พิมพ์หน้านี้
|
คอลัมน์ กวนหมวน การเมือง 14 ตุลาฯ ปีนั้น คุณทำอะไร อยู่ที่ไหน... (1) วานิช สุนทรนนท์ เขียน : เวลา 15.26 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2551 สำหรับ : หนังสือพิมพ์ ทับเที่ยง โพสต์ ฉบับ 1-15 ต.ค. 51 ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต ตอนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 คุณกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน... ผมเชื่อว่า หลายๆ คน คงจะเคยได้รับคำถามเช่นนี้มาบ้างแล้ว อย่างน้อยๆ ก็สักครั้งหนึ่งในชีวิต ผมก็เชื่ออีกว่า หลายๆ คนต่างก็คงจะมีคำตอบที่หลากหลาย แตกต่างกันไป รวมไปถึงที่ว่า... ยังไม่เกิดเลย... ยังเป็นวุ้นอยู่เลย... สำหรับผมแล้ว ช่วงเวลานั้นอายุน่าจะสักราวๆ 17 ปี แต่ช่างเป็นอะไรที่ไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อเรื่องราวทางการเมือง... สมัยนั้น ผมยังเรียนหนังสืออยู่แค่ชั้น ม.ศ. 4 โรงเรียนทวีธาภิเศก ที่ว่ากันว่าเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของกรุงเทพมหานคร แต่ดันไปตั้งอยู่ที่ฝั่งธนบุรี ซึ่งเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงวัดแจ้ง หรือวัดอรุณราชวราราม และถ้าเดินต่อไปอีกหน่อยก็จะถึงท่าเทียบเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา มายังฝั่งท่าเตียน ใกล้ๆ กับสนามหลวงได้ บ่อยครั้งที่พอเลิกเรียน ผมกับเพื่อนๆ หัวเกรียนๆ 2-3 คน ในชุดกางเกงขาสั้นสีกรมท่า เสื้อสีขาว จะเดินเกร่ ระเห เร่ร่อน ออกมาจากโรงเรียน ก่อนจะลงเรือข้ามฟากมาเที่ยวฝั่งกรุงเทพฯ เรามักจะแวะเข้าไปชมความงามของพระปรางค์วัดอรุณฯอยู่เสมอ น่าเสียดาย ที่ไม่สามารถเก็บภาพที่เคยผลัดกันถ่ายไว้กับเพื่อนๆ ในตอนนั้นมาได้ถึงวันนี้ จึงไม่ได้นำภาพตอนที่ตัดผมเกรียนจนเป็นนักเรียนตัวอย่างของห้องมาให้ได้ดูกัน พูดไปแล้ว สมัยนั้นผมเป็นเด็กเรียน ตอนสอบสัมภาษณ์ อาจารย์เขาถามว่า อยู่ถึงตรัง ทำไมมาเรียนถึงกรุงเทพฯ ผมก็ตอบไปตามประสาซื่อว่า พ่อส่งมาครับ แล้วก็ได้เรียนที่นั่นจริงๆ วันหนึ่งๆ นอกจากจะไปเรียนหนังสือแล้ว จะออกนอกเรื่องนอกราวบ้างก็เป็นโรงหนังใกล้บ้าน ซึ่งอยู่ติดกับกำแพงของบ้านเพื่อนพ่อ ที่พ่อส่งไปให้อยู่ด้วยอีกนั่นแหละ โรงหนังสุริยา เป็นโรงหนังชั้น 2 อยู่ที่ตรงวงเวียนใหญ่ หรือใกล้ๆ กับอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช โรงหนังแห่งนี้จะฉายหนังฝรั่งสองเรื่องควบอยู่เป็นประจำ โดยจะฉายวนเวียนอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา วันใดที่เขาเปลี่ยนโปรแกรมใหม่ๆ เมื่อผมกลับจากโรงเรียนตอนเย็นๆ ไม่รู้จะทำอะไร ก็มุดเข้าโรงหนัง ไม่ว่าหนังจะฉายไปถึงตอนไหน แต่พอดูไปๆ เรื่องราวมันมาชนต้น ชนปลาย ผมก็ออกจากโรงหนังไปหาข้าวกิน ดาราหนังที่ผมโปรดนัก... คลิ้นต์ อีสต์วูด พระเอกหนังเคาบอยชื่อก้อง ที่ขณะนั้นกำลังหันมาเป็น จ่าแฮร์รี่-มือปราบปืนโหด หรือ ชาร์ลส์ บรอนสัน พระเอกหน้าเต้าหู้ยี้ หรือ อเลน เดอ ลอง พระเอกหนังสายลับสุดหล่อ (ที่กลายชื่อเป็นยี่ห้อกางเกงอยู่ทุกวันนี้) และมักจะตายตอนจบทุกที หรือ ฌอน คอนเนอรี่ เจมส์ บอนด์ เจ้าเก่า ก็ทยอยมาให้ผมรู้จักคนแล้วคนเล่า ในช่วงเวลานั้น บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่กำลังเรียนหนังสือกันอยู่ เสียงเย้วๆ ดังเอะอะมาจากหน้าโรงเรียน ที่อยู่ห่างออกไปสักร้อยกว่าเมตร เสียงดังอยู่อย่างนั้นเป็นนาน นานจนครูผู้หญิงแก่ๆ ผู้สอนภาษาอังกฤษคนนั้นทนไม่ได้ เธอต้องหยุดการสอนลงชั่วคราว แล้วเดินออกไปยืนดูที่ริมระเบียงหน้าห้อง พวกเราก็เฮตามกันออกไปบ้าง นาทีนั้นยังทันได้เห็นปลายแถวขบวนของพี่ๆ นักเรียนโรงเรียนพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน (ไม่แน่ใจว่าจะเป็นโรงเรียนพาณิชย์ธนบุรี หรือเปล่านะครับ) พวกเพื่อนๆ บางคนที่กร้านโลกมามากกว่าเอ่ยปากบอกพวกเราที่เอาแต่เรียนว่า อ๋อ... พวกนี้กำลังจะไปร่วมประท้วงรัฐบาลที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์... เหวอเลยสิครับ... ประท้วงอะไร (วะ) รัฐบาลเป็นใคร ทำผิดเรื่องอะไร ตอนนั้น ผมได้แต่ทำหน้าสงสัย แต่ดูท่าทางแล้ว คงไม่น่าจะสนใจใคร่รู้สักเท่าไหร่ เพราะวันๆ เอาแต่เรื่องเรียน กับเรื่องหนังเคาบอย แหม... ยิงกันมันหยด พระเอกซัดไปโป้งหนึ่ง อินเดียนแดงตกต้นไม้ลงไปตายคนหนึ่ง (เพิ่งมารู้ทีหลังเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้วว่า ความจริง พระเอกที่เราเข้าใจในตอนนั้นกลับเป็นผู้ร้ายที่ไปบุกรุกแผ่นดินของชาวอินเดียน ที่น่าจะเป็นพระเอกตัวจริงเสียงจริง มากกว่า) ต่อมาอีกวันหนึ่ง น่าจะเป็นตอนเย็นแล้ว ขณะเดินออกจากบ้านเพื่อจะข้ามสะพานลอยไปหาข้าวกินที่ตลาดสดแถวๆ วงเวียนใหญ่นั่นแหละ ตอนที่กำลังเดินขึ้นไปบนสะพาน เอ๊ะ... ทำไมมีคนอยู่บนนั้นเยอะแยะไปหมด และพวกเขากำลังจ้องไปทางเดียวกัน ในทิศของอนุสาวรีย์ฯ พอขึ้นไปถึงข้างบน ได้ยินพวกผู้ใหญ่เขาพูดกันว่า กลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลได้เดินขบวนแห่ศพชายคนหนึ่งที่ถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิต (ไม่แน่ใจว่าจะเป็นศพของอาจารย์ (กรุณาอ่านต่อฉบับหน้า) |