พิมพ์หน้านี้
|
"ใจลอยอยู่บนฟ้า ขาติดอยู่บนดิน" "อิสรวลี" http://isarawalee.exteen.com/ ทุกคนต้องการความอิสระ... ผมเคยเห็น (และเคยเป็น) เด็กประถมที่ไม่ชอบไปโรงเรียน ถึงเวลาเช้าทีไรต้องมีอาการปวดหัวปวดท้องปวดนู่นปวดนี่ไปซะหมด และอาการนั้นมักจะหายดีทันทีที่รถโรงเรียนผ่านหน้าบ้านไป บางครั้งป่วยบ่อยเกินไปก็คงจะดูแปลก การหายตัวไปของกระเป๋านักเรียนเพื่อจะไม่ต้องไปเรียนเลยเกิดขึ้นเป็นบางครั้ง ซึ่งส่วนมากมันก็จะไปหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้า หรือใต้เตียง และเช่นเดียวกันกับโรคที่พูดถึงในย่อหน้าที่แล้ว กระเป๋ามันจะโผล่กลับมาตั้งสง่าอยู่บนโต๊ะด้วยตัวของมันเองพร้อมกับการจากไปของรถโรงเรียน ผมว่าตอนเด็กๆ ไม่ได้คิดถึงเรื่องความอิสระหรอก แต่จะมีใครบ้างล่ะที่อยากจะไปโรงเรียนเพื่อต้องทนนั่งฟังอาจารย์พูดสอนทั้งวัน จะเล่นก็ไม่ได้เล่น จะนอนก็ต้องรอเวลานอนกลางวัน ถึงเวลานั้นจะยังไม่รู้จักว่าคุกคืออะไร แต่ความรู้สึกของเด็กก็คงไม่ต่างจากการติดคุกสักเท่าไร โตขึ้นมาหน่อยเราก็ต้องการอิสระมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะระบบสังคมเมืองที่กำหนดกฎเกณฑ์มาบังคับ ทำให้เราไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นไทแก่ตัวเองมากนัก อันจะเห็นได้จากนักเรียนมัธยมที่ทำผิดกฎของโรงเรียนอยู่บ่อยๆ ด้วยการแต่งกายไม่ตรงตาม รูปแบบ ที่โรงเรียนกำหนดไว้ ความต้องการอิสระคงพุ่งขึ้นถึงขีดสุดเมื่อนักเรียนมัธยมทั้งหลายย่างเท้าก้าวข้ามไปยังโลกที่เรียกว่า มหาวิทยาลัย ซึ่งนำเสนออิสระในรูปแบบต่างๆ ให้มากมาย บางทีอาจจะมากจนเกินไป ผู้รับสารอิสระเหล่านี้เลยใช้มันโดยไม่คำนึงถึงผลข้างเคียง เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสไปเล่น ว่าว ที่สนามหลวง หลังจากที่ไม่ได้แตะต้องมันมาหลายปี ว่าวที่เลือกมาเล่นก็เป็นว่าวงูตัวไม่ใหญ่นัก แต่คาดว่ามันคงจะล่องลอยลู่ลมได้ดีทีเดียว ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่มันควรจะทำในฐานะว่าวสักตัว คุณป้าคนขายแถมเชือกพร้อมกระป๋องกาแฟเป็นที่พันเชือกให้ด้วยฟรีๆ หลังจากการเจรจาแลกเปลี่ยนเงินให้เป็นว่าวจบลง ว่าวงูตัวน้อยก็ลอยขึ้นไปบนฟ้า ตอนที่ลมไม่แรง เจ้างูน้อยก็ทำท่าจะหัวทิ่มหัวตำร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าให้ได้ ต้องอาศัยการชักเชือกปล่อยเชือกเป็นจังหวะเพื่อให้มันสามารถชูเชิดหัวกลับขึ้นไปได้อีกครั้ง แต่เมื่อใดที่ลมพัดแรง ว่าวงูตัวนี้ก็ร่าเริงล่องลอยอยู่บนฟ้าไกลลิบลิ่วอย่างสง่างามอยู่สุดสายปลายเชือก หากมันมีชีวิตจิตใจมันคงอยากที่จะทะยานพุ่งขึ้นไปให้สูงกว่านั้น แต่ด้วยเชือกที่ยังรั้งมันไว้ไม่ให้ไปไหนไกลเกินไป มันก็ต้องจำใจลอยอยู่กับที่ เราทุกคนเกิดมาบนโลกพร้อมของแถมที่เรียกว่า กฎเกณฑ์ เหมือนกับเชือกบนกระป๋องกาแฟที่คุณป้าเขาแถมให้ ถึงแม้จะไม่อยากได้ของแถม แต่ถ้าไม่มีเชือกก็เล่นว่าวไม่ได้ บางครั้งการใช้อิสระที่มีน้อยเกินไป มัวแต่พะวักพะวงอยู่กับเชือกที่ผูกมัด โดยไม่คิดจะทะยานขึ้นฟ้าเลย เราก็จะถูกความหนักของเชือกแห่งกฎเกณฑ์ถ่วงจนเราต้องอยู่แต่บนพื้น บางครั้งการมัวเมากับอิสระที่มีมากเกินไป คอยแต่จะลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าเรื่อยๆ โดยไม่สนใจโลกเบื้องล่าง ก็จะทำให้ลืมไปว่ายังมีเชือกที่คอยยึดเราอยู่ และหากยังทะเยอทะยานดิ้นรนจะหลุดพ้นจากการผูกมัดนี้ เชือกก็คงขาด และเราก็คงต้องล่องลอยไปอย่างไร้หนทาง ไร้ที่พึ่งพิง คนเราก็เหมือนกับว่าว ตอนเด็กๆ ถ้าปล่อยให้ไปเล่นลมโดยไม่ยึดเชือกไว้ ก็อาจลอยหายไปได้ โตขึ้นมาเราก็เริ่มรับรู้ได้ว่า เชือกที่เรามีอยู่มันสั้นยาวแค่ไหน เราสามารถยืดมันได้แค่ไหน และจุดไหนที่เราควรจะผ่อนความเร็วให้แรงโน้มถ่วงพาเรากลับลงมายังพื้นดินบ้าง ทุกๆ คนต้องการความอิสระ แต่อิสระเหล่านั้นก็ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของสังคม หลายๆ คนลืมไปว่าเรายังมีอิสระทางความคิดอยู่ บางทีเราก็น่าจะปล่อยใจให้ไปล่องลอยอยู่บนฟ้า แต่ปล่อยขาให้ย่ำอยู่บนพื้นดินบ้าง เหมือนว่าวสักตัวที่โบยบินได้ไกลสุดฟ้า แต่ก็ยังต้องพึ่งพาคนชักบนผืนดิน |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||