พิมพ์หน้านี้
|
คิดถึงกวี ที่บินไปกับปีกผีเสื้อ วานิช สุนทรนนท์ งานเขียน ปี 2549 1.) ดึกแล้ว... ฉันยังนอนไม่หลับ แม้จะวางหนังสือและปิดไฟหัวเตียงไปได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว ลมนอกหน้าต่างที่นิ่งสงบมาตั้งแต่หัวค่ำ เริ่มพัดให้ได้ยินเสียงใบไผ่เสียดสีกันในทิศทางของหน้าบ้าน รู้สึกเหมือนฝนกำลังจะมา... ไม่นานนักฝนก็ตกลงมาจริงๆ จากโปรยปรายเพียงบางๆ ในช่วงเริ่มต้น ค่อยๆ หนาเม็ดมากขึ้นๆ จนเทกระหน่ำเหมือนเมฆจะหล่นลงมาทั้งหมดในโครมเดียว ลมเย็นๆ พัดเข้ามาถึงที่นอน ฉันอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นไปยืนดูฝนตกหน้าบ้านเหมือนหลายๆ คืนที่ผ่านมา คืนนี้ฝนหนักมาก ใครบางคนที่ฉันเคยคุยด้วยทางโทรศัพท์ในตอนดึกๆ มักจะบอกเสมอว่า คืนไหนฝนตกก็ดีสิ จะได้นอนสบาย ฉันเห็นด้วย แต่แอบคิดอยู่ในใจเงียบๆ ว่าถ้าจะให้อบอุ่นยิ่งขึ้นในเวลาของฟ้าและฝนเช่นนี้ มีใครให้ซุกอิงสักคนก็น่าจะดี ฉันเผลอยิ้มอยู่คนเดียวเมื่อคิดถึงตรงนี้ ซึ่งก็ได้แต่เฝ้าคิดไปคนเดียวจริงๆ จากนั้น ค่อยๆ เดินกลับมานอนที่เดิม ดึงผ้าห่มที่มักจะใช้เป็นที่วางเท้ามาคลุมตัวไว้หยาบๆ แม้จะไม่ได้เปิดไฟก็รู้และจำได้ว่าข้างๆ ตัวบนเตียงเดียวกัน มีแต่หนังสือ หนังสือ และหนังสือหลายๆ เล่มอยู่เป็นเพื่อนเหมือนกับทุกๆ คืน ในจำนวนทั้งหมดที่วางไม่เป็นระเบียบอยู่นี้ มีหลายเล่มที่เพิ่งรื้อมาจากบ้านแม่ บางเล่มที่เพิ่งซื้อและอ่านจบแล้ว บางเล่มที่เพิ่งเปิดอ่านได้เพียงไม่กี่หน้า แต่ทุกเล่มต่างมีเรื่องราวให้เราได้สัมผัส เรียนรู้ คิด และจดจำแทบทั้งสิ้น ใครบางคนเคยกล่าวไว้นานแล้วว่า เมื่อเรารักหรือมีความรู้สึกดีๆ กับใครสักคน เราก็อยากจะให้เขาได้อ่านหนังสือที่เราอ่านหรือที่เราชอบด้วย นั่นคือ อยากให้เขาอ่านหนังสือเล่มเดียวกันกับเรา ซึ่งเรื่องแบบนี้ ไม่ยกเว้นแม้จะเป็นหนัง หรือเพลงดีๆ ก็ตาม 2.) ข้างกายฉันขณะนี้ มีหนังสือเล่มหนึ่งที่น่ารักมาก ยังจำได้ไหม หลายเดือนก่อนโน้นที่ฉันเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับหนังสือบันทึกนอกกรอบของ อธิคม คุณาวุฒิ ที่ชื่อว่า เราไม่โดดเดี่ยวเท่าที่คิด วันนั้น ฉันเล่าว่าเพิ่งซื้อหนังสือเล่มนี้มา เป็นหนังสือปกสีเขียวเข้ม ด้านล่างของปกสวยงามนั้นมีคำโปรยไว้ว่า เพียงเพราะโลกหมุน... ยังมีคนจุดไฟ... และเราไม่ได้โดดเดี่ยวเท่าที่เราคิด แต่วันก่อนนั้น ฉันไม่ได้เล่ารายละเอียดให้เธอได้รับฟังเลย คืนนี้... ฉันคิดถึงบทความชิ้นแรกในหนังสือเล่มนี้ที่พูดถึงกวี อธิคมให้ชื่อบทความไว้ว่า Poetry Mind มีบางตอนที่น่าสนใจ และคิดว่าสักวันหนึ่ง... ถ้าเป็นไปได้... ฉันจะให้เธอได้อ่านด้วย มีผู้ใหญ่ไม่กี่คน ที่ผ่านพ้นยุคการอ่านโดยไม่เคยเขียน (หรือคิดที่จะเขียน) บทกวี เด็กบางคนใฝ่ฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นหมอ... เป็นวิศวกร... เป็นสถาปนิก แต่ช่วงหนึ่งในชีวิต สิ่งที่เรียกว่า Poetry Mind ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในตัวทุกคน อาจทำปฏิกิริยากับประสบการณ์ และความสะเทือนใจบางอย่าง ทำให้ใครหลายคน... เคยอยากเขียนบทกวี... ...ในสายตาของคนทั่วไป กวีจึงเหมือนกับสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ที่พระเจ้าตั้งใจออกแบบให้แตกต่างจากคนทั่วไป... เทพเจ้าแห่งการประพันธ์ประทานพรให้คนประเภทหนึ่งมีความสามารถด้านกาพย์กลอน แต่ก็เหมือนพระองค์ยื่นคำสาปมาให้พร้อมๆ กันด้วย กวีส่วนใหญ่มีชีวิตอย่างเศร้าสร้อย เปลี่ยวดาย... ในบทความชิ้นนี้ อธิคมยังได้นำบทกวีของ ยังดี วจีจันทร์ มาลงประกอบไว้ เพื่อจะเป็นคำอธิบายเพิ่มเติมถึงความหมายของกวีได้ชัดเจนขึ้น... ...คุณเพียงแค่ดมดอกไม้ แต่กวีพูดคุยกับดอกไม้ คุณได้แต่มองผีเสื้อ แต่กวีบินไปกับผีเสื้อ ดวงใจกวีบินไปที่นั่นที่โน่น แต่กวียังเขียนอยู่ที่นี่ กวีหลับนอนลงแล้ว แต่ความใฝ่ฝันยังเดินทางอยู่... 3.) ฉันรู้ตัวดีว่า ฉันไม่ใช่กวี แต่เป็นคนชอบอ่านบทกวี ฉันไม่ได้เป็นนักเขียน แต่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ และอยากเขียนอะไรๆ เป็นของตัวเองเก็บไว้บ้างในบางเวลา... ทุกวัน ทุกคืน ที่ฉันต้องอยู่คนเดียว ไม่ได้ตั้งใจที่จะบ่นพร่ำถึงใครต่อใครในยามดึกดื่นค่อนคืน เพียงแต่อาศัยบรรยากาศเงียบๆ เชียบๆ เช่นนี้เพื่อที่จะนำไปสู่การลำดับความรู้สึกนึกคิดได้เท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม ถ้าเรามองโลก มองชีวิตในแง่บวกไว้เสมอ เหมือนที่เธอเคยให้ไว้เป็นกำลังใจเมื่อหลายเดือนก่อน โมงยามที่อยู่เงียบๆ คนเดียวนี้เอง ทำให้ฉันเริ่มหัดจับ ก.ไก่ ข.ไข่ มาเรียงถ้อยร้อยเข้าหากันได้บ้างแล้ว... 4.) เกือบปีหนึ่งแล้วสินะ ที่จังหวัดตรังบ้านเราได้สูญเสียกวีไปคนหนึ่ง** ความจริง... จะพูดว่าบ้านเราก็ไม่ถูกเสียทีเดียวหรอก เพราะใครๆ ก็บอกอยู่เสมอว่า กวีไม่มีบ้าน ไม่มีจังหวัด ประเทศ หรืออาณาเขตใดๆ เสียด้วยซ้ำ เพราะ กวีบินไปกับผีเสื้อ ดวงใจกวีบินไปที่นั่นที่โน่น... อยู่ตลอดเวลา จนยากจะหาหลักแหล่งแห่งพักเป็นที่หลับนอนอย่างแท้จริงได้ แม้ถึงเวลาที่จากไปไกลแสนไกลแล้วก็ตาม จู่ๆ ในตอนบ่ายก่อนที่ฟ้าจะมีฝน เพื่อนคนหนึ่งก็ส่งข่าวมาบอกให้ฉันได้ไปพูดคุยกับพี่และน้องๆ กลุ่มนักเขียนและกวีของจังหวัดตรัง หนึ่งในเรื่องราวที่ได้กล่าวถึง เป็นความตั้งใจของกลุ่มอาจารย์ที่อยากจะปลูกฝังให้เยาวชนได้รู้จัก รักในบทร้อยกรอง สร้างผลงานสืบทอดกวีชาวตรังให้ยั่งยืนนานสืบไป จึงมีโครงการ การพัฒนาศักยภาพการเขียนกลอนกานท์ สืบสานกวีศรีตรัง ขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนกันยายนก่อนปลายปีนี้ แม้จะสูญเสียกวีใหญ่ไปคนหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว แต่น่าดีใจที่วันนี้เรายังมีคนคิดที่จะสานต่อ ด้วยการร่วมกันปลูกไม้ดอกให้เต็มทั่วทั้งท้องทุ่ง เพื่อเป็นที่รองรับหมู่มวลผีเสื้อปีกบางที่จะขยับปีกบิน... ไปสู่ความฝัน... ความงาม... ไปตราบเท่านาน... ** เปลื้อง คงแก้ว- เทือก บรรทัด
|