• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 203
  • จำนวนผู้ชม : 23545
  • จำนวนผู้โหวต : 100
  • ส่ง msg :
วานิช สุนทรนนท์ นสพ.ฅนตรัง
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrang49
วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน 2551
หญิงสาว... ไปนอนดูดาวด้วยกันไหม... (3)
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 108 , 18:04:33 น.  
พิมพ์หน้านี้


หญิงสาว... ไปนอนดูดาวด้วยกันไหม... (3)

วานิช สุนทรนนท์

3 ตุลาคม 2548

ปลายมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต

 

7.)          หญิงสาว...

              เขายังจำได้ การสนทนาในความมืดคืนนั้น เขาถามเธอเบา ๆ ว่า “ยังต้องการจะฟังบทกวีที่พี่เขียนลงหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่อีกไหม...” เพราะก่อนหน้านี้ เธอเคยคะยั้นคะยอจะให้เขาอ่านบทกวีบทนี้ให้ฟังทีหนึ่งแล้ว แต่เขาบอกให้รออ่านในหนังสือดีกว่า แต่เมื่อเห็นว่า หนังสือทำท่าจะออกช้ากว่ากำหนด เขาจึงเปลี่ยนใจ และยังรู้สึกดีที่เธอไม่เปลี่ยนแปลง

              เขาเองก็รู้ว่าเธอรู้ บทกวี หรืออะไรที่เขาพยายามจะให้เป็นบทกวีนั้น ความจริงยังไม่ใช่ เขายังไปไม่ถึงจุดนั้น เป็นได้ก็เพียงการบันทึกความรู้สึก อารมณ์ ในขณะนั้นๆ และ “วันเวลาที่สูญเปล่า...” บทนี้ก็เช่นกัน...

 

เดือนตุลาคม...

หลายปีก้อนโน้น

เพื่อนและพี่จากไป

พวกเขาบอกให้รอ

แล้วจะกลับมาพร้อมกับชัยชนะ

 

เดือนตุลาคม...

ปีที่แล้ว...

ปีนี้...

มีบางคนเดินจากไปด้วยชัยชนะ

เธอหันมาบอกเบาๆ

เพียงว่า ไม่ต้องรอ...

 

             เมื่อฟังจบ เธอตั้งคำถามทันทีว่า “ตุลาคมปีนี้... พี่อยากได้อะไร”

             จำได้ว่า... เขาเงียบไปพักใหญ่ๆ คิดไม่ออก บอกไม่ได้ว่าจะตอบเธออย่างไร เพราะเขารู้สึกตัวตลอดเวลาว่า วันเวลาที่เห็นและเป็นอยู่นี้ เขาไม่กล้าคิดที่จะบอกใครสักคนว่าเขาอยากได้อะไร ไม่กล้าที่จะตั้งความหวัง รวมไปถึงไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะไปเรียกร้องอะไรจากใครได้ วันหนึ่งๆ คืนหนึ่งๆ ขอให้ผ่านไปโดยไม่ต้องฝันร้ายเพิ่มขึ้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว

             อีกใจหนึ่งก็อยากจะบอกเธอเหลือเกินว่า “ขอจุมพิตเบาๆ ตรงหน้าผาก หรือหอมแก้มสักฟ่อดหนึ่งได้ไหม...” แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอ้างออกมา เพราะเกรงว่าเธอจะไม่เข้าใจ จึงได้แต่งึมงำว่า...

            “ขอเพียงความรู้สึกดีๆ ก็พอแล้ว...”

            “นั่นมันเรื่องใหญ่มากเลยนะ...” เธอแย้งพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ

            “ก็อย่าไปแปรรูปมันสิครับ” ผมหมายถึง ความรู้สึกดีๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเรียกว่า... รัก... ก็ได้

             แล้วเธอก็เงียบไปอีกพักหนึ่งเหมือนกัน...

            “วันไหนไม่ได้คุยด้วย พี่รู้สึกอย่างไรบ้าง” เธอถามมาอีกปลายสายหนึ่ง หลังจากนั้น

            “ไม่เป็นไรนี่... พี่เข้าใจ บางทีที่ไม่กล้าโทรไปหา เพราะรู้ว่ากำลังทำงาน”

            “ไม่เหมือนกัน... วันไหนไม่ได้คุย... จะรู้สึกหงุดหงิด...” วินาทีนั้น เขาไม่แน่ใจว่าเธอพูดจริง หรือแกล้งหยอกเล่นกันแน่

“พี่โทรหากี่ครั้งเชียว...” เธอถามเหมือนจะต่อว่า เพราะเขาไม่ค่อยจะโทรหาเธอบ่อยนัก และในจำนวนไม่กี่ครั้งนั้น เธอไม่ค่อยจะได้รับสาย มีบ้างบางทีที่เขาแอบรู้สึกน้อยใจ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง และไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร ปล่อยให้ความคิดถึงทำหน้าที่ของเขาไปบ้างก็ดี...

 

8.)        หญิงสาว...

            ก่อนจะวางสายคืนนั้น เธอร้องขอว่า “พี่เขียนบทกวีให้บทหนึ่งนะ...” พอเห็นเขาทำท่าเล่นตัว อึกๆ อักๆ เธอจึงเพิ่มขึ้นเป็นสองทันที “อย่าลืมนะ... สองบทก็แล้วกัน...”

            ไม่รู้ว่าหลงรับปากไปได้อย่างไร เฮ้อ... บทกวีไม่ใช่เขาจะเขียนให้ใครกันง่ายๆ หรอกนะ นอกจากคนที่เขารักเท่านั้น...

            พูดถึงเรื่องนี้แล้ว เขานึกขึ้นมาได้ว่า มีอีกบางเรื่องราวที่ยังไม่ได้เล่าให้เธอฟัง...

ไม่แน่ใจว่า เธอจะยังจำหนังสือรวมบทกวีของ “ดาวศรัทธา” ที่ชื่อว่า “เดียวดายก็เหมือนเดิม” เล่มนั้นได้ไหม ความจริงแล้วหนังสือเล่มนั้นมีที่มา และเรื่องราวเหล่านั้นก็จบลงด้วยความเศร้าเช่นกัน

...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

                       

ประมาณปี 2527 หลังโรงพยาบาลย่านตาขาวเปิดใหม่ๆ ได้สัก 2 ปี ตอนนั้น เขายังเป็นกรรมการหาทุนให้กับโรงพยาบาล จึงต้องขึ้นๆ ลงๆ อยู่บ่อยครั้ง ปีนั้น มีนักเรียนสาวจากวิทยาลัยพยาบาลสงขลา มาฝึกงานอยู่ 2 คน ด้วยวัยเพียง 28 ปีในขณะนั้น จึงอดที่จะเหลียวไปหาสาวๆ ไม่ได้ เมื่อมองกันไปก็มีการมองกลับมา การสบตาก็เกิดขึ้น

หนึ่งในสองคนนั้น คือ “หน่อง” เป็นคนผิวขาว ใสซื่อ น่ารักมาก…

            ก่อนที่พวกเธอจะกลับไปเรียนต่อเมื่อการฝึกงานเสร็จสิ้นลง เขาก็มีความสนิทสนมมากพอที่จะชวนไปเลี้ยงส่งได้ จากครั้งเดียวกลายเป็นสองครั้งและสามครั้ง เมื่อถึงวันเดินทางกลับจริงๆ เขาตื่นตั้งแต่เช้ามืด ขับรถเข้าไปรับน้องๆ ถึงบ้านพักหลังโรงพยาบาล แต่ไปส่งได้เพียงคิวรถแท็กซี่สุราษฎร์ธานี เพราะทั้งสองคนเป็นคนที่มีพื้นเพจากที่นั่น

           เมื่อเปิดเทอมใหม่ จำได้ว่าเขาไปหาถึงสงขลา ชวนกันไปเที่ยวหาดสมิหลา ไม่นานหลังจากนั้นน้องๆ สองคนนี้มาฝึกงานที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ เขาก็มีเหตุให้เดินทางไปหาดใหญ่บ่อยขึ้น มีความใกล้ชิดและเข้าใจกันและกันมากขึ้น  ครั้งหนึ่ง เขาขึ้นไปรับเธอถึงบ้านคุณแม่ที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้นั่งรถไฟกลับมาด้วยกัน แม้เช้าวันรุ่งขึ้น ต้องโบกมือจากลาที่สถานีรถไฟบ้านนาสาร

            เธอเข้าทำงานที่โรงพยาบาลสราญรมย์ พุนพิน สุราษฎร์ธานี หลังจบการศึกษาแล้ว เขายังคงขับรถทางไกลมาเยี่ยมเยียนครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะพลัดพรากกันจริงๆ เมื่อปี 2529 ต่อมาอีกไม่นานปีนัก เธอเข้าพิธีแต่งงานกับคุณหมอคนหนึ่ง... เขาไม่ได้เจอะเจอกับเธออีกเลยเกือบ 5 ปี จนปลายปี 2534 เมื่อมีโอกาสผ่านบ้านนาสารจึงได้แวะไปหา

            เหลือเชื่อว่า หลังจากนั้น เวลาผ่านไปอีกกว่า 10 ปี เขาจึงมีโอกาสแวะไปทักทายเธออีกครั้งหนึ่ง หากเล่าแบบรวมเวลาก็จะบอกได้ว่า เกือบ 20 ปีที่จากกันตั้งแต่ ปี 2529 โน้น เขาเพิ่งได้พบกับเธอเพียง 2 ครั้งๆ ละประมาณ 15 นาทีเท่านั้นเอง

            มีบางช่วงเหมือนกันที่เคยติดต่อกันบ้างทางโทรศัพท์ บางครั้งที่เธอยังบอกว่ารักเขา เขาเองก็บอกว่ารักเธออยู่เสมอมา แต่ไม่ใช่ในฐานะคนรักในความหมายที่ใครๆ เข้าใจกัน ซึ่งความจริงแล้ว... ตลอดเวลาที่คบหากันในระยะสั้นๆ นั้น เขาไม่เคยคิดอะไรเลยเถิดถึงขั้นจะเป็นแฟนกันเลย แต่น่าจะเป็นความรู้สึกรักเพราะรัก รักเหมือนเพื่อน รักเหมือนน้อง ไม่เคยแตะหรือสัมผัสกันเลยแม้เพียงปลายก้อย จึงไม่เคยรู้สึกขัดเขินทุกครั้งที่ต่างคนต่างบอกว่าเรายังรักกันอยู่นะ

เธอคนนี้เอง ที่เคยเรียกเขาทุกครั้งจนติดปากว่า “พี่ชาย...”  

                       

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ฟ้า_ดาราประดับ วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 19.40 น.

พี่ชายขาสายลมกระซิบว่าเหมือนๆพี่ชายจะเจ้าชู้นะเนี่ย สาวใดได้ใกล้ชิดคงหัวใจละลาย โดยเฉพาะสาวอ่อนไหวมากเป็นพิเศษ แต่เราแข็งกระด้างก็เลยแอบอมยิ้ม

ความคิดเห็นที่ 2
chompoopookha วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 19.33 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

บทกวีไม่ใช่เขาจะเขียนให้ใครกันง่ายๆ หรอกนะ นอกจากคนที่เขารักเท่านั้น...

..........................................................................

เห็นด้วย 200 เปอร์เซ็นต์...
ความคิดเห็นที่ 1
noopuk วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 18.13 น.
http://www.oknation.net/blog/konmanruk
นับหนึ่งถึงร้อย++++++เพื่อรอคอยคนๆหนึ่งให้กลับมา++++++


ไม่ไปยุงกัด
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน