พิมพ์หน้านี้
|
ผมไม่รู้ว่ากำลังอยู่กับใคร หรืออะไร ภายในบ้านเงียบเชียบหลังนี้... (ตอน2-จบ) ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต ผมพบร่องรอยมันอีกแล้วครับ... ปกติของคนอยู่คนเดียวที่ไม่ค่อยอยากจะทำอะไรมากนัก... ผมหมายถึงงานบ้านนะ อย่างกวาดขยะ ถูพื้น ล้างห้องน้ำ ล้างถ้วยช้อนจานชาม ฯลฯ บ้านหลังที่เงียบเชียบจึงค่อนข้างจะสกปรก รก รุงรัง... เออ... มีถ้อยความอะไรอีกไหม ที่จะนำมาใช้บรรยายให้เห็นสภาพชัดกว่านี้... ก่อนนี้ กว่าจะผ่านไปวันๆ กว่าจะผ่านไปอาทิตย์ต่ออาทิตย์ ผมรู้สึกว่า เวลาช่างเดินช้าเสียเหลือเกิน หายใจก็แล้ว ทอดถอนใจก็แล้ว ยังไม่ถึงห้วงเวลาที่ต้องการเสียที เวลาที่ผมเคยเฝ้าคอยหา ก็คอยหาย... เวลาที่แอบเรียกฝันไว้ว่า... อีกไม่นานก็เช้าแล้ว... แต่เมื่อหันเหมาทำหนังสือพิมพ์รายปักษ์ในจังหวัดตรัง แปลกมากครับที่ผมรู้สึกว่า เวลาตั้ง 15 วันผ่านไปเร็วอย่างที่อาจจะเรียกได้ว่า ยังไม่ทันได้นอนก็ต้องตื่นอีกแล้ว... ที่ต้องเล่าให้ฟังอย่างนี้ เพราะการจัดการหนังสือพิมพ์ขนาดแทบลอยด์ หนา 20 หน้า อยู่แค่คนเดียว ตั้งแต่การทำหน้าที่บรรณาธิการ การจัดหน้าทั้งเล่ม และงานธุรการอื่นๆ อีกทั้งหมดที่เหลือ วันหนึ่งๆ จึงไม่ต้องหันไปมองนาฬิกาให้เสียเวลาไปเปล่าๆ ปลี้ๆ บ้านผมจึงรกไปด้วยกระดาษ... กระดาษ... และหนังสือมากมายทั้งหนังสือเล่ม หนังสือพิมพ์ และเอกสารที่พวกเราคนทำหนังสือพิมพ์เรียกว่า ข่าวแจก ที่ไหลเข้ามาในแต่ละวันจนกองพะเนินเทินทึก เมื่อปิดเล่มเสร็จไปทีหนึ่ง นั่นแหละ จึงได้ขยับขยำกระดาษพวกนี้ใส่ถุงไปลงถังเสียทีหนึ่ง ทั้งนี้ ไม่นับถ้วยชามที่กองท่วมอ่างล้าง ที่ไม่หมด ไม่มีวันล้าง... สกปรกซะ... วันนี้ ผมพบร่องรอยมันอีกแล้วครับ... หลังจากกลับจากทับเที่ยง... ที่เสียค่าน้ำมันรถไปร้อยกว่า เพื่อกินกาแฟอร่อยๆ แก้วละ 45 บาท... ผมก็เดินขึ้นไปผลัดเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่กับบ้าน เหมือนกับทุกๆ วัน พลันนั้น... ผมก็เห็นร่องรอยของมัน... ตอนแรกๆ ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นรอยอะไรบนกางเกงขายาวสีดำที่วางพาดอยู่บนราวผ้า เมื่อหยิบขึ้นมาดูใกล้ๆ ผมจึงเห็นรูปร่างเป็นรอยเท้า แต่ผมไม่รู้ว่าเป็นรอยเท้าของตัวอะไร... รอยเท้ากลมๆ ขนาดเหรียญบาท มีเล็บอยู่ 4 เล็บ เป็นอย่างนี้อยู่ 3-4 รอย เจ้าตัวนี่คงจะสนุกสนานเอามากๆ เวลาที่ผมไม่อยู่บ้าน เพราะทุกขณะที่ผมอยู่ด้วย ไม่เคยได้ยินเสียงอะไรเลย แต่พอไม่อยู่บ้านสักครึ่งวันตอนบ่าย กลับมาก็เห็นอะไรต่อมิอะไรเพ่นพ่านเต็มบ้านไปหมดเลย... วินาทีนี้... ผมสบายใจขึ้นมากแล้ว ที่พอเห็นร่อยรอยก็รับรู้ได้ว่า อย่างน้อยๆ ก็เป็นสิ่งมีชีวิต ที่ไม่ใช่พลังงานบางอย่างที่ล่องลอยดังที่ใครได้รับฟังแล้วอดจะเป็นห่วงผมไม่ได้ และที่สบายใจมากขึ้นอีกหน่อยก็ตรงที่รู้ว่า สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ เขาเคลื่อนไหวด้วยฝ่าเท้า ไม่ใช่เลื้อยไปเหมือนที่คิดกังวลจนถึงขั้นเครียดขึ้นหัว แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นตัวอะไรกันแน่... หนูเหรอ... ผมว่ายังไม่ชัดถึงขนาดนั้น แม้พฤติกรรมจะซุกซน ฉีกป่นกระดาษ เคลื่อนย้ายซองธูป รื้อค้นสิ่งโน้นสิ่งนี้จนมีบางสิ่งหล่นลงมาวางไว้กับพื้นให้เจ้าของบ้านที่นอนอยู่คนเดียวได้คิดมาก หรือแม้แต่จะค้นพบรูโหว่ตรงมุ้งลวดในครัวหลังบ้านจนเป็นรอยแหว่งๆ เพราะคมฟันที่แทะได้แม้จะเป็นลวดมุ้งแข็งๆ ผมยังไม่เห็นตัวเขา... แต่คาดเดาได้ว่า เขาน่าจะกำลังสร้างรัง เขา... หรืออาจจะเป็นเธอ ที่กำลังตั้งท้อง และเสาะหาหลักแหล่งแห่งพักเพื่อจะคลอดลูกอ่อน ด้วยการหยิบฉวยหลายๆ สิ่งที่เข้าใจว่านำมารองรังให้ลูกน้อยๆ ได้ ผมยังไม่เห็นตัวเขา... แต่ถ้าจะให้คาดเดา ผมก็จะคิดเอาว่าน่าจะเป็น เลี๊ยะ หรือกระแต สัตว์โลกผู้น่ารักที่คล้ายกระรอก ที่เมื่อไม่กี่นานเดือนนัก พวกเขา แม่ และลูกๆ เคยมาวิ่งเล่นกันในห้องนอนของผม บนเตียงของผม ด้วยเข้าใจว่ากองหนังสือ กระดาษ ระเกะ ระกะ เป็นสนามเด็กเล่นที่น่าวิ่งให้เพลิดเพลิน ผมยังไม่เห็นตัวเขา... หรือเธอ แต่บอกไม่ได้เหมือนกันว่า ถ้าไปเห็นเอาตอนที่เธอพาลูกตัวแดงๆ เล็กๆ ออกมาขอแบ่งพื้นที่ภายในบ้านจริงๆ ผมจะตัดสินใจอย่างไร... ใครว่างๆ ช่วยออกความเห็นหน่อยเถอะครับ... |