พิมพ์หน้านี้
|
วันเวลาที่ปล่อยวาง.... เขียน : วานิช สุนทรนนท์ เขียนถึง ; ภูผาหมอก และ ภูผาเมฆ ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เวลา : 12.19 น. วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2549 สำหรับ : หนังสือพิมพ์ อันดามัน ไทม์ ฉบับ 1-15 กุมภาพันธ์ 2549 1.) หญิงสาว... เย็นแล้ว... ไม่นานนักสิ่งที่พวกเรารอคอยก็เริ่มปรากฏให้เห็น ตอนนั้น... ผมกำลังยืนอยู่บนยอดเขา มองไปได้รอบทิศทาง ทุกแห่งหนที่สายตาเห็นเป็นแต่ภูเขา ทั้งใกล้และไกลสลับซับซ้อน ด้านตะวันตกเบื้องล่างเป็นท้องทุ่งกว้างขวางของนาโยง ห่างออกไปอีกนิดเห็นพื้นที่ย่านตาขาวอยู่ลิบๆ ส่วนทางตะวันออกเป็นเขตอำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง และในทิศเหนือ เป็น เขาหลักเขต ยอดเขาที่สูงและแหลมที่สุด พวกเรา... พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ หลายคน เริ่มเดินบุกป่าฝ่าเขาลูกแล้วลูกเล่ามาตั้งแต่เช้า ตามประสาของคนที่ห่างเหินกับเส้นทางที่ไม่เป็นถนน กว่าจะถึงเป้าหมายที่อยากเห็นก็พากันหอบกันหลายแฮ่ก ดีหน่อยตรงที่คนนำทางรู้ใจ ในช่วงหลังๆ จึงได้พักค่อนข้างบ่อย ประเภทเดินสิบห้านาที แล้วพักเสียเท่าๆ กัน ไม่มีใครรู้ระยะทางที่แท้จริงว่า จากเชิงสะพานริมถนนสายช่อง-หาดเลาถึงภูผาหมอกที่ผมยืนอยู่นี้จะไกลสักเท่าไหร่ แต่นับจำนวนชั่วโมงที่ใช้เดิน รวมทั้งที่หยุดพักทั้งหมดของคนสุดท้ายในขบวนคือ ผม... 7 ชั่วโมงเต็มๆ ที่เดินหน้าก็สาหัส กลับหลังไม่ได้ พักนานก็กลัวเพื่อนทิ้ง... ตอนแรกผมรู้สึกน้อยใจนิดๆ ที่ชวนแล้วเธอไม่มา แต่พอเดินไปแต่ละก้าวแต่ละย่างที่ยากขึ้น ผมก็คิดได้ว่า เธอตัดสินใจถูกแล้ว ผมเล่าให้น้องคนหนึ่งฟังในระหว่างการยกเท้าข้ามหรือหลายครั้งที่ต้องลอดขอนไม้ใหญ่ที่ล้มขวาง หรือบางขณะที่ต้องปีนป่าย โหน พยุง ไปกับกิ่งและรากไม้ว่า... ผมชวนเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งมาด้วย... เป็นคนที่มักจะเลือกการท่องเที่ยวที่สะดวกสบาย... แต่เธอไม่ยอมมา หลังจากผมบอกเล่าจบลง น้องเขาสรุปทันทีว่า เขาอยู่คนละโลกกับเราครับพี่... เพียงประโยคสั้นๆ เท่านั้น แต่ทำให้ผมได้คิดยาว...
2.) หญิงสาว... ขณะที่เรายืนหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เย็นมากแล้ว จะเป็นเพราะเราอยู่บนที่สูงหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนว่า ในเวลาเดียวกันนี้ดวงอาทิตย์ยังแขวนอยู่จุดที่สูงกว่าตอนอยู่กับบ้าน และไม่นานนัก สิ่งที่เรารอคอยตั้งแต่มาถึง ก็เริ่มปรากฏกายให้เห็น... หมอก... ที่เริ่มเคลื่อนมาจากทางซ้ายมือไกลๆ ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้แล้วเพิ่มความหนาแน่นขึ้น ความสว่างที่เหลืออยู่ไม่มากก็เหมือนจะมืดมิดลงในทันที เมื่อมองลอดหมอกหนา เห็นดวงอาทิตย์สีแดงกลมโตดั่งไข่เค็มยักษ์ อากาศก็พลันเย็นวูบลงในบัดเดี๋ยวนั้น ผมรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า อา... ภูผาหมอก ที่เขาเล่าอ้างเป็นอย่างนี้เอง... ห้วงเวลาที่งดงาม หลายคนชี้ชมกันเสียงขรม บ้างก็ชวนถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แต่ผมกลับหวนคิดไปถึงเธอ... จากนั้น... เสียงของน้องคนเดิมก็แว่วมาอีกครั้งหนึ่งว่า... เขาอยู่คนละโลกกับเราครับพี่... หลังกลับจาก ภูผาเมฆ เมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว... การเดินทางและเป้าหมายที่คล้ายกับครั้งนี้... ผมเล่าให้หลายคนได้รับรู้ถึงความประทับใจของที่นั่น มีบางคนสนใจที่จะมาด้วย แต่บางคนบอกว่า ผมไม่มีวันจะทรมานตัวเองอย่างนั้น ทำให้ผมรู้และเข้าใจว่า คนที่มีเงินต่างกันย่อมจะมีความคิดและความต้องการที่ต่างกันไปด้วย... จริงๆ พูดถึงการท่องเที่ยวแล้ว คนมีเงินมากก็มักจะไปได้ไกลกว่า ทุกสิ่งลงทุนด้วยเงินที่เขาหาและสะสมไว้ สิ่งที่ได้รับคือความสะดวกสบาย นึกอยากจะได้อะไรก็ซื้อเอา ส่วนคนมีเงินน้อยเช่นพวกเรา ต้องลงทุนด้วยแรงในทางเลือกที่แคบกว่า ต้องเดินสะพายเป้ ปีนป่า เหงื่อตกจนเสื้อเปียก กินข้าวไข่เจียวกับปละกระป๋อง นอนเต็นท์ กว่าจะถึงจุดหมายก็เกือบตาย แต่... เธอเห็นด้วยไหมว่า... ความเป็นไปที่เหมือนจะ อยู่กันคนละโลก... เมื่อถึงจุดหมาย ที่ต่างสูดลมหายใจเข้าจนลึกสุด ใครจะกล้าเถียงว่า เราไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน... 3.) หญิงสาว... คืนนั้น... รอบกองไฟเล็กๆ ที่ มูสังแย๊ว เด็กชายตัวเล็กกว่าวัยชั้นประถม 5 คนอื่นๆ ลูกของคนที่มาช่วยกันนำทาง... ขยันเก็บ หา เศษไม้ใบหญ้ามาสุมใส่พอจะก่อควันไล่ยุงและริ้นได้ ผมนั่งคุยกับเด็กน้อยตั้งแต่เริ่มต้นจนเป็นคนสุดท้าย มีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่ผมขอยืมไฟฉายที่คาดอยู่บนหน้าผากของเขามาเป็นแสงสว่างในการเขียนถึงเธอ เขาขยับเข้ามาใกล้ๆ ถามว่า ลุงกำลังเขียนอะไรครับ... ดึกดื่นของคืนนั้น... เธอรู้ไหม... ท้องฟ้าเบื้องบน ไม่มีเมฆหรือหมอกมาเจือปนใดๆ อีก ดวงดาวนับล้านที่หว่านอยู่เต็มฟ้า จึงเห็นเหมือนอยู่ใกล้จนพอจะหยิบมาเล่นได้ อย่างน้อยๆ เมื่อเราขึ้นมาบนยอดเขาสูงเช่นนี้ ฝูงดาวก็ไกลน้อยลง แต่... คนละทิศทางกับเราสองคน... 4.) หญิงสาว... หลายๆ ครั้งของห้วงยามที่ไม่มีใคร... คนเรามักจะรู้สึกอ่อนแอ บางครั้งก็ดูเหมือนจะเรียกร้องให้ใครต่อใครหันมาเห็นใจ... บางครั้งถึงกับเผลอไผลไปเรียกร้องถึงความรักกับใครบางคน... แต่พอผ่านเรื่องราวมานอนนับดาวอยู่คนเดียวแบบนี้... ก็คิดได้... บางที... บางความรู้สึก... ก่อนที่จะบาดเจ็บลงลึกไปกว่านี้ ผมคงจะต้องรวบรวมความกล้า ให้มากและเพียงพอที่จะตั้งคำถามกับตัวเองได้ว่า ถึงเวลาที่จะต้องทบทวน บรรทัดสุดท้าย ของเรา แล้วหรือยัง...
|