พิมพ์หน้านี้
|
หญิงสาว... ไปนอนดูดาวด้วยกันไหม... (4-จบ) วานิช สุนทรนนท์ 3 ตุลาคม 2548 ปลายมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต เขารักน้องคนนี้มากหรือน้อยแค่ไหน อย่างไร ใครเลยจะรู้ได้ นอกจากเขากับเธอที่รู้กัน และนอกจากคนทั้งสองแล้ว ไม่เคยมีใครล่วงรู้มาก่อนเลยว่า ทำไมเขาจึงตั้งชื่อลูกชายคนแรกที่แปลความหมายได้ว่า พี่ชาย..... บ่อยครั้งที่รู้ว่าเขาประสบปัญหาเรื่องสุขภาพ เธอจะรีบส่งยามาให้ หลายครั้งเธอจะบอกให้ไปหาและตัดแว่นที่คลินิกของเธอเมื่อเขาเผลอพูดเรื่องสายตาที่เริ่มยาว ล่าสุด เมื่อเกิดเหตุเดือนตุลาคมปลายปีที่แล้ว เขาโทรศัพท์ไปเล่าให้ น้องสาว ฟังพลาง สะอึกสะอื้นไปพลาง เธอรีบบอกว่า พี่ไม่ต้องเล่าทั้งหมดก็ได้ หน่องเข้าใจแล้ว เออ... ตอนนี้พี่กำลังเป็นโรคซึมเศร้านะ จำเป็นต้องใช้ยาช่วยสักระยะหนึ่ง... นะคะ อีก 2 วันต่อมา เขาก็ได้รับยาและกำลังใจอย่างดีที่สุดจาก หน่อง หลังจากนั้น เธอก็ขยันโทรศัพท์มาถามถึงเป็นระยะๆ ทั้งๆ ที่เรื่องเลวร้ายเหล่านั้น เธอไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว หลายๆ ครั้ง หลังจากเขาเยียวยา บาดแผล ครั้งนั้นให้เริ่มหาย เขาอยากจะไปหาเธอ ไปเยี่ยมเยียน ไปขอบคุณ แต่ด้วยข้อจำกัดของตัวเองที่น่าเบื่อหน่ายนี้ จึงไม่ได้ไปจริงๆ สักที นานๆ ครั้งที่ได้แต่ฝากความคิดถึงไปกับ ต้อย เพื่อนของเธอที่ตกค้างอยู่ที่นี่ นานแล้ว... .......................................................................................... หญิงสาว... เขาเล่าเรื่องนี้มาค่อนข้างจะยาว ถามว่าทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องอะไรกันกับหนังสือรวมบทกวีเล่มนั้น เกี่ยวสิครับ เพราะบทกวีเกือบจะทั้งเล่มนี้ เขาเขียนให้กับ หน่อง ซึ่งจะขอหยิบมาให้เธออ่านเพียงบางบทนะ เช่น บทที่ให้ชื่อว่า ความฝัน เขาเขียนไว้เป็นเชิงสัญลักษณ์ว่า... ในความฝัน ลูกแกะตัวน้อยสีขาว สวมถุงเท้าสีเทา กระโดดข้ามรั้วเข้ามาหาฉัน น่ารักน่าทะนุถนอม ไม่นาน ก็วิ่งผ่านเลยไป สู่ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หุบเขา แสนไกล หรือ ดวงดาว ที่มีความหมายแทนตัวเธอตลอดไป... ดวงดาว... อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ ด้วยฉันชอบเฝ้ามอง เวลาเธอกระพริบตา ดวงดาว... อยู่ใกล้ก็เหมือนไกล ด้วยฉันเกินจะไขว่คว้า มาข้างเคียง ดวงดาว... เธอเป็นอิสระ บนท้องฟ้ากว้าง มีแต่จักรวาลครอบครองใจ ตลอดกาล และ ลาก่อน เขียนขึ้นตอนที่เขาไปนั่งริมทะเล... หาดสมิหลา คิดถึงห้วงเวลาที่เคยพาเธอไปเที่ยว สายแล้ว... ทะเลยังสงบราบเรียบ เรือสองลำแล่นอยู่ริมฝั่ง ฉันนั่งเหม่อมองอยู่ใต้ต้นสน เพื่อจะมาบอกลาทะเล ขอบคุณทะเลให้ความสดใส ขอบใจต้นสนให้ร่มเงา คลื่นน้อยน้อยยังหลับใหลอีกนาน ฉันลาก่อน... ถึงเวลาจะมาเยี่ยมเยือน ฉันคงคิดถึงเธอตลอดไป ทั้งคิดถึงใครอีกคนเคยอยู่ใกล้ นั่งมองทะเลด้วยกัน เราฝันว่าจะเดินเล่นบนผิวน้ำ ขณะที่นกสีขาวบินข้ามขอบฟ้า แล้ววันนี้เล่า... ลาก่อนทะเลสีคราม ลาก่อนแผ่นน้ำและฟ้ากว้าง หัวใจฉันอ้างว้างเหลือทนแล้ว ลาก่อน... ก่อนที่น้ำตาจะไหลริน... นั่นคือ... วันเวลาที่ผ่านเลย นั่นคือ... เรื่องราวของใครคนหนึ่ง กับบทกวีที่เขาเขียนให้และส่งถึงหลังเหตุการณ์จบสิ้นลงแล้ว ดีใจและอบอุ่นทุกครั้งที่รู้ว่า หน่อง ยังเก็บหนังสือของเขาเล่มนี้ รวมทั้งจดหมายและเอกสารทุกชิ้นที่เขาเคยส่งให้ไว้กับบ้านของเธอ ครั้งหนึ่ง เธอเคยเล่าว่า บางวันเวลา... ยังหยิบหนังสือที่พี่ให้มาอ่าน และคิดถึงพี่ชายคนนี้อยู่เสมอ... .................................................................................................... หญิงสาว... ถามว่า มาถึงวันนี้เขาได้เขียนบทกวีให้กับเธอบ้างหรือยัง ไม่รู้สินะ... อยากให้มองย้อนกลับไป 4 เดือนที่ผ่านมา ลองนับจำนวนแผ่นกระดาษที่แอบวางอยู่ข้างเตียง สุดท้าย ให้กลับไปอ่านข้อเขียนฉบับนี้ หน้าที่ 6 บรรทัดที่ 3 บางทีเธออาจจะพบบางคำตอบแล้วก็ได้... บางที วันเวลาที่ผ่านมาแล้ว และวันข้างหน้าที่มีอีกยาวไกล ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในห้วงเวลาต่อจากนี้ เขาสัญญาว่าจะมีบทกวี ที่เขียนให้กับเธออีกมากมายเหลือคณานับ ประสาอะไรกับ การร้องขอเพียงหนึ่งหรือสองบทในตอนดึกของคืนนั้น...
|