พิมพ์หน้านี้
|
การถูกแทรกแซง..... ก็เหมือนถูกผีเข้า ผู้เขียน : วานิช สุนทรนนท์ สำหรับ : นสพ.รักษ์ตรัง 16 พ.ค. 49 ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต ผมจำได้ว่า เมื่อหลายปีก่อนตอนยังอยู่บ้านหลังเก่าที่เดียวกับแม่และพี่ๆ น้องๆ อีกหลายคน สมัยนั้น น้องสาวคนเดียวของผม ไม่ค่อยสบาย ต้องกินยาอยู่เป็นประจำ เธออาจจะมีอาการไปตามประสาคนป่วยทางใจบ้างเป็นบางครั้งคราว แต่ส่วนใหญ่พอกินยาเธอก็นอนหรืออยู่ได้โดยไม่เป็นภาระกับใครๆ มีอยู่คืนหนึ่งดึกมากแล้ว จู่ๆ ก็มีเหตุประหลาดเกิดขึ้น น้องสาวหวีดร้องขึ้นมาพร้อมกับเรียกหาแม่ ผมรีบเข้าไปเปิดมุ้งดูพร้อมๆ กับแม่ พี่สาว และบอกว่า นี่ไง... แม่อยู่นี่แล้ว เธอทำตาขวางๆ หันมาบอกว่า ไม่ใช่... คนนี้ไม่ใช่แม่กู แม่กูอยู่บ้านฝั่งถนนโน้น เมื่อพวกเราได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจจนผมชี้กันหมดบ้าน กว่าจะรู้และเข้าใจว่าวินาทีนั้น คนที่ลุกขึ้นมาพูดด้วยไม่ใช่น้องสาวคนเดิมแล้ว ก็ต้องสื่อกันเป็นนาน พอมีคนไปตามแม่ของ เธอ ที่มา อาศัย ร่างน้องสาวของผมมา พวกเขาก็คุยกันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะ ออก จากร่าง ปล่อยให้น้องสาวของผมล้มหงายตึงไปบนที่นอน ไม่นานก็ลืมตาตื่นมาเป็นคนเดิม ถามแม่ของ เธอคนนั้น ด้วยความงุนงงว่า อ้าว... ป้ามาทำไมเนี่ย... ปกติผมเป็นคนที่ไม่เชื่อในเรื่องผีสางนางไม้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับการทรงเจ้า เข้าสิง แต่จนมาถึงวันนี้แม้เวลาผ่านไปตั้งหลายสิบปีแล้ว ผมก็ยังไม่สามารถหาเหตุและผลตามหลักวิทยาศาสตร์มาอธิบายเหตุการณ์คืนนั้นได้ คนที่มาอาศัยร่างของน้องสาวผมเพื่อจะสื่อกับแม่ของ เธอ เพิ่งจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไปก่อนหน้าไม่กี่วัน ผมสรุปให้กับตัวเองได้เพียงว่า ถ้า วิญญาณ หรือ ผี มีจริง และต้องการจะเข้าสิงใครสักคน หรือที่เรียกกันว่า ผีเข้า เป็นไปได้สถานการณ์เดียวคือ คนๆ นั้นน่าจะมีความอ่อนแอ หรือไม่สบาย จนไม่สามารถต้านทานสิ่งที่มีอำนาจหรือกำลังที่เหนือกว่าได้... กลับมาถึงเหตุการณ์ทางการเมืองหลายวันหลายเดือนมานี้... มีประเด็นหนึ่งที่ใครๆ พูดถึงกันมากมาย นั่นคือ ประเด็นของการใช้อำนาจทางการเมืองและการเงินเข้าแทรกแซงองค์กรอิสระ แทรกแซงกลไกของรัฐ หน่วยงานราชการ และไม่ละเว้นแม้กระทั่งสื่อมวลชนที่ขาดความเป็นอิสระไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ทั้งนี้เพื่อหวังผลประโยชน์ให้เกิดกับตนเอง พวกพ้อง จนบ้านเมืองไม่ใคร่จะไปถึงไหนในทุกวันนี้ หลายครั้งที่ผมนึกย้อนไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ผีเข้าน้องสาวในคืนนั้น น้องสาวผมอ่อนแอจึงไม่มีแรงจะต่อต้านอำนาจที่เหนือกว่าได้ ปรากฏการณ์ทางการเมืองก็เช่นกัน การแทรกแซง หรือเข้าสิงด้วยอำนาจ กำลัง และเงินที่เหนือกว่า ทำให้หลายคน หลายองค์กรถึงกับพูดและทำงานออกมาบิดเบี้ยว ผิดเพี้ยนไปจากเดิมชนิดคาดไม่ถึง สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองครั้งแล้วครั้งเล่า จนใกล้จะย่อยยับเต็มที คนที่รับรู้เรื่องราวก็เฝ้าแต่ก่นด่า ตำหนิ ผี ที่เข้ามาแทรกแซง แต่มีอีกไม่น้อยเช่นกันที่พยายามทำความเข้าใจกับ คนอ่อนแอ ที่ว่านี้ ผมก็เช่นเดียวกับคนอื่นๆ นอกจากจะต้องคิดหาวิธีกำจัดผีเปรตทางการเมืองพวกนี้แล้ว ในขณะเดียวกันก็ต้องคิดและให้การช่วยเหลือคนที่ถูกผีเข้าเหล่านั้นด้วย และต้องคิดต่อไปอีกว่า คนที่ผีไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ เขามีความเข้มแข็งตรงจิตใจในด้านใดนะ มาถึงวันนี้ ผมจึงรู้ว่า มีวิธีเดียวที่จะปกป้องพิษภัยจากนักการเมืองประเภทผีร้ายได้คือ เราจะต้องสร้างคน ปฏิรูปคนให้หลุดพ้นจากความไม่รู้ ให้หลุดพ้นจากความอ่อนแอ ด้วยการสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องสร้างความสำนึกผิดชอบชั่วดี ต้องสร้างคุณธรรม จริยธรรม ให้เกิดขึ้นในใจคนให้ได้ ก่อนที่ผีร้ายจะขม้ำเขมือบประเทศชาติให้พินาศเสียหายไปมากกว่านี้ ใช่ครับ.... ดูเหมือนจะไม่ง่ายเหมือนปอกกล้วย แต่ถ้าไม่ร่วมด้วยช่วยกัน ก็ฉิบ... |