พิมพ์หน้านี้
|
คำบอกเล่าของตัวหนังสือ วานิช สุนทรนนท์ 21.14 น. / 12ส.ค.48 1.) หญิงสาว... วันก่อนผมไปรื้อหนังสือเก่าๆ ที่บ้านแม่ แม้จะมีโอกาสกลับไปหาแม่บ่อยๆ แต่นานๆ สักครั้งที่ผมจะมีเวลาอยู่กับหนังสือเหล่านั้น บนชั้นหนังสือหัวเตียงในห้องที่เคยนอนเมื่อหลายปีก่อน มีหลายเล่มที่อ่านจบไปนานแล้ว แต่อีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้อ่านเลย ไม่ใช่เป็นคนที่ต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าอะไรๆ ล้วนจะต้องเป็น ตัวกู ของกู ไปทั้งหมด แต่ผมมีนิสัยอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เมื่อซื้อหนังสือแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกี่เล่ม ผมมักจะเขียนชื่อ วันที่ รวมไปถึงสถานที่หรือจังหวัดที่ซื้อ ดังนั้น เมื่อกลับไปรื้อหาหนังสือเก่าๆ จึงอดที่จะใจหายไม่ได้เมื่อพบว่า บางเล่มเหล่านั้นอยู่กับผมนิ่งและนานมาเกือบจะ 30 ปีเข้าไปแล้ว มีหลายเล่มที่สะสมมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ ม.อ.ปัตตานี เช่น หนังสือ ชักม้าชมเมือง บทกวีของอาจารย์ 2.) หญิงสาว... ในจำนวนหนังสือหลายร้อยเล่มที่ยังอยู่ที่บ้านแม่ มีอยู่เล่มหนึ่งที่ผมค่อนข้างจะรักและหวงมาก คือ ดอกไม้ถึงคนหนุ่มสาว เป็นหนังสือรวมบทกวีประเภทกลอนเปล่าของ พิบูลศักดิ์ ละครพล ซึ่งเป็นนักเขียนที่ผมชอบและแอบยึดเป็นอาจารย์แบบครูพักลักจำอยู่เงียบๆ มานานแล้ว นอกจากนี้ เหตุที่ทำให้ผมต้องรักและหวงหนังสือเล่มนี้เป็นพิเศษก็อยู่ตรงที่ หนังสือเล่มนี้เป็นของขวัญวันเกิดที่เพื่อนผู้หญิงที่รักกันมากคนหนึ่งมอบให้เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2520 ตอนเรียนอยู่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่ปัตตานี ก่อนปีสุดท้าย ส่วนที่หาไม่ได้จากหนังสือเล่มอื่นๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือ ดอกไม้ถึงคนหนุ่มสาว เล่มนี้มีตำหนิ เพราะมีหน้าว่างๆ แบบไม่มีตัวหนังสือเลยถึงแปดหน้า แต่เธอลงทุนลบรอยที่ว่างเปล่านั้นด้วยการคัดลอกข้อความมาจากอีกเล่มหนึ่งด้วยลายมือที่ไม่สวยนักแต่น่ารัก อ่านง่าย และต้องจดจำมาถึงวันนี้ มีความสุขมากที่ลายมือของเธอยังอยู่กับผม ไม่ลอกเลือนเลยแม้สักตัวเดียว มีบางตอนของบทกวีเหล่านั้นที่สร้างความคิดดีๆ ให้ก่อเกิดในตัวผมและน่าจะเป็นกับคนอีกหลายคน ในทำนองว่า ...คนหนุ่มสาว ดอกไม้เบิกบานอยู่เสมอมา... ที่ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งจะเหยียบย่ำ ด้วยฝ่าเท้า ด้วยปากกระบอกปืน ด้วยรถถัง ด้วยเงิน ด้วยอำนาจ ดอกไม้ก็จะผุดขึ้น เบิกบานขึ้น ที่นั่นที่นี่ เสมอมา... 3.) หญิงสาว... ในบ่ายวันเดียวกันนั้น ผมค้นพบหนังสืออีกเล่มหนึ่ง เป็นเล่มที่เล็กและบาง วางแทรกอยู่ในกองหนังสือทั้งหมดนั้น ผมเคยอ่านครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2521 เป็นเรื่องราวที่น่ารักและให้กำลังใจกับคนอ่านที่กำลังประสบชะตากรรมที่เหมือนหรือคล้ายๆ กันได้เป็นจำนวนมาก หนังสือเล่มน้อยนี้ มีชื่อว่า เธอคือชีวิต วิทยากร เชียงกูล แปลมาจาก A girl who was life โดย Nikolai Chukovsky มีทั้งหมด88หน้า ราคาเมื่อ พ.ศ.2521 เพียง 7 บาทเท่านั้นเอง เธอคือชีวิต เป็นเรื่องของบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นชาวรัสเซียคนหนึ่ง เล่าถึงสภาพของบ้านเมืองตอนที่เยอรมันยกทัพมาปิดล้อมเมืองเลนินกราด ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเวลานานข้ามเดือนข้ามปี ท่ามกลางศึกสงคราม ระเบิดและกระสุนปืนต่อสู้อากาศยานและระดับอุณหภูมิที่หนาวที่สุดในปีนั้น ไม่มีไฟฟ้า ขาดแคลนอาหารจนถึงขั้นแบ่งปันขนมปังกันเพียงคนละชิ้นในหนึ่งสัปดาห์ ผู้คนอดอยากหิวโหย ค่อยๆ ตายไปทีละคนสองคน จนยากที่จะนับศพได้หมด มีเพียง แอสยา เด็กสาววัย 15 ปี ที่วิ่งขึ้นวิ่งลงตึกร้างนั้น เพื่อดูแลแม่และคนอีกมากมายที่ประสบเคราะห์กรรมเช่นเดียวกับเธอ ในสถานการณ์ที่ไม่มีแล้วซึ่งความหวังใด ๆ เช่นนั้น เหลือเชื่อว่าเธอกลับเข้มแข็งกว่าทุกๆ คน คอยพยุง ประคับประคอง พูดให้กำลังใจ ปลุกความหวังให้ฟื้นตื่นขึ้นมาพร้อมกับทุกวันที่แสงอรุณเริ่มสาดส่อง ประโยคหนึ่ง ที่เธอพูดกับบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คนนี้ เมื่อเห็นว่าเขาอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ เท่าที่เธอคิดและประเมินได้ตามวัยและสภาพการณ์เช่นนั้น ก็คือ ...คนเรามักจะแข็งแรงมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสมอ . สั้นๆ เพียงแค่นี้ แต่ทำให้คนทำหนังสือพิมพ์คนหนึ่งมีชีวิตรอดต่อไปได้ แม้ตัวเธอเองจะต้องตายลงหลังจากนั้นไม่นานนัก... 4.) หญิงสาว... โลกใบนี้มีอะไรที่นึกไม่ถึงและให้ใครๆ พากันประหลาดใจเล่นได้เสมอ อย่างเช่นตอนนี้ ผมไม่เคยคิดมาก่อนเหมือนกันว่า หนังสือเก่าๆ บนชั้นที่เปื้อนฝุ่น หยากไย่รกรุงรัง จะกลับมาให้กำลังใจผมได้อีกครั้งหนึ่งในวันเวลาที่ค่อนข้างจะเงียบงันเช่นนี้ หญิงสาว... สุดท้าย ผมอยากจะขอบคุณเธอ ที่พยายามเคี่ยวเข็ญและเป็นกำลังใจให้ผมกลับมาหัดเขียนหนังสืออีกครั้งหนึ่ง... |