พิมพ์หน้านี้
|
เย็นลมป่า กับอีกหนึ่งชะตากรรม เขียน : วานิช สุนทรนนท์ เวลา : 22.06 น. วันที่ 7 กรกฎาคม 2549 สำหรับ : หนังสือพิมพ์อันดามัน ไทม์ ฉบับ วันที่ 16-31 กรกฎาคม 2549 1.) หญิงสาว... เมื่อ 35 ปีก่อนโน้น... ตอนที่ยังเป็นนักเรียนตัวเล็กๆ ผมก็เหมือนกับเด็กหลายๆ คนจากต่างอำเภอที่เข้าไปเรียนต่อในตัวเมือง สมัยนั้น ไม่มีตัวเลือกให้มากนัก ถ้าเป็นผู้ชายก็ต้องเป็นโรงเรียนวิเชียรมาตุ ส่วนผู้หญิงก็ไปโรงเรียนสภาราชินี แต่พอเป็นระดับมัธยมปลาย ทั้งสองโรงเรียนก็มีผู้หญิง-ผู้ชายมาเรียนรวมกัน ขณะที่เรียนอยู่ชั้น ม.ศ.3 เข้าใจว่า พวกผมน่าจะเริ่มแตกเนื้อหนุ่ม เพราะนอกจากเรียนบ้างไม่เรียนบ้าง เราก็ยังมีเวลาแบ่งสายตาไปมองพี่ๆ ผู้หญิงชั้น ม.ศ.4-ม.ศ.5 กันบ้างแล้ว จากการที่เรียนกันอยู่เฉพาะผู้ชายมานานทุกวัน ทุกปี เมื่อเห็นพี่ๆ สาวๆ ก็อดที่จะทะลึ่งตึงตังไปทำความรู้จักและสร้างความสนิทสนมด้วยไม่ได้ มาถึงวันนี้... ผมยังจำ พี่เล็กได้ดี พี่สาวคนนี้เป็นคนร่างเล็กสมชื่อ ตอนนั้น เธอเรียนอยู่ ม.ศ.4 ไปไหนมาไหนกับกลุ่มพี่ๆ ที่มาจากย่านตาขาวบ้านเดียวกันกับผม จึงไม่แปลกที่จะหาโอกาสได้รู้จัก พูดคุย กับเธอ พี่เล็กเป็นคนน่ารัก หน้าตาก็สะสวยทีเดียวล่ะ จึงไม่แปลกอีกเหมือนกันที่ หนุ่มน้อย จะกลับไปเฝ้าคิดถึงอยู่หลายครั้งหลายหน เมื่อผมขึ้นไปเรียนต่อ ม.ศ. 4-5 ที่กรุงเทพฯ อย่าว่าแต่จะได้พบหน้าค่าตาเธอเลย เพราะแม้ข่าวคราวก็ไม่มีมาให้ได้รับรู้ แต่จู่ๆ วันหนึ่ง ขณะที่กลับจากโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับวัดอรุณฯ ผมพบพี่เล็กกับพี่สาวของเธอโดยบังเอิญแถวๆ ปากซอยวัดรวก วินาทีนั้นผมทำอะไรไม่ถูก ทั้งๆ ที่คิดถึงมานาน พอได้พบกลับพูดอะไรไม่ออก บอกอะไรไม่เป็น ทักทายกับเธอสองสามคำก็เดินจากมา พร้อมกับก่นด่าตัวเองไปตลอดทาง...... 2.) หญิงสาว... อีก 3 ปี ต่อมา... ผมมาติดต่อกับพี่เล็กอีกครั้งก็ตอนที่ระเห็จไปเรียนต่อที่ปัตตานีแล้ว ดีใจมากที่พอผมเขียนจดหมายไปหาที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เธอก็ตอบมาทันที เหตุผลเดียวที่เราสื่อกันได้ในตอนนั้นก็คือ เธอจับใจความได้จากเนื้อหาของจดหมายว่า เมื่อเข้าไปทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยแล้ว ผมเริ่มมีความคิด มีความเข้าใจสังคมมากขึ้น ไม่เหมือนสมัยที่ยังเรียนอยู่มัธยมฯต้น ท่ามกลางความเป็นไปของบ้านเมืองภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ไม่นานนัก ทุกคนรวมทั้งนิสิต นักศึกษา มีสิทธิเสรีภาพค่อนข้างมาก พี่เล็กเล่าให้ฟังว่า ที่มหิดล เธอทุ่มเทจิตใจให้กับกิจกรรมอย่างเต็มที่ ภารกิจประจำคือการเข้าไปให้การศึกษา ดูแล พี่น้องกรรมกรในโรงงานต่างๆ แถวอ้อมน้อย ยิ่งเขียนจดหมายคุยกันนานๆ ยิ่งเข้าใจว่า พี่เล็ก ไปไกล มากแล้วสำหรับความคิด ความอ่าน หรืออุดมคติในตอนนั้น ผมจำไม่ได้ว่าผ่านเหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519 ไปแล้วกี่วัน ที่พี่เล็กมาหาผมถึงบ้าน ผมดีใจมากที่สุด เราคุยกันจริงจังเป็นครั้งแรกหลังจากที่รู้จัก แอบคิดถึง มานานแสนนาน แต่ขณะนั้นเรื่องราวที่ต่างแลกเปลี่ยนค่อนข้างจะเคร่งและเครียด ก่อนจากกันวันนั้น พี่เล็กหันกลับมามอง เม้มริมฝีปากบอบบางเบาๆ เหมือนที่เคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน พร้อมกับสบตาผมนิ่งและนาน ราวกับต้องการจะบอกอะไรสักอย่าง... ผมมาได้ข่าวพี่เล็กอีกครั้งหลังจากนั้นว่า... เธอ เข้าป่า ไปแล้ว แถวๆ ภาคอีสาน ไกลลิบโน่น... 3.) หญิงสาว... หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ บ้านเมืองพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า เมื่อเปรียบเทียบกับวันเวลาของสิทธิ เสรีภาพ ที่ได้มาจากการต่อสู้ของนักเรียน นักศึกษา ประชาชน 3 ปีก่อนหน้านั้น เพราะเมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้ว คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ได้เข้ามายึดอำนาจ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเกิดความคึกคะนองและใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขต เมื่อเกิดเหตุใหม่ๆ นาย แรกเริ่มเดิมที นายชวน สร้างผลงานเหล่านี้ไว้ในนิตยสาร พาที รายเดือน ของขรรค์ชัย บุนปาน ตั้งแต่หลัง 6 ตุลาฯได้ไม่นานนัก ต่อมา ได้รวมเล่มครั้งแรก ปี 2521 และล่าสุด พิมพ์เป็นครั้งที่ 6 แล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อหาทุนให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ทุกเรื่องที่นายชวนเขียน เป็นเรื่องราวที่ชาวบ้านในเขตพื้นที่จังหวัดตรังถูกกระทำ หรือได้รับผลจากการข่มขู่ คุกคาม ทำร้าย ฯลฯ จากเจ้าหน้าที่ของรัฐในขณะนั้นทั้งสิ้น... วันที่ 1 มกราคม 2521 หลังจากร่วมตักบาตรวันปีใหม่กับชาวบ้านเหมือนทุกๆ ปีแล้ว มีสามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่งเข้ามาพบผมที่บ้าน... ผัวเมียคู่นี้มีบุตรสาวเรียนอยู่มหาวิทยาลัยมหิดล บุตรสาวได้หายไปหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 พ่อแม่คู่นี้มาระบายความทุกข์ใจ ความกังวลและความห่วงใยให้ผมรับรู้... เล็กส่งข่าวมาบ้างไหมครับ.... นายชวนเขียนเล่าไว้ต่อไปว่า เช้าวันนั้น พ่อแม่ของ พี่เล็ก เข้ามาบอกว่า คนป่า ถูกฆ่าตายที่ห้วยยอด 2 คน ศพตั้งอยู่หน้าโรงพัก มีผู้หญิงตายคนหนึ่งด้วย... เขาว่าผู้หญิงเป็นนักศึกษา... น้ากลัวจะเป็นเล็ก... ขณะนั้น นายชวนได้ปลอบใจพ่อแม่ของพี่เล็กว่า เป็นไปไม่ได้หรอกครับ เล็กเขาไม่กลับมาอยู่แถวบ้านตัวเองหรอก คนจะจำเขาได้ 4.) หญิงสาว... ผมพบพี่เล็กครั้งสุดท้ายในงานศพพ่อของเธอเมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว แม้ดูเหมือนผิวพรรณจะกร้านขึ้น แต่ยังเห็นร่องรอยของ พี่เล็ก คนเดิมได้อย่างชัดเจน วันนั้น เราได้คุยกันไม่กี่คำ เพราะพี่เล็กต้องรับแขกอีกมากมาย พอผมเอ่ยถึงหนังสือ เย็นลมป่า ของนายชวน ที่เขียนถึงเธอไว้ตอนหนึ่ง พี่เล็กบอกว่า อยากเห็นหนังสือเล่มนี้จังเลย เย็นวันรุ่งขึ้น ผมจึงนำ เย็นลมป่า ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ที่เก็บไว้อย่างอบอุ่นอยู่นานแล้วไปให้เธอที่สถานีรถไฟ เมื่อรถเริ่มเคลื่อน... เราต่างโบกมือให้กัน จากวันนั้น... ผมยังไม่เคยได้พบกับ พี่สาว ที่แสนดีคนนี้อีกเลย... |