• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-10
  • จำนวนเรื่อง : 490
  • จำนวนผู้ชม : 55074
  • จำนวนผู้โหวต : 137
  • ส่ง msg :
หนังสือพิมพ์ฅนตรัง จังหวัดตรัง
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น รายปักษ์ ของจังหวัดตรัง วางจำหน่ายทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrangnews
วันศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน 2551
ผีเข้า! หรือ อุปทานหมู่ !!! คอลัมน์ น่ารู้สู่สุขภาพจิตดี นสพ.ฅนตรัง ฉบับ 58 / 16-30 มิ.ย. 51
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 232 , 22:09:08 น.  
พิมพ์หน้านี้


ผีเข้า! หรือ อุปทานหมู่ !!!

 

ผีเข้า...!! เด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งร้องไห้ด้วยความหวดกลัวสุดขีด กรี๊ดๆๆๆ มือเท้าเกร็ง เริ่มร้องเอะอะโวยวายสลับกับเสียงหวีดร้อง พูดเพ้อเจ้อ แสดงกริยาก้าวร้าวชี้หน้าด่าทอ บุคคลใกล้เคียง จากนั้นคนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เกิดอาการลักษณะคล้ายๆ กัน ทีละคนๆๆ... อาการเหล่านี้เกิดจากอะไรกัน ???  

หลายคนเชื่อว่าอาการเหล่านี้เกิดจากไสยศาสตร์ มนต์ดำ เทวดา ผีสาง นางไม้ เจ้าที่ วิญญาณ ฯลฯ แต่สำหรับตัวผู้เขียนเองต้องบอกกันตรงๆ ว่า เรื่องไสยศาสตร์เป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ให้บุคคลที่มีความเชื่อในเรื่องเหล่านี้ปรับเปลี่ยนความคิดที่จะไม่เชื่อได้ 

ผู้เขียนในฐานะนักจิตวิทยา อธิบายกลไกการเกิดอาการดังกล่าวโดยใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ได้ว่า อาการเหล่านี้ คือการเจ็บป่วยเป็นกลุ่ม ซึ่งสาเหตุของอาการเกิดจากด้านร่างกายและจิตใจ เช่น ชัก เกร็งกล้ามเนื้อ หายใจถี่ แน่นหน้าอก เป็นลม หมดกำลัง ฯลฯ ส่วนอาการทางจิตใจ เช่น หวีดร้อง ตกใจกลัว หวาดผวา พูดเพ้อ ถ้าเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ก็อาจบอกได้ว่าเป็นท่าทางหรืออาการคล้ายคนถูกผีเข้านั่นเอง 

บางรายเห็นภาพหลอน แสดงกิริยาก้าวร้าวออกมา พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กันหรือในเวลาใกล้เคียงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปจนถึงกลุ่มใหญ่ๆ เมื่อใดที่คนหนึ่งเกิดอาการขึ้นก็เสมือนหนึ่งว่าเป็นตัวกระตุ้น “อารมณ์ร่วม” ของคนข้างเคียงในกลุ่มให้แสดงออกตามๆ กันไป เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ คล้ายๆ “ติดเชื้อ” หรือ “ระบาด”  อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเองหรือคล้ายจงใจจะให้เกิดขึ้นก็ได้ ปัจจุบันรู้จักโรคนี้ในชื่อ  “อุปทานหมู่/อุปทานกลุ่ม” (Mass Hyteria)   นั่นเอง ซึ่งกลไกของพฤติกรรมการเจ็บป่วยนี้ พอจะสรุปสาเหตุหลักๆ ได้ ดังนี้คือ 

1. วัฒนธรรม ความเชื่อ ค่านิยม คือการยึดมั่นอยู่กับขนบประเพณีเก่าๆ ซึ่งมีความเชื่องเรื่อง ผี วิญญาณและไสยศาสตร์ค่อนข้างสูง เช่น เชื่อในพลังอำนาจของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว  “ตายายมโนราห์”  “หมอดูร่างทรง”   “พลังอำนาจลี้ลับ” ฯลฯ และสังคมไทยนั้นมักปลูกฝังหรืออบรมเลี้ยงดูเด็กและสตรีแบบให้สมยอม คือ ต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ ระมัดระวังมารยาท ต้องควบคุมตนเองตลอดเวลา การแสดงออกหรือแสดงความคิดเห็นสามารถทำได้ยาก ฯลฯ ซึ่งสภาวะเหล่านี้ก่อให้เกิดความยากลำบากในการปรับตัวและพัฒนาไปเป็นความเครียดได้

2. สภาพแวดล้อมรอบตัว คือ สถานที่ที่ผู้ป่วยคุ้นเคยหรืออาศัยอยู่เป็นประจำ (เช่น บ้าน หอพัก โรงเรียน) และ บุคคลรอบข้าง (พ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนสนิท) มีความคิดความเชื่อลักษณะเดียวกัน ก่อให้เกิดพฤติกรรมคล้อยตามกันไป และเสมือนหนึ่งว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนและส่งเสริมให้ความคิดความเชื่อที่มีอยู่นั้นเป็นเรื่องที่มีอยู่จริงและเป็นความเชื่อที่ถูกต้อง

3. ตัวผู้ป่วยเอง โดยทั่วไป มักเป็นคนที่มีบุคลิกภาพไม่ค่อยมั่นคงเท่าใดนัก เปราะบาง อ่อนไหวง่าย อดทนต่อแรงกดดันหรือความขัดแย้งได้น้อย เกิดความคับข้องใจได้ง่าย ถูกชักจูงและอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ชอบเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น มีความยากลำบากในการปรับตัว

ฉะนั้นแล้ว ถ้าจะอธิบายให้สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ ผู้เขียนขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาอาการของผู้ป่วยรายหนึ่ง   ผู้ป่วยรายนี้ตกอยู่ในความขัดแย้ง คับข้องใจ ถูกกดดันจากผู้บริหารหรือจากสภาพแวดล้อมที่รู้สึกอึดอัดไม่สบายในสภาพเรื้อรัง หาทางออกไม่ได้หรือไม่อาจโต้แย้งหรือไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาได้โดยตรง เกรงกลัวว่าหากตอบโต้ไปแล้วตนจะไม่เป็นที่ยอมรับ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกโดดเดี่ยว ไร้อำนาจและพยายามปลดเปลื้องความเครียดเหล่านี้โดยใช้กลไกทางจิต เช่น “สู้” (Fight) โดยการปรับเปลี่ยนบุคลิกเดิมไปสู่บุคลิกอื่นที่สามารถแสดงพฤติกรรมแล้วสังคมยอมรับได้ นั่นคือเป็นบุคลิกของอำนาจลี้ลับ (ผี-เจ้าพ่อ) และเมื่อผู้ป่วยอยู่ในบุคลิกเจ้าพ่อ ผู้ป่วยสามารถตำหนิ หรือดุด่า ผู้บังคับบัญชาได้เพราะวัฒนธรรมและค่านิยมของชุมชนที่ให้ความเคารพยำเกรงต่อเรื่องผีและไสยศาสตร์อยู่แล้ว   การแสดงออกแบบนี้ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกได้ว่าความเครียด ความกดดันที่มีอยู่ถูกผ่อนคลายออกไปได้บ้าง  

ผู้เขียนหวังว่าตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ซับซ้อนและสามารถอธิบายกลไกการเกิดโรคได้โดยที่ผู้อ่านไม่สับสน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าความคิดความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ เป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ได้ และคงไม่มีข้อเท็จจริงใดๆ ที่สามารถนำมาลบล้างความเชื่อเหล่านี้ออกไปจากจิตใจของบุคคลที่มีความคิด/เชื่อกึ่งแนวนี้ออกไปได้โดยสิ้นเชิง ผู้เขียนอยากบอกว่า  “หากความคิดใด ที่คิดแล้ว ก่อให้เกิดความทุกข์ ขอให้เราปรับเปลี่ยนความคิดนั้นเสียใหม่ เพื่อหาความสุขในใจที่หายไปให้เจอ”

 

 

น.ส.ศิรินทิพย์  ผอมน้อย   นักจิตวิทยา   ศูนย์สุขภาพจิตจังหวัดตรัง

...............................................

ข่าว 'อุปทานหมู่' จาก นสพ.ข่าวเสรี (จังหวัดตรัง) วันที่ 9 มิ.ย. 51

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
กรมกุชะ วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 22.37 น.
http://www.oknation.net/blog/cradm

ที่แน่ๆ ไม่ใช่ผีเข้าแน่นอน...ว่างั้นนะครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30