พิมพ์หน้านี้
|
น้ำมันแพง ก็เดิน... สิเกา-ทับเที่ยงแค่ 2 วัน 2 คืน!! หัวใจเศร้าสร้อยเหลือเกินครับ น้ำมันราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ เราจะทำอย่างไรกันดี ถ้าผมจะไม่ซื้อน้ำมันแล้วเดิน... เดินจากสิเกาไปทับเที่ยง ระยะทาง 80 ปีที่แล้ว พวกเค้าเดินเท้าเข้าไป ในป่าเป็นทางช้างลากไม้ เป็นหลุมเป็นบ่อ มีขอนไม้ผุต้นใหญ่ๆ เป็นสะพานข้ามห้วย พ่อเฒ่า ปู่ ย่า ของพวกเราขึ้นเขาหลายลูก ลงห้วยหลายห้วย ผ่านป่าทึบ ป่าโปร่ง ผ่านน้ำตกอ่างทอง เลาะไปตามธารน้ำไหล เจอะเสือ เจอช้าง หมูป่า ค่าง ลิง พวกเค้าจะรวมกันหลายๆ คนแล้วเดินกันไป ยิงค่างบ่างลิงกันไป เจอน้ำผึ้งเก็บน้ำผึ้ง พบเสือก็เลี่ยงแอบจอมปลวก เอาคันธนูยิงด้วยดอกศรอาบยา พบช้างป่าก็วิ่งหนีไปซ่อนตัวในป่าไผ่ ตกเย็นเก็บหยวกกล้วยเถื่อน ผักหวานป่า ไข่มดแดง มากินกับข้าว มืดค่ำดึกดื่น ก่อไฟกันเสือ จัดเวรยาม ขัดห้างขึ้นนอนบนต้นไม้สูง บางครั้งเดินผ่านบ้านคน ก็จะได้รับการต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี มีน้ำท่า ข้าวปลาอาหาร ที่หลับที่นอน ให้ได้กินสบาย นอนสบาย รู้จักหรือไม่รู้จัก ก็สงสาร ช่วยเหลือดูแลกันจนเป็นเพื่อนรัก เป็นเกลอกันไป ข่าวคราว เรื่องราว ความเป็นไปของผู้คน ที่หมู่บ้านโน้น หมู่บ้านนี้ ก็รู้กันที่บ้านหลังนี้ และบอกต่อๆ กันไป เมื่อมีคนผลัดเปลี่ยนกันมาพักแรมคืน 50 ปีที่แล้ว ในป่ามีทางเกวียนเล็กๆ ใช้วัว ใช้ควายลากเกวียนขนข้าวขนของ เริ่มมีรถยนต์ตัวถังไม้ ใช้ท่อเหล็กหมุนเครื่องที่อยู่หน้ารถให้หมุน พอเครื่องติด ก็วิ่งขึ้นรถ นั่งให้เต็มเรียบร้อย สองแถว แล้วก็โหนกะได และนั่งบนหลังคาจนเต็มเปี๊ยบ รถวิ่งไปได้สักพัก เครื่องร้อน ต้องจอด หยุดพักให้เครื่องเย็น แล้วใช้เหล็กหมุนเครื่องหน้ารถกันใหม่ เมื่อรถวิ่งขึ้นควนสูงก็ต้องลงจากรถให้หมด แล้วช่วยกันรุนรถขึ้นควน แล้วรีบวิ่งไปนั่งบนรถอย่างรวดเร็ว เพราะบางทีรถขึ้นควนสูงชันมากๆ ก็ขึ้นไม่รอด ไหลกลับลงมาที่เดิม ต้องชวนกันขึ้นไปขย่มบนรถให้มีน้ำหนัก แล้วค่อยๆ เหยียบคันเร่ง กระดึบ... กระดึบ... ขึ้นไปบนยอดควน ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มของพวกที่เดินขึ้นไปรออยู่บนยอดควน ทีนี้เวลาลงควน ก็ทิ้งดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว น่าหวาดเสียว ไปๆ หยุดๆ ขึ้นๆ ลงๆ เข็นมั่งรุนมั่งก็ถึงทับเที่ยงจนได้แหละ พอถึงท่าจีน ก่อนเข้าเมืองรถต้องจอดให้อาบน้ำอาบท่า ล้างหน้าล้างตากันก่อนที่แม่น้ำท่าจีน จอดให้กินน้ำที่บ่อน้ำธรรมชาติใสสะอาดที่ หลาโกจู้ แล้วต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเสื้อที่ใส่มาแดงไปกับฝุ่น หัวก็แดงแว๊ง ต้องซักหัวให้สะอาดก่อนเข้าเมือง หน้าตาก็ดูไม่ได้ เห็นแต่ลูกกะตา เวลายิ้มเห็นฟันขาวจั๊ว คนที่มีรถถีบ รถจักรยาน ต้องเอาเส้นหวายมัดพันทั้งล้อหน้า ล้อหลัง กันไม่ให้ล้อสึกง่ายเวลาเจอตอ เจอหลุม แล้วเอาลังไม้ฉำฉาใส่ลูกน้อยชายหญิง ผูกมัดลังไว้อย่างดี ถีบรถขึ้นเขาไปเยี่ยมย่ายาย ไปบอกข่าวคราวสาระทุกข์สุขดิบ ยังมีการรับจ้างขี่รถเข้าทับเที่ยง เอาหนังสือไปส่ง เอา จ.ม.ไปให้ญาติพี่น้อง (และเขาคนนี้ คือที่มาของบุรุษไปรษณีย์เมืองไทยนั่นเอง) และเดี๋ยวนี้ เหตุการณ์ระทึกขวัญ สุขสรรหรรษาอย่างนี้ก็หมดไปจากอำเภอสิเกา-ทับเที่ยง เรื่องนายบุศย์กับรถถีบ พ่อผมก็ถูกลืมไป นั่นคืออดีต และในอนาคต เมื่อในปัจจุบันน้ำมันลิตรละ 40 บาทขึ้นบน อดีตอาจจะกลับมาเดินเท้า เข้าป่า พบเสือ สิงห์ กระทิง แรด อีกก็เป็นได้ ต่อไปนี้ขอเชิญพบกับบุรุษเจ้าของตำนาน กำนันพรศักดิ์กับรถถีบได้แล้วครับท่าน... ป.ล. ท่าน บ.ก.ของผมครับ ยังรถถีบอยู่ในเรือนมั๊ยครับ รีบขี่รถไปหาช้างเผือกในป่าที่สาวๆ สวยๆ แถวเขาเศษ เขาแก้ว อำเภอสิเกา บ้านผมเร็วๆ เถอะครับ จะได้แต่งงานแต่งการ สร้างตำนาน สืบทอดลูกหลานต่อไปได้ซะที... อิ...อิ...อิ... |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |