พิมพ์หน้านี้
|
หญิงสาว... ไปนอนดูดาวด้วยกันไหม... (2) วานิช สุนทรนนท์ 3 ตุลาคม 2548 ปลายมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต 4.) หญิงสาว... นอนแล้วหรือ... เขาจำเสียงแรกที่เธอทักทายมาในคืนนั้นได้ เป็นเสียงค่อนข้างเบาแบบนี้ทุกครั้งที่เธอโทรมา จนฟังราวกับว่าเธอจะอยู่บนดาวอีกดวงหนึ่ง ก่อนที่เขาจะงัวเงียตอบไปว่า อือ... ไม่เป็นไรครับ... คืนนั้น เธอถามเรื่องงานที่ไปประชุม เป็นเพราะเธอเริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพเกี่ยวกับความดันเลือดที่ค่อนข้างต่ำ รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย อยากพักผ่อน จึงไม่ได้ออกไปร่วมประชุมด้วย แต่เสียงที่ส่งมาตลอดเวลาของการสนทนาในคืนนั้นกลับสดใสเป็นอย่างยิ่ง เธอกำลังมีความสุข หรือจะเป็นเพราะเขามีความรู้สึก ลำเอียง เข้าข้าง เหมือนที่เธอแกล้งเย้าอยู่บ่อยๆ ในช่วงหลังๆ มานี้ เธอบอกอีกว่า หลายวันแล้ว รู้สึกว่าตัวเองจะอ่อนแอลงไปมาก ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากเรื่องงานที่มารุมเร้ามากขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องของความดันต่ำที่เข้ามาเกาะกุมอยู่สักพักหนึ่งแล้ว สอดคล้องกับความรู้สึกของเขาที่พบว่าบางค่ำคืนที่โทรศัพท์คุยกัน คล้ายๆ เธอจะอ่อนยวบลงไปจากที่เคยเห็นและรับรู้ แต่มิอาจคิดเลยเถิดไปกว่านั้นว่า... จะเหมือนกันหรือไม่กับบางเวลาที่เขาเคยนอนไม่สบายอยู่กับที่เป็นวัน เป็นคืน แล้วรู้สึกให้โหยหา... ถ้ามีใครให้งอแงได้สักคนก็น่าจะดี... หญิงสาว... บางห้วงเวลาที่คนเราไม่สามารถหยุดเดินได้... เวลาที่เราจำเป็นต้องแสดงออกถึงความเข้มแข็งอยู่ตลอดเวลานั้น นอกจากต้องอดทนมากกว่าคนอื่นๆ แล้ว บางทีเมื่อสบโอกาสอยู่กับตัวเองเงียบๆ ปล่อยให้ธรรมชาติเข้ามาครอบครองบ้างก็น่าจะดี อ่อนแอไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเสียหาย เพื่อเช้าวันรุ่งขึ้นจะกลับมาเป็นคนแข็งแรงต่อไปได้อีก คืนนั้น... เขาจำไม่ได้ทั้งหมดหรอกว่าคุยอะไรกับเธอบ้าง จำได้เพียงว่า เป็นความรู้สึกที่เป็นสุข เป็นความอบอุ่นแบบประหลาดที่ขาดหายไปนานแล้ว ยิ่งดึก... ยิ่งนึกถึง ดาวนับล้านที่หว่านอยู่เต็มฟ้า แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้ๆ กัน แต่วินาทีนั้นก็เหมือนใกล้ เมื่อสองคนต่างมองไปยังดาวดวงเดียวกัน... คืนนั้น... เขาอยากจะออกปากชวนเธอเหลือเกิน แต่ก็ทำไม่ได้เพราะความขลาดที่ยังเกาะกุมหัวใจอยู่อย่างเหนียวแน่น... ความจริงแล้ว เขาตั้งใจจะถามเพียงว่า หญิงสาว... ไปนอนดูดาวด้วยกันไหม... เขาหวังว่า สักวันหนึ่งเมื่อได้ยิน หรือรับรู้ถึงคำร้องขอนี้ เธอคงจะไม่เข้าใจผิด เพราะเขาคิดและหวังแค่นั้นจริงๆ 5.) หญิงสาว... หลายปีก่อนโน้น... ตอนที่เขายังมีใครๆ อยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ในบ้าน ทั้งคนรัก และลูกชายเล็กๆ อีกสองคน มีอยู่คืนหนึ่ง ดึกแล้ว... เขาและลูกๆ ไปนอนดูฝนดาวตกกันบนโต๊ะปิงปองหน้าบ้าน ปีนั้น หน้าบ้านเขายังไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างของเทศบาลมาติดตั้งเหมือนทุกวันนี้ เมื่อปิดไฟทุกดวงเท่าที่มีแล้ว บ้านสุดท้ายของซอยจึงมืดสนิท ดาวที่ตกลงมาเหมือนห่าฝนเล็กๆ สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน จนทำให้สามคนพ่อลูกได้เฮทุกครั้งที่ดาวหล่นหายไปดวงหนึ่ง คืนนั้น... ลมดึกพัดมาเบาๆ พอให้รู้สึกหนาว ลูกชายคนโตนอนอยู่ด้านขวามือ ส่วนคนเล็กนอนทำท่าขยุกขยิกไม่นิ่งอยู่ทางซ้าย ทั้งสองคนมีผ้าห่มลายช้างไชโยจากกีฬาซีเกมส์ของตัวเองติดตัวมาคลุมกายพอให้นอนดูดาวได้เพลินๆ คืนนั้น... พวกเขานอนนับจำนวนดาวตกกันอย่างสนุกสนาน บางช่วงเวลามีการถกเถียงกันเบาๆ บ้าง เนื่องจากจำนวนดาวที่ลูกๆ นับได้กับของเขาไม่ตรงกัน เพราะมีบางดวงที่เล็กเกินไป หรือวูบหายเร็วเกินไป เด็กๆ บอกว่า ดาวพวกนี้ใจน้อย ไม่ควรนับรวมไปด้วย ขณะที่แม่ของเด็กๆ เดินเข้าเดินออก หน้าบ้านในบ้าน ด้วยความเป็นห่วงว่าลูก ๆ จะโดนน้ำค้างจนเป็นหวัด... คืนนั้น... แม้ลมจะเริ่มเย็นลงมากขึ้นเมื่อฟ้าใกล้สาง ลูกคนเล็กหลับไปใต้ผ้าห่มผืนบางโดยไม่ยอมเข้าไปนอนในบ้าน เขาบอกว่าอยากซุกอยู่ใกล้ๆ พ่อ คนโตยังนอนนับดาวต่อไป แต่ดูเหมือนจะเริ่มทิ้งห่าง แบบนับบ้าง ไม่นับบ้าง แม้อากาศตอนค่อนรุ่งจะเย็นลงทุกที แต่เขาไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิดเดียว... 6.) หญิงสาว... เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาคิดถึงเหตุการณ์ตอนนอนนับดาวกับลูกๆ บนโต๊ะปิงปองหน้าบ้านในคืนนั้น วินาทีนี้... คืนนี้... เขาอยากจะบอกเธอว่า เขากำลังร้องไห้... และรู้สึกหนาวเหลือเกิน...
|