พิมพ์หน้านี้
|
วันเวลาที่ยังไม่ได้เดินทาง วานิช สุนทรนนท์ 25 สิงหาคม 2548 ก่อนจะถึงปลายฝนจากอันดามัน ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต หญิงสาว... เกือบจะห้าทุ่ม... ผมกลับมาจากตัวเมืองได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว ตอนแยกจากกลุ่มที่ไปร่วมประชุมตอนใกล้ๆ จะสี่ทุ่มนั้น ผมแวะซื้อนมให้ลูกที่ร้าน 7-11 ทันมาเห็นเธอเปิดไฟเลี้ยวเข้าหมู่บ้านพอดี ตลอดเส้นทางที่ขับรถกลับบ้านคืนนี้ รู้สึกว่าจะไม่เหมือนคืนก่อนๆ นะ เงียบมาก... คืนนี้ อากาศค่อนข้างจะเย็นสบาย เพราะตอนบ่าย หลังจากที่มีความรู้สึกว่าฝนกำลังจะมานั้น ฝนก็มาจริงๆ ตกหนักและนานมาก มากจนทำให้เห็นหลังคาบ้านรั่วเพิ่มขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง รูรั่วแห่งใหม่นี้มีน้ำไหลมาจากมุมเหนือบันไดทางขึ้นชั้นสองเป็นทางยาว น้ำนี้เจิ่งนองเลย ใครสร้างหมู่บ้านนี้หนอ... คืนนี้ ลูกเข้านอนเร็วกว่าทุกวัน อาจจะเป็นเพราะเหนื่อยมาจากโรงเรียนและมีไข้นิดหน่อย 2-3 วันแล้ว ดังนั้น นอกจากเสียงเปียโนของ Richard Clayderman ที่กำลังบรรเลงอยู่เบาๆ เป็นเพื่อน ก็แทบจะไม่มีเสียงอื่นแทรกเข้ามาอีกเลย หลายวันมานี้ สังเกตอะไรอย่างหนึ่งไหมครับ เวลาที่เธอพูดถึงการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวที่จะไปเที่ยวต่างประเทศ หรือจะไปทำธุระให้ลูกสาวที่ต่างจังหวัดใกล้ๆ นี้ ผมมักจะพูดออกไปทันทีว่า ไปด้วยๆ อยู่เสมอ อยากจะบอกว่า ไม่ใช่จะต้องติดสอยห้อยตามไปทุกที่หรอกครับ แต่นานมาแล้วที่อยากจะเดินทาง แต่ไม่ได้ทำให้เป็นจริงเป็นจังสักที หลังจากเกิดปัญหาภายในขึ้นมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนนั้นก็เป็นครั้งหนึ่งที่ไม่อยากจะอยู่กับที่ อยากจะไปนอนที่เกาะ หรือที่ไหนสักแห่งไกลๆ เงียบๆ แต่ไม่ทันได้ไปไหนก็เกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์เสียก่อน ช่วงหลังๆ มานี้ก็ยังมีความรู้สึกเหมือนเดิม คือ อยากจะเดินทาง ไปกับหนังสือสัก 2-3 เล่ม เพื่อจะกลับมาพร้อมกับหนังสือของตัวเองที่มากกว่า ด้วยความคิดว่า การเปลี่ยนที่เปลี่ยนทางเสียบ้างอาจจะทำให้ผมได้พบสิ่งใหม่ๆ ที่จะนำมาเขียนเล่าใครต่อใครได้มากขึ้น ทุกวันนี้ นับวันจะยิ่งตันแล้วกับภาพทุ่งนารกร้างหลังบ้าน และกอไผ่สีเขียวอ่อนหน้าบ้าน แต่สุดท้าย ด้วยข้อจำกัดที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง ก็ทำให้ได้แต่คิด... ...ขอให้ฉันสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปตามถนนที่ตัดผ่านความนึกคิดของเด็กๆ และสามารถก้าวล้ำขอบเขตทั้งหมดที่มีอยู่ออกไปได้ ไปสู่ดินแดนที่ผู้สื่อข่าวสามารถนำข่าวที่ไม่เป็นข่าวจากอาณาจักรหนึ่งไปสู่อาณาจักรหนึ่ง เป็นดินแดนที่เหตุผลนำเอากฎเกณฑ์มาทำเป็นว่าวแล้วปล่อยให้ลอยไป และดินแดนที่สัจธรรมปล่อยข้อเท็จจริงให้หลุดพ้นจากเครื่องพันธนาการ... (จากหนังสือ พระจันทร์เสี้ยว ของ รพินทรนาถ ฐากูร แปลโดย วิทูร แสงสิงแก้ว, 2523.) นานมาแล้ว ไม่รู้ว่ายังจะจำได้อีกไหม ที่เธอบอกให้ผมเขียนหนังสือ เพื่อให้ขายได้ มาถึงวันนี้ ถ้านับจากวันที่ผมส่งการบ้านชิ้นแรกให้เธอ วันและเวลาได้ผ่านไปถึง 3 เดือนเต็มๆ ยังไม่เห็นความคืบหน้าของตัวเองเลย ถ้านำไปเปรียบเทียบกับการรับคนเข้าบริษัท ผมคงจะไม่ผ่านการทดลองงานอย่างแน่นอน ผมรู้ดีว่า วันนี้ยังไม่มีความสามารถพอที่จะเขียนอะไรตามที่เธอเคยคิดและคาดหวังได้ แต่ความตั้งใจที่จะทำหนังสือพิมพ์เป็นของตัวเองก็ยังคงมีอยู่ และนั่นน่าจะเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะปรับประยุกต์ ประสมประสานทั้งสองสิ่งให้เป็นเรื่องเดียวกันได้ อย่างไรก็ตาม ผมรู้และเข้าใจถึงความห่วงใยของเธอ อย่างน้อยๆ ก็จากการพูดคุยกันหลายๆ ครั้ง ว่า การทำหนังสือพิมพ์ไม่ค่อยจะน่าสนใจนักในเชิงธุรกิจ และผมก็เคยพูดกับเธอว่า ผมจะไม่พูดถึงหนังสือพิมพ์อีก จนกว่าจะเป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้ หรือไม่ก็หลังจากล้มเลิกความตั้งใจไปแล้ว วันเวลาผ่านไปเปล่าๆ นานแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่าง ยังวนเวียนอยู่ที่เดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือความรู้สึกอื่นใดก็ตาม ตื่นมาบางวันก็ชวนให้น่าเบื่อ มองกระจกตอนเช้าๆ ก็ไม่กล้าที่จะสบตาตัวเองนัก หรือบางที... จะถึงเวลาทบทวนและสรุปในบางเรื่องราวแล้ว...
|