พิมพ์หน้านี้
|
บันทึกลูกผู้ชาย ชื่อ... เช เขียน : วานิช สุนทรนนท์ เวลา : วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2548 / 10.38 น. ภาพ : ปกภาพยนตร์จากร้านเช่า VCD สำหรับ : นสพ.อันดามัน ไทม์ ฉบับวันที่ 1 ธันวาคม 2548
1.) หญิงสาว.. เมื่อวาน... ผมจำไม่ได้ว่า เราได้พูดคุยกันด้วยเรื่องอะไรบ้าง แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งผมเล่าให้ฟังว่า เพิ่งดูหนังเกี่ยวกับชีวิตของ เช กูวารา ตอนหนุ่มๆ แล้วผมก็ถามเธอ... รู้จัก เช ไหม ตอนแรกเธอตอบว่า ไม่... แต่พอผมถามต่อ... เคยเห็นภาพผู้ชายเท่ๆ สวมหมวกแบเร่ต์ ผมยาว และมีหนวดงามๆ ที่หน้าอกเสื้อยืดของวัยรุ่นบ้างไหม เธอก็ร้อง อ๋อ... เคยเห็น แต่ยังไม่รู้จักอยู่ดี... ผมได้ยินแล้วก็ไม่ได้แปลกใจแต่อย่างใด เข้าใจได้ว่า ทุกวันนี้ เมื่อคนเราต่างมีภารกิจในชีวิตประจำวันมากมายทั้งอาชีพการงานและครอบครัว ในขณะที่ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ด้วยการลำดับความสำคัญของเรื่องราวที่พบและจำเป็น วันหนึ่งๆ ก็สั้นลง จึงไม่มีเวลาพอที่จะเหลียวแลโลกส่วนที่เหลือแล้ว วันนี้... ผมจึงอยากจะเล่าเรื่องราวให้เธอฟัง... 2.) หญิงสาว... สมัยยังเรียนอยู่ปีแรกๆ ที่ ม.อ.ปัตตานี เมื่อปี 2518 เป็นช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มาได้ไม่นานนัก สิทธิ เสรีภาพของประชาชนจึงมีมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสิต นักศึกษา ที่เป็นพระเอกมาจากเหตุการณ์ใหม่ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้คือ... เรามีโอกาสเรียนรู้ในด้านที่ไม่เคยเห็น ได้อ่านหนังสือหลายเล่มที่ไม่เคยตีพิมพ์ ความทรงจำเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ เช กูวารา ก็ได้มาจากหนังสือเหล่านั้น... เช มีชื่อจริงๆ ยาวเหยียดว่า เออร์เนสโต ราฟาเอล กูวาราเด ลาเชร์นา เกิดในครอบครัวของชนชั้นกลางที่ค่อนข้างจะมีฐานะ ที่เมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินา ชีวิตของเขาเกี่ยวข้องกับคนหลายชาติ หลายภาษา เริ่มต้นจากมีแม่เป็นชาวสเปน พ่อเป็นชาวไอริช ในระหว่างเป็นนักศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส เขาก็ออกท่องทวีปอเมริกากลางไม่น้อยกว่า หลายปีต่อมา เขาร่วมกับ ฟิเดล คาสโตร นำประชาชนทำการปฏิวัติยึดอำนาจจากรัฐบาลเก่าของประเทศคิวบาจนสำเร็จ แม้จะได้รับบำเหน็จรางวัลด้วยตำแหน่งสูงถึงระดับรัฐมนตรี แต่เขาไม่ยอมที่จะอยู่เฉย ด้วยความคิดว่า การปฏิวัติ เป็นสินค้าส่งออก เขาจึงไปช่วยเหลือการปฏิวัติในประเทศอื่นๆ รวมทั้งโบลิเวีย ไม่ทันที่ภารกิจจะลุล่วง เขาก็ถูกทหารรัฐบาลกับเจ้าหน้าที่จากองค์กรลับของประเทศมหาอำนาจยิงตายเสียก่อน... 3.) หญิงสาว... ภาพยนตร์เรื่อง The motorcycle Diaries หรือ บันทึกลูกผู้ชาย ชื่อ... เช เป็นหนังฟอร์มเล็กที่ได้รับเพียงรางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยม ในการชิงรางวัลออสการ์ ปี 2547 เรื่องราวที่เห็นตลอดเวลากว่า 2 ชั่วโมง ไม่ได้มีภาพการสู้รบของเช ไม่ว่าในสมรภูมิไหนๆ แต่ทั้งหมดของหนัง ได้บอกให้คนดูได้รับรู้ถึงจุดกำเนิดความคิดของนักปฏิวัติหนุ่มคนนั้น... หลังจากวางแผนกันมานาน ในปี 1952 กูวารา วัยเพียง 23 ปี พร้อมเพื่อนที่ชื่อ อัลเบอร์โต กรานาโด ซึ่งเป็นนักชีวเคมี กับ เจ้าจอมพลัง มอเตอร์ไซค์ นอร์ตัน 500 ซีซี เก่าคร่ำรุ่นปี 1939 ก็เริ่มออกเดินทางสำรวจทวีปอเมริกาใต้ด้วยกัน จากกรุงบัวโนสไอเรส เริ่มเข้าสู่ประเทศชิลี เป้าหมายคือ สหรัฐอเมริกา หลายครั้งที่ต้องล้มคว่ำคะมำหงายบนถนนบ้านนอก บางทีที่ตกร่องน้ำข้างทาง ครั้งหนึ่งก็ชนเข้ากับวัวฝูงใหญ่ และตอนเข้าโค้งบนเทือกเขาสูงชัน แต่ไม่ได้ทำให้พวกเขาย่อท้อ หนังช่วงนี้ฉายให้เราได้เห็นความสวยงามของสภาพชนบท เบื้องหลังมีเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนอยู่ไกลๆ สะพานไม้ที่ทอดข้ามโตรกผาและเหวลึก ต้องเข็นเจ้ารถเพื่อนยากที่หมดลมหายใจไปแล้ว ผ่านถนนหิมะที่ลำบากยากและเย็น จนต้องทิ้ง เจ้าจอมพลัง ไว้ที่ชิลี ก่อนจะเดินเท้า นอนกลางดิน กินกลางทราย และโบกรถต่อไปประเทศเปรู ในระหว่างเดินทางระหกระเหินไปตามไฟฝันของคนหนุ่ม เช เริ่มพบเห็นคนจนบนเทือกเขาที่หนาวเหน็บนั่งรอเวลาให้นายจ้างจากเหมืองแร่มาเลือกตัวไปทำงาน... คนสามัญที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ... คนพื้นเมืองที่ไร้ที่พักพิงแม้ในบ้านเกิดของตัวเอง... ชาวบ้านที่ถูกกดขี่จากเจ้าของที่ดิน... ในระหว่างที่นั่งเรือข้ามวันข้ามคืนในแม่น้ำอเมซอนเพื่อเดินทางไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่นิคมโรคเรื้อน เขานั่งมองเรืออีกลำที่ผูกโยงมากับเรือใหญ่ที่เขาอยู่ แต่เป็นที่โดยสารสำหรับคนระดับล่างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง... ตลอดเส้นทางยาวด้วยระยะ และเวลาที่นานปี... นอกจากเขาจะได้อ่านหนังสือมากมายแล้ว เช มักจะเขียนบันทึกถึงแม่ทุกครั้งที่มีโอกาส ด้วยการเรียนรู้โลกและผู้คนจากความจริง ประกอบกับความรู้สึกที่ชิงชังความไม่เป็นธรรม ไม่นานเขาก็เปลี่ยนแปลง... จนถึงบันทึกหน้าสุดท้าย เขาเขียนไว้ว่า ข้าพเจ้าขอทิ้งท่านไว้ตรงนี้... คนที่ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้า...เคยเป็น 4.) หญิงสาว... สิ่งที่ได้จากการดูหนังเรื่องนี้... นอกเหนือจากความสนุกสนาน หรือได้เห็นทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงามแล้ว ยังทำให้ผมหวนคิดไปถึงวันคืนเก่าๆ ที่เริ่มจะเรียนรู้โลก แต่ที่สำคัญ ผมได้พบว่า การเปลี่ยนแปลงตนเองของใครก็ตาม ย่อมเกิดจากการเรียนรู้... ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องได้มาจากห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เขาสามารถพบได้โดยตรงจากชีวิตของผู้คนธรรมดาสามัญที่มีอยู่มากมายบนแผ่นดิน
|