พิมพ์หน้านี้
|
หญิงสาว... ไปนอนดูดาวด้วยกันไหม... (1) วานิช สุนทรนนท์ 3 ตุลาคม 2548 ปลายมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต 1.) หญิงสาว... คืนนี้... เป็นคืนที่เขาต้องอยู่คนเดียวอีกครั้งหนึ่ง แม้จะเป็นการชั่วคราวในระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม ทั้งนี้เพราะลูกชายคนเล็กเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อติววิชาเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพียงแค่สัปดาห์เดียว แต่จากนี้ไปอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อลูกเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แล้วไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเป็นที่ไหนยังไม่รู้ ถึงตอนนั้นเขาคงจะต้องอยู่คนเดียวจริงๆ และไม่มีใครรู้ว่าจะนานขนาดไหน... คืนนี้... นอกจากเพื่อนเก่าที่เป็นหนังสือ นอนเรียงรายก่ายกอดกันระเกะระกะอยู่มากมายเกือบจะทุกตารางพื้นที่ของบ้านแล้ว ยังมีเสียงบรรเลงเปียโนคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ อีกด้วย เป็นความตั้งใจที่เขาเลือกแผ่นของ YANNI มาเปิดในห้วงยามเช่นนี้ ไม่มีเหตุผลเป็นอย่างอื่น นอกจากเป็นเสียงเพลงบรรเลงที่เขาชอบฟังและนำมาเปิดเป็นเพื่อนอยู่บ่อยๆ แล้ว ยังเป็นแผ่นที่ครั้งหนึ่ง เขาเคยฝากให้เธอนำไปเปิดฟังที่บ้านอีกด้วย... โดยรวมๆ แล้ว เขาเพียงแต่อยากจะบอกว่า ขณะนี้เขากำลังคิดถึงนะ... 2.) หญิงสาว... ประมาณสักสามทุ่มของคืนก่อนโน้น... เขาขับรถกลับบ้านคนเดียวเหมือนกับทุกครั้ง และดูเหมือนว่าคืนนั้นจะมีรถคันอื่นๆ ร่วมทางค่อนข้างจะน้อย หรือแทบจะไม่มีเลย ไม่ว่าจะเป็นในซีกถนนเดียวกัน หรือแม้จะเป็นทิศทางเข้าเมืองที่เขาเพิ่งผละมา ขณะที่ขับรถ เขาคิดอะไรต่อมิอะไรไปตลอดทาง วาบหนึ่งก็คิดถึงเรื่องงานของกลุ่มที่เขาเข้าไปมีส่วนร่วมได้ไม่นานนัก เมื่อสักครู่นี้เอง เป็นเวลานัดพบปะพูดคุยกันของเพื่อนๆ และพี่ๆ อีกครั้งหนึ่งเพื่อตระเตรียมงานที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ แต่ปรากฏว่า มีการแทรกวาระอื่นเข้ามา เขานั่งอยู่ได้ไม่นานนัก ก็ขอตัวออกมา ก่อนจะมีการเริ่มประชุมกันจริงๆ เสียด้วยซ้ำไป เสี้ยวนาทีหนึ่งที่คิดถึงเรื่องนี้ เขาถามตัวเองว่า แล้วนี่มันเรื่องอะไรของเรา อุตส่าห์ถ่อสังขารมาจากอีกอำเภอหนึ่ง ตั้งใจจะร่วมกันพูดคุยให้งานที่คั่งค้างได้เดินไปข้างหน้าอีกสักสองหรือสามก้าว แต่กลับมีใครบางคนเชิญคนอีกชุดหนึ่งเข้ามาประชุมเตรียมอีกงานหนึ่งซ้อนขึ้นมา เขาคิดไปตลอดทางว่า มันเรื่องอะไรของเขากันวะนี่ คนอื่นอีกหลายคนไม่เห็นจะเดือดเนื้อร้อนใจอะไร มาบ้าง ไม่มาบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร แล้วเขาเป็นใครกัน... ความจริงแล้วระหว่างค่าน้ำมันรถที่ต้องเติมเพียงครั้งละสามลิตรกว่าและต้องหมดไปกับการเดินทางต่อหนึ่งเที่ยว กับค่าแกงสักถุงหรือสองถุงสำหรับวันพรุ่งนี้ เขาน่าจะรู้ดีว่าควรจะเลือกอะไร บางวันเวลาที่ยังหลงเหลือความคิดที่อยากจะทำงานให้กับคนอื่น กับความเป็นจริงที่ปรากฏและสะท้อนชัดแล้วในกระจกแทบจะทุกบานในบ้านที่มีอยู่นั้น เขาน่าจะรู้ว่าขณะที่พลังเหลือน้อยเต็มทีนี้ ควรจะยืนหรือจะหยุดสิ่งใด และเขาน่าจะตัดสินใจได้มานานแล้วว่า จะช่วยใครก่อน ระหว่างงานเพื่อสังคม (ที่คล้ายจะเป็น ของเล่น ของบางคน) กับตัวของเขาเอง คืนนั้น... เขารู้ตัวดีว่า หายใจเข้าได้ลำบากกว่าทุกครั้งในหลายๆ วันมานี้ เขาพยายามจะสูดอากาศให้เต็มปอด แต่ไม่สามารถทำได้ เขาเริ่มตระหนักว่า ความเครียดที่หลบซ่อนอยู่ใกล้ๆ ตัวโผล่มาให้เห็นหน้าอีกครั้งหนึ่งแล้ว ถึงบ้านไม่นานนัก นึกขึ้นได้ว่า ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ตอนบ่าย เดินเข้าไปเปิดหม้อข้าวในครัวก็รู้ว่ายังไม่ได้หุงข้าวตั้งแต่ลูกไปต่างจังหวัดแล้ว เปิดตู้เย็นก็มีแต่น้ำกับนมของลูกที่เหลือติดก้นขวดอยู่นิดเดียว จึงต้องออกไปหาข้าวกิน เวลาขนาดนั้นร้านรวงก็เริ่มปิดไปบ้างแล้ว เหลือแต่ร้านขายข้าวหน้าตลาดสดอยู่เพียงเจ้าเดียวเท่านั้น กลับเข้าบ้านอีกครั้ง เขารู้สึกเหนียวตัวมากแต่ไม่กล้าอาบน้ำ เพราะหลายวันมานี้ไม่รู้เป็นบ้าบออะไร พอตกบ่ายก็เริ่มเป็นไข้ ตัวร้อนรุมๆ ตลอดเวลา พอตกค่ำก็หายเป็นปกติ และจะเป็นเหมือนเดิมอีกก็ตอนหลังเที่ยงไปแล้วของวันถัดไป อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้นอนเลยทั้งคืนที่ไปช่วยงานหนังสือพิมพ์ของเพื่อน จึงทำให้ง่วงและหลับไปอย่างง่ายดายเมื่ออ่านหนังสือได้เพียงไม่กี่หน้าเท่านั้นเอง มาตกใจตื่นกับเสียงโทรศัพท์ประมาณเวลาเกือบจะห้าทุ่มแล้ว แต่พอได้ยินเสียงเรียกที่บันทึกไว้เฉพาะเบอร์ก็ดีใจที่รู้ว่าเธอโทรมา... 3.) หญิงสาว... เสียงเปียโนของ YANNI จบไปนานแล้ว เขาลุกไปเปลี่ยนแผ่นจากจำนวนที่มีอยู่ไม่มากนัก และดูเหมือนจะเปิดซ้ำๆ หลายครั้งแล้วด้วย หลังจากพลิกไปพลิกมาอยู่พักหนึ่ง เขาก็ตัดสินใจหยิบแผ่นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Heaven & Earth ของ Kitaro ศิลปินชาวญี่ปุ่น ใส่เข้าในตัวเครื่องเสียง ไม่รู้ว่าเธอจะเคยดูหนังเรื่องนี้แล้วหรือยัง ถ้ายัง เขาคิดว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าจะหามาดู หนังเรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยสงครามเวียดนาม ทหารอเมริกันนายหนึ่งแต่งงานกับสาวญวน หลังจากนั้นก็อพยพครอบครัวไปอยู่ประเทศอเมริกา แต่ทุกอย่างไม่ได้หวานชื่นเหมือนที่คาดคิดไว้ สุดท้าย ตอนจบของหนังที่ค่อนข้างยาวนี้ พระเอกที่แสดงโดย Tommy Lee Jones ต้องระเบิดขมองของตัวเอง... บางเพลงของหนังเรื่องนี้ เป็นภาษาเวียดนามที่ขับร้องโดยผู้หญิง บางช่วงก็เป็นเสียงของเด็กๆ แม้จะฟังไม่ออกเลยสักตัวเดียวแต่ความรู้สึกรันทด หดหู่ ที่สื่อผ่านเสียงดนตรี ที่บรรเลงแว่วหวานแบบแห้งแล้งอยู่นั้น ก็น่าจะเป็นอะไรที่คนฟังพอจะซึมซับและเข้าใจได้ หนังเรื่องนี้ สร้างขึ้นในปี 1993 เป็นฝีมือการสร้างและกำกับของ Oliver Stone อดีตทหารผ่านศึกเวียดนามที่เคยสร้างชื่อเสียงจากหนังสงครามมาก่อนคือ Platoons ถ้าจำไม่ผิด ทั้งสองเรื่องนี้มีหลายฉากหลายตอนที่มาถ่ายทำในประเทศไทย เขากำลังคิดว่า ทำอย่างไรจะให้เธอได้ดูหนังเรื่องนี้ หรือไม่ก็ได้ฟังเพลงชุดนี้สักครั้งหนึ่ง คืนนี้... เริ่มจะดึกอีกแล้วหนอ... |