พิมพ์หน้านี้
|
War of the Worlds สงครามจากต่างดาว เขียน : วานิช สุนทรนนท์ ภาพ : จากอินเตอร์เน็ต เวลา : 11.47 น. วันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2548 สำหรับ : นสพ.อันดามัน ไทม์ ฉบับวันที่ 16-31 ธันวาคม 2548 1.) หญิงสาว... ดึกแล้ว... ผมยังนอนไม่หลับ... ฝนนอกหน้าต่างยังคงตกอยู่ตลอดเวลา และเป็นเช่นนี้มาหลายวันแล้ว จนมีใครบางคนเริ่มบ่นให้ได้ยินว่า ปีนี้ฝนตกลงมายาวนานกว่าทุกๆ ปี ตั้งแต่ต้นฝนจนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 7 เดือน ที่ยังไม่เห็นวี่แววสิ้นสุดของฤดูกาล... คืนนี้... นอกจากเสียงฝน ไม่มีสรรพสำเนียงของสิ่งใดให้ได้ยินอีก ในห้วงเวลาที่อยู่คนเดียว... ผมคิดถึงบางดึกดื่นที่เราเคยคุยข้ามคืนถึงดวงดาวบนท้องฟ้า คิดถึงและเพรียกหาใครอีกบางคนที่เฝ้ามองโลกของเรามาจากที่ไกลแสนไกล จำได้ไหมที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่า... โดยทฤษฎีแล้ว ในเอกภพอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่หาขอบเขตมิได้ มีดวงดาวมากมายนับเท่าไหร่ก็ไม่ถ้วนนี้ ไม่มีเหตุผลเลยหากใครจะด่วนสรุปว่า โลกเป็นดาวเพียงดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ใช่หรือไม่ว่า ในระบบสุริยะอื่นๆ บนดาวเคราะห์บางดวง ที่มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ของที่นั่นเท่าๆ กัน หรือใกล้เคียงกับระยะทางของโลกกับดวงอาทิตย์ที่นี่ อาจจะมีชีวิตที่เพียบพร้อมด้วยสติปัญญา ที่เทียบเท่าหรือมากกว่ามนุษย์อย่างพวกเราก็เป็นได้... 2.) หญิงสาว... จริงอยู่... แม้เราไม่ได้เป็นคนคู่แรกที่พูดถึงเรื่องนี้ แต่น่าจะเป็นหนึ่งในจำนวนไม่มากนักที่ได้ชี้ชวนกันแหงนมองท้องฟ้า... ในวันเวลาที่ไม่เคยได้อยู่ด้วยกัน... ผมเพียงแต่อยากบอกว่า แม้จะไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหน แต่รู้ว่าคนบนโลกนี้ได้คิดถึงคนจากที่อื่นมานานแล้ว นอกจากวิธีการทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีการเร่งสำรวจอวกาศตลอดเวลา ในส่วนของความคิด และจินตนาการต่อมนุษย์ต่างดาว ก็มีให้เห็นมากมายมหาศาลทั้งในหน้าหนังสือและบนแผ่นฟิล์มภาพยนตร์ ตอนที่อายุเพิ่งเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่ม ผมทุ่มเทเวลาศึกษาเรื่องนี้จากหนังสือหลายเล่ม ทั้งบันทึกคำบอกเล่าของผู้ที่อ้างว่าเคยพบเห็น รวมถึงนิยายวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง แน่นอนครับ... ผมไม่เคยละเลยภาพยนตร์ดีๆ อีกหลายต่อหลายเรื่องที่ช่วยกันต่อยอดจินตนาการ... ผมรู้สึกแปลกใจว่า ทำไมเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวในหนังเกือบจะทุกเรื่อง เป็นไปในแนวที่พวกเขายกกองทัพมาเพื่อจะยึดครองโลกของเราอยู่เรื่อย และมีอีกหลายๆ เรื่องที่เป็นไปแบบไม่ค่อยจะมีเหตุมีผลสักเท่าไหร่ แต่ที่ผมค่อนข้างจะชอบและศรัทธาเอามากๆ ก็คือ หนังที่สร้างโดย สตีเว่น สปีลเบอร์ก ผู้สร้างเรื่อง E.T. The Extra Terrestrial เมื่อกว่า 20 ปีก่อน หรือ A.I. Artificial Intelligence เมื่อไม่นานนัก หนังดีๆ เหล่านี้ ทำให้ผมเริ่มคิดว่า ถ้าพวกเขามีสติปัญญาพอที่จะเดินทางมาถึงโลกของเราได้ การรุกรานเพื่อยึดครอง ไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่เป็นไปได้ ความจริงแล้ว ก่อนที่เขาจะสร้างหนังเรื่อง E.T. สปีลเบอร์กเคยทำหนังเกี่ยวกับคนต่างดาวมาแล้วเรื่องหนึ่ง แต่ไม่โด่งดังเหมือนเรื่องหลังๆ เป็นหนังที่เล่าถึงการเผชิญหน้ากับมนุษย์ต่างดาวในระดับที่ 3 หมายถึงระดับที่ได้พบตัวจริงๆ ผมจำชื่อหนังเรื่องนั้นได้เพียง... The Third Kind of... แต่อีกเรื่องที่จะเล่าให้เธอฟังต่อไปนี้ ไม่เหมือนหนังที่เขาเคยสร้างมาก่อนเลย... 3.) หญิงสาว... เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผมเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง War of the Worlds หรือตามที่มีชื่อเป็นภาษไทยว่า อภิมหาสงครามล้างโลก นำแสดงโดย ทอม ครุยซ์ และเด็กหญิงดาโกตา แฟนนิ่ง สำหรับครุยซ์ เธอคงจะรู้จักเขาดีอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ใช่สำหรับเด็กผู้หญิงที่แสดงเป็นลูกของเขาในเรื่องนี้ หนูน้อยคนนี้เธอน่ารักเอามากๆ ผมเคยดูหนังที่เธอเล่นมาแล้วหลายเรื่อง เมื่อ 2 ปีก่อนเคยดูมินิซีรีส์ของสปีลเบอร์กใน UBC เรื่อง Taken ที่เป็นเรื่องราวของคนที่มนุษย์ต่างดาวจับตัวไปทดลองเกี่ยวกับพันธุกรรม ต่อมา ชอบและชื่นชมเธอในหนังเรื่อง I am Sam , Hide and Seek และ Man on Fire ที่ผมบอกว่า War of the Worlds ไม่เหมือนกับหนังมนุษย์ต่างดาวเรื่องอื่นๆ ของสปีลเบอร์กก็เพราะว่า ก่อนหน้านี้ เขาเคยสร้างหนังที่ชี้ให้เห็นความเฉลียวฉลาดของคนต่างดาว ที่พยายามเข้ามาเพื่อจะสื่อสาร ค้นหา อย่างร้ายที่สุดก็เพียงลักพาตัวไปศึกษาทดลอง แต่เรื่องนี้พวกเขาบุกมาเพื่อจะยึดโลกตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่มต้น... วันนั้น... หลังจากเกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าที่รุนแรง และยาวนานที่สุดแล้ว ไฟฟ้าก็ดับทั่วทั้งเมือง โทรศัพท์ใช้ไม่ได้ รถยนต์ทุกคันเครื่องดับ สตาร์ทใหม่อย่างไรก็ไม่ติด ท่ามกลางความแตกตื่นโกลาหล ของผู้คนที่ออกมาบนถนน จู่ๆ พื้นแผ่นดินตรงกลางเมืองก็สั่นไหว แตกปริ สิ่งที่โผล่ขึ้นมาจากรอยแยกกว้างและลึกนั้นคือ หุ่นยนต์ 3 ขา ขนาดใหญ่จำนวนมาก ที่บังคับโดยมนุษย์นอกโลกที่พรางตัวลงมากับสายฟ้าก่อนหน้านี้ จากนั้น หุ่นยนต์ยักษ์ที่สิ่งมีชีวิตจากดาวอื่นแอบมาฝังไว้เมื่อกว่าล้านปีก็ออกตามล่าฆ่าผู้คนเป็นว่าเล่น แต่สุดท้าย เป็นไปตามสูตรของหนังประเภทนี้ เมื่อมนุษย์โลกค้นพบจุดอ่อนของผู้รุกรานก็สามารถปราบคนจากต่างดาวลงได้... 4.) หญิงสาว... แม้ฝนนอกหน้าต่างจะซาเม็ดลงบ้าง แต่ป่วยการจะนึกถึงแผ่นฟ้าเบื้องบนว่าจะมีดาวสักกี่ดวงให้แหงนมอง ช่างเถอะ... อีกไม่นานบ้านเราก็จะย่างเข้าสู่หน้าแล้งแล้ว ถึงวันคืนเหล่านั้น เราค่อยมาชี้ชวนให้ดูดาวดวงเดียวกันอีก... เมื่อถึงเวลานั้น ขณะที่ต่างเฝ้ามองท้องฟ้ากันคนละแห่งที่ เราคงจะยังมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน และฝันถึง ความจริงที่อยู่ข้างนอกนั้น เพื่อโลกจะไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนเดินอยู่คนเดียวในจักรวาลเวิ้งว้างแห่งนี้อีกต่อไป...
|