวที่หายไป... แล้ววันหนึ่ง เมื่อเจ้าหนุ่มน้อยสีทองตัวนั้นโตขึ้น มันก็หายไปอีก... หายไปแบบไม่มีร่องรอย เมื่อลูกของผมกลับจากโรงเรียน ทั้งสองคนพี่น้องช่วยกันเดินตามหา เรียกชื่ออยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่มีวี่แววว่าจะหาเจอ ลูกคนเล็กของผมเริ่มหงอยไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว จู่ๆ ไม่นานหลังจากนั้น... ขณะที่ผมกำลังทำอะไรอยู่สักอย่างภายในบ้าน ได้ยินเสียงเพื่อนบ้านเดินมาบอกข่าวร้ายกับลูกๆ ที่ยังคงเดินหาหมากันอยู่ว่า เขาเห็นหมาหนีออกไปปากซอย แล้วโดนรถทับ... พลันนั้น ลูกชายคนเล็กก็รีบวิ่งหน้าเลิ่กลั่กเข้ามาในบ้าน วิ่งผ่านผมขึ้นบันไดไปยังชั้นบน ผมรีบตามขึ้นไป เห็นเขากำลังนอนร้องไห้อยู่บนเตียงนอน... 3.) วันนี้ ลูกๆ ของผมโตกันหมดแล้ว คนพี่เรียนจบและเพิ่งเริ่มทำงานมาได้สักครึ่งปี ส่วนคนเล็กยังเรียนอยู่ปีที่ 3 ทั้งสองคนอยู่กับแม่ของพวกเขาที่ ขอแยก กับผมกลับไปอยู่บ้านเดิมที่กรุงเทพฯ เหลือผมอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว... ทุกๆ ครั้งที่มีใครๆ เอ่ยปากถามว่า เดี๋ยวนี้อยู่กับใคร ผมจึงมักจะบอกว่า อยู่กับหมาตัวหนึ่ง... มิได้ต้องการจะประชดประชันใคร หรือสิ่งใด แต่ผมหมายความตามนั้นจริงๆ ครับ
และ... ผมพยายามจะไม่เศร้าอีก แต่คิดถึงลูกๆ จังเลยครับ... |