พิมพ์หน้านี้
|
คนเรามันต้องออกไปบ้าเสียบ้าง : (8) ไปไหว้พระในหมู่บ้านชาวมอญ สะพานไม้ในความทรงจำจากภาพถ่ายแห่งนั้นทอดตัวอยู่เหนือห้วงน้ำ แม้จะยังไม่มีหมอกยามเช้าโอบคลุมเหมือนกับบรรยากาศในภาพถ่ายที่เคยเห็น แต่โครงสร้างไม้ล้วนๆ ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ก็เรียกความรู้สึกตื่นใจของผมได้อยู่ไม่น้อย ยิ่งมาพบว่า นอกเหนือจากทัศนียภาพของสะพานเหนือห้วงทะเลสาบแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังปรากฏอีกหลายมุมหลายด้านที่ล้วนแต่สร้างความรื่นรมย์ให้สายตาผมก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ตะล่อมเพื่อนๆ ในวันวางแผน ว่าจะต้องมาเยือนที่นี่ให้ได้ ไม่แปลกอะไร ที่เมื่อมาถึงผมกับเพื่อนๆ ในคณะจึงไม่รีรอที่จะขับรถตระเวนยลโฉมและดื่มกินบรรยากาศตามสถานที่ต่างๆ ของที่นี่กันอย่างหิวกระหาย-เหมือนกับพบอาหารถูกปากยังไงยังงั้น โอเค มาถึงแรกๆ พวกเราอาจจะพะวงกันอยู่บ้างว่าจะพักกันที่ไหน จะหาที่กางเต็นท์หรือเข้าพักตามสถานที่บริการดี แต่เมื่อพิจารณาว่ายังมีเวลาอีกนับสอง-สามชั่วโมงกว่าจะเย็นย่ำ ภารกิจแรกที่เราเลือกจึงเป็นการขับรถอ้อมไปอีกฟากหนึ่งของสะพานไม้เหนือห้วงทะเลสาบ ใช่อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบซึ่งเป็นดินแดนที่ตั้งของหมู่บ้านชาวมอญ พี่มนุสนั้น พยายามโน้มน้าวเต็มที่ให้คณะของเราไปเยือนวัดหลวงพ่ออุตมะเป็นเบื้องแรก พี่แกพยายามยกเหตุผลว่า วัดหลวงพ่ออุตมะก็เหมือนสัญลักษณ์ของดินแดนชาวมอญแห่งนี้ เพราะหลังจาก ชาติมอญ ล่มสลาย จนผู้คนกระเซ็นกระสายไปคนละทิศละทาง ก็ได้หลวงพ่ออุตมะนี่แหละที่เป็นศูนย์รวมทางจิตใจ นำพาชาวมอญสร้างแผ่นดินใหม่จนเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง พี่มนุสแกบอกว่า สำหรับชาวมอญแล้วเขาถือว่าหลวงพ่ออุตมะเปรียบเสมือนเทพเจ้า เลยทีเดียว แต่ขออภัยครับ นาทีนี้-ด้วยความจำอันซังกะบ้วยของตัวเอง ผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่าชาวมอญเขาเรียกเทพเจ้าอะไร หากจะเรียกเทพเจ้าอะไรก็ช่าง ฟังพี่มนุสแล้วทำให้ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมวันที่พระรูปนี้มรณภาพจึงมีพิธีปลงศพอันยิ่งใหญ่ จนแม้แต่ผมหรือใครต่อใครซึ่งอยู่ห่างสถานที่มานับพันกิโลเมตรยังได้ยินเสียงร่ำไห้ของชาวมอญ ที่สำคัญ ว่ากันว่า พิธีปลงศพอันยิ่งใหญ่ดังกล่าวก็จัดกันขึ้นโดยการร่วมไม้ร่วมมือของชาวบ้านธรรมดาๆ และบรรดาผู้คนที่นับถือศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศเป็นหลัก ไม่เห็นต้องมีงบฯสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐไหนๆ พูดก็พูด ความเป็นมาอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ (พระ) ผู้หนึ่ง ที่แม้กระทั่งวันปลงศพในวันสิ้นลมก็ยังมีลักษณะเช่นนี้ ช่างตรงกับศรัทธาจริตของผมและเพื่อนฝูงในคณะนัก แล้วจะมีเหตุผลอันใดที่จะปฏิเสธข้อเสนอของพี่มนุส แต่ก็นั่นแหละ ระหว่างเส้นทางไปยังวัดหลวงพ่ออุตมะ ยังมีบรรยากาศอื่นๆ ที่น่ารื่นรมย์ ไม่ว่าจะเป็นการแวะลงไปแอ็กท่าถ่ายรูปกับสะพานไม้ด้านหัวสะพานฝั่งมอญ การแวะจุดชมวิวที่ทางการจัดไว้ให้ การแวะตลาดนัดหาอาหารการกินแบบชาวมอญ การเดินเที่ยวในหมู่บ้านซื้อโน่นซื้อนี่ไปตามประสา หรือแม้กระทั่ง แฮ่ม การนั่งดูสาวมอญ ตามร้านกาแฟในหมู่บ้าน กิจกรรมเหล่านี้ ไหนเลยที่พวกเราจะไม่แวะจัดการกันจนเพียบแปล้ ก่อนที่สิบนาทีให้หลัง จะพบว่าตัวเองมานั่งสงบนิ่งอยู่กับพระพุทธรูป ณ เบื้องหน้าเจดีย์พุทธคยา ซึ่งหลวงพ่ออุตมะใช้ความวิริยะอุตาสาหะรวบรวมพลังศรัทธาของชาวมอญ สร้างอยู่นับสิบๆ ปี จนเจดีย์ดังกล่าวสง่างามอยู่ท่ามกลางทะเลสาบสีเงิน โดยส่วนตัว แม้จะไม่ค่อยได้เข้าวัดเข้าวาที่ไหน แต่มาตกอยู่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังศรัทธาเช่นนี้ ดูเหมือนมือไม้ต่างๆ ของตัวเองจะอ่อนไปหมด สารภาพตามตรง ที่ผ่านมา ถ้าไม่มีพิธีการทางศาสนาที่ตัวเองมีความจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ผมแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเคยพนมมือขึ้นไหว้พระครั้งสุดท้ายที่ไหน เมื่อไหร่ ไม่ใช่หมิ่นแคลนการกระทำดังกล่าวว่าเป็นแค่พิธีกรรมทางศาสนาแบบดาดๆ ตรงข้าม ผมกลับคารวะชื่นชมอย่างจริงใจทุกครั้งที่เห็นใครต่อใครพนมมือขึ้นหมอบกราบพระพุทธรูป หรือพระสงฆ์องคเจ้าผู้ย่ำเดินอยู่บนเส้นทางตถาคต เพราะฉะนั้นเมื่อมีโอกาสมาวัดหลวงพ่ออุตมะทั้งที ผมจึงถือโอกาสก้มกราบลงหน้าพระพุทธรูปอย่างที่แอบชื่นชมใครต่อใครมานานนับปี ผิดกันก็แต่ว่า ห้วงยามแห่งการไหว้พระของใครอื่น พวกเขาอาจอธิษฐานจิตถึงอะไรต่อมิอะไรที่เป็นมงคลของชีวิต สำหรับผม นอกเหนือจากการพยายามนิ่งสงบอยู่ในห้วงยามนั้น สาบานผมไม่อธิษฐานใดๆ เลย |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |