พิมพ์หน้านี้
|
เสียงโหยหาจากผู้เดือดร้อน กรณี จนท.อุทยานฯ กลั่นแกล้งเลือกปฏิบัติยึดที่ทำกิน 21 กันยายน 2510 รัฐบาลประกาศ ให้ป่าเทือกเขาบรรทัดแปลง 1 ตอน 1 เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ในวันที่ 22 กันยายน 2510 ซึ่งเป็นวันรุ่งขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากมีการประกาศกำหนดเขตป่าสงวนแห่งชาติที่กรุงเทพฯ มีลายมือชื่อกำนันตำบลต่างๆ ได้เซ็นไว้เป็นหลักฐานว่าได้ปิดประกาศให้ราษฎรทราบ ณ ที่ทำการกำนันทุกตำบลแล้ว เท่ากับว่าเมื่อรัฐบาลได้ประกาศเขตป่าแล้ว ได้แจ้งมายังกระทรวง มายังจังหวัด มายังอำเภอ แจ้งถึงกำนันทุกตำบล เพื่อให้แจ้งราษฎร ได้ดำเนินการปิดประกาศเสร็จสิ้นภายในวันเดียว และหลังจากนั้นในระหว่างปี 25102519 จังหวัดตรัง ได้มีหนังสือขอทราบแนวเขตป่าสงวน จากนาย จากการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่ดำเนินการในลักษณะรวบรัด สุกเอาเผากิน แนวเขตอยู่บริเวณใดไม่มีใครรู้ และต่อมา พ.ศ. 2525 รัฐบาลได้ประกาศให้ป่าเทือกเขาบรรทัดแปลง 1 ตอน 1 เป็นเขตอุทยานแห่งชาติครอบคลุมพื้นที่เดิม ยิ่งก่อให้เกิดความเดือนร้อนแก่ราษฎรทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเมื่อเป็นเขตอุทยานแล้วราษฎรแทบจะทำกินในที่ดินเดิมไม่ได้เลย เช่นผู้เดือดร้อนรายนี้ ผู้เดือดร้อน : หญิงไทย อายุ 78 ปี สถานภาพสมรส เป็นม่าย มีบุตรจำนวน 6 คน ที่อยู่ ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ความเดือดร้อนที่ได้รับ : ที่ทำกินที่ได้รับผลกระทบ จำนวน ความรู้สึกตอนนี้เป็นอย่างไร : น้อยใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และเป็นพื้นที่อยู่กลางพื้นที่อื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบ อยากให้ลูกหลานได้มีพื้นที่ทำกิน เกิดผลกระทบทางด้านจิตใจโดยตรง หวาดระแวง หากเรื่องนี้ไม่คลี่คลาย ไม่อยากให้ยางพาราที่ปลูกไว้ถูกทำลาย นอนไม่หลับ จากผลกระทบที่เกิดขึ้น ท่านได้ดำเนินการอะไร อย่างไรบ้าง : ได้ร้องเรียนไปยังผู้ตรวจการรัฐสภา และผู้ตรวจการรัฐสภาได้ยื่นต่อศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์ดำรงธรรมได้ยื่นเรื่องไปยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติจังหวัดตรัง ศูนย์ดำรงธรรมน่าจะถามผู้ที่มีผลกระทบแต่กลับไปถามสำนักงานทรัพยากรอีก จะแก้ปัญหาได้อย่างไร รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม การทำมาหากินของครอบครัวและสมาชิก ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง : ไม่มีรายได้อื่นใด นอกจากทำสวนยาง มีลูกๆ คอยช่วยเหลือดูแล มีความเดือดร้อน เนื่องจากยางที่ปลูกไว้ไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ กลัวถูกจับกุม ทั้งที่สวนยางที่ทำไว้นี้ควรจะเป็นมรดกให้ลูกหลานเป็นที่ทำกินมีรายได้ เพื่อมาเจือจุนครอบครัว คิดอย่างไร หรือ จะทำอย่างไรต่อไปข้างหน้า : จะร่วมเรียกร้องสิทธิในที่ทำกินต่อไป ร่วมกับเครือข่ายฯและผู้เดือดร้อนคนอื่นๆ เพื่อให้ทางราชการแก้ไขปัญหาและหาทางออกร่วมกัน จะให้ลูกหลานสานต่อในการเรียกร้องสิทธิทำกินต่อไป. ผู้มีที่ทำกินและทำกินในลักษณะนี้ในตำบลละมอมีกว่า 700 ราย ทำไมอุทยานฯถึงเจาะจงจับกุม อายัด ออกคำสั่งให้รื้อถอนทำลายกับผู้เดือดร้อนรายนี้ ละเว้นที่จะดำเนินการกับรายอื่นๆ หรือมีเหตุผลกลใดอยู่เบื้องหลังหรือไม่ อุทยานฯต้องการอะไร มิน่าล่ะ ถึงได้มีผู้เดือดร้อนยกขบวนมาหาคำตอบที่ศาลากลางให้เห็นอยู่บ่อย ๆ บทความโดย : สุประมา ธิดาปกรณ์ วันที่ 31 พฤษภาคม 2551 |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |