พิมพ์หน้านี้
|
กาลครั้งหนึ่ง ที่ฉันก้าว... กระโดด... สู่เมืองจิงโจ้ ตอนที่ 23 โดย เด็กปั้นฝัน สวัสดีปีใหม่ 2007!! เย้... ฉันจะได้กลับบ้านปีนี้แล้ว อยากกลับบ้าน คิดถึงอาหารไทย อยู่ที่นี่ฉันอ้วนขึ้นหลายกิโลฯ กลับไปต้องอ้วนขึ้นอีกแน่นอน เพราะฉันอยากทานอาหารไทยมากๆ นักเรียนแลกเปลี่ยนหลายคนว่า พออยู่นานไป จะไม่อยากกลับบ้าน อยากอยู่ที่นั่นต่อ ตอนนี้ฉันอยู่มาได้สี่เดือนกว่าแล้ว แต่ฉันยังมีความรู้สึกอยากกลับบ้านอยู่ดี แต่อีกใจหนึ่งก็อยากที่จะเรียนรู้อะไรที่นี่ต่อ บางครั้งเหงา คิดถึงครอบครัว คิดถึงเพื่อน คิดถึงโรงเรียน แต่นั่นบอกฉันว่า หากฉันอยู่เมืองไทย ฉันคงไม่รู้จักหลายๆ คำ เช่นคำว่า คิดถึง ฉันกลับมาครอบครัวที่สองเมื่อวันที่สามสิบธันวาคม ส่วนวันส่งท้ายปีเก่าฉันออกไปงานปาร์ตี้กับครอบครัวอุปถัมภ์และเรานับถอยหลังกันที่นั่น งานปาร์ตี้ถูกจัดขึ้นในโรงเรือนที่มีไว้สำหรับตัดขนแกะ แต่ละครอบครัวจะนำอาหารว่างสำหรับมื้อสุดท้ายของปีนี้มาทานร่วมกัน จับกลุ่มคุยกัน และ ฟังเพลง เต้นกัน อย่างสนุกสนาน ห้า... สี่... สาม... สอง... หนึ่ง แฮปปี้นิวเยียร์ !! เพื่อนๆ ญาติ สามีภรรยาต่างกอดกัน แม่อุปถัมภ์ของฉันเดินมาหาฉันซึ่งกำลังนั่งอยู่กับเพื่อนๆ เธอกอดฉัน นั่นไง ทำฉันแสดงอาการขี้แงอีกแล้ว ฉันน้ำตาซึมคิดถึงแม่ทันทีเลยค่ะ เรากลับออกจากงานประมาณตีสอง ฉันกลับถึงบ้านแล้ว ขออนุญาตเล่นอินเตอร์เน็ตเพื่อนับเวลาถอยหลังกับเพื่อนคนไทยในโปรแกรมแชทเอ็มเอสเอ็น กลับได้ยินข่าวร้ายออกมาว่ามีระเบิดกลางกรุง เพื่อนรุ่นพี่บอกว่า เขาไปถึงงานเคาท์ดาวน์ดันประกาศยกเลิกเสียนี่ ในขณะที่อีกคนบอกว่า เขากับเพื่อนร่วมกลุ่มนั่งรถเมล์จะไปกินเอ็มเคที่เมเจอร์ รัชโยธิน แต่ห้างปิด จึงต่อไปยังห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวก็ปิดอีก สุดท้ายคือ หมูกระทะแถวหอพัก ฉันคุยกับเพื่อนๆ อยู่ย่ำรุ่งกว่าจะเข้านอนก็ย่างเข้าเช้าวันใหม่ของวันปีใหม่ วันนี้ครอบครัวอุปถัมภ์จะไปทานข้าวที่ผับอีกแล้ว ฉันบอกว่าไม่ไป ขออยู่บ้านดีกว่า เพราะว่าเมื่อไรที่เจอกับเพื่อนๆ พวกเขาจะนั่งคุยกันจนเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ออกจากผับ ปีนี้ ฉันตั้งใจว่าจะลดน้ำหนักลงหน่อย ไม่อยากจ่ายตังค์ซื้อชุดใหม่ๆ กลัวไม่มีความสามารถจะขนกลับเมืองไทย หากจะทิ้งไว้ที่นี่ก็เสียดาย ฉันออนไลน์โปรแกรมสนทนาอีกครั้ง ดีใจมากที่เจอเพื่อนแลกเปลี่ยนที่อยู่อเมริกาออนไลน์ เธอบอกอยากคุยกับฉันมากๆ เมื่อวานฉันโทรข้ามประเทศไปหาเธอ แต่นั่นมันตอนตีสามเวลาบ้านเธอ คืนนี้ เธอบอกว่า เธอจะโทรมาหาฉัน รอไม่นานนักเธอก็โทรมาหาฉัน เล่าชีวิตที่นั่นให้ฉันฟัง ฉันเล่าชีวิตที่นี่ให้เธอฟัง แล้วเธอยังปรับทุกข์กับฉันอีกว่า เพื่อนของเธอบางคนนั้น ส่งอีเมลมาหาว่า เธอลืมเพื่อนเมืองไทยเสียแล้ว ทั้งที่ความจริงฉันว่า มันน่าจะเป็นเพื่อนที่เมืองไทยลืมเธอเสียแล้วซะมากกว่า เธอค่อนข้างที่จะเรียนหนักกว่าฉันมาก เพราะเธอลงเรียนวิชาที่ต้องอ่านภาษาอังกฤษ ทำให้ไม่มีเวลามากนักที่จะส่งเมลหาเพื่อนๆ หรืออย่างมากส่งเมลฉบับเดียวถึงทุกคนตั้งแต่ครอบครัว ญาติ และเพื่อนบอกความเป็นอยู่ของตนเองว่าเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้ เธอมีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาภาษาอังกฤษมากกว่าฉัน บวกกับเธอไม่สามารถพิมพ์ไทยได้ด้วย ทำให้เธอใช้ภาษาอังกฤษตลอด ตรงข้ามกับฉันโดยสิ้นเชิง ฉันชอบเขียนอีเมลไปหาครอบครัว ญาติ และเพื่อน ในทำนองเดียวกันคือ จดหมายฉบับเดียว เขียนถึงทุกคน ไม่ได้เจาะจงถึงใคร และฉันเล่าความเป็นอยู่ ความสนุก ความน่าเบื่อของที่นี่ ฉันไม่สามารถเขียนเมลถึงทุกคนได้ ไม่สามารถเขียนไปถามทุกคนได้ว่า ชีวิตของเธอเป็นอย่างไรบ้าง อย่างมากที่สุดฉันเขียนเมลไปหาแม่ ลุง หรือเพื่อนบางคนที่เขียนมาถึงฉันโดยเฉพาะ แต่ก็น้อยครั้งนัก ลืมบอกว่า ฉันติดตั้งภาษาไทย ฉันเล่าเป็นภาษาไทยไป ทำให้จินตนาการได้ง่ายกว่าใช้ภาษาอังกฤษ สิ่งเดียวที่ฉันปลอบใจเธอไป คือ ไม่เป็นไร ไม่ว่าใครจะว่าเธอทิ้งใคร หรือใครทิ้งเธอ ขอให้รู้ว่าฉันเป็นเพื่อนที่จะอยู่ข้างเธอเอง หลายคนว่า พูดประโยคน้ำเน่าออกมาได้ยังไง แต่สำหรับเด็กแลกเปลี่ยนนั้น ฉันคิดว่าเป็นอะไรที่สร้างกำลังใจได้ทีเดียว และฉันหมายความตามนั้นจริงๆ
|
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||