พิมพ์หน้านี้
|
ดูบอลยูโร ย้อนมองการเมืองไทย โดย อรุณ ลายดี www.linefm.com เพื่อนนักฟุตบอลรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่าระหว่างที่เขากำลังแข่งขันฟุตบอลรายการหนึ่ง ขณะที่กรรมการวิ่งหันหลังอยู่นั้นมีนักฟุตบอลทีมเดียวกันเตะฟุตบอลไปโดนหัวกรรมการจนคว่ำหน้า และด้วยความที่ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ชวนขำประมาณว่าเหมือนกับคลิปฟุตบอลขำๆ ที่เราดูกันทางเน็ต เพื่อนรุ่นพี่ของผมเลยอดที่จะหัวเราะไม่ได้ บังเอิญว่า เพื่อนรุ่นพี่ของผมรายนั้นเป็นคนที่พูดเสียงดัง ฟังชัด เมื่อหัวเราะก็หัวเราะออกมาอย่างสุดเสียง ปรากฏว่าเมื่อกรรมการคนดังกล่าวตั้งหลักได้หันมามองทางต้นเสียงหัวเราะ และพบว่าต้นเสียงยังหัวเราะไม่ยอมหยุด จนทำให้ทุกคนที่อยู่ในสนามแม้กระทั่งผู้ช่วยผู้ตัดสินยังแอบยิ้ม กรรมการคนดังกล่าวไม่รู้ว่าคิดอะไร อาจจะมึนๆ หรือขายหน้าอย่างแรง หรืออาจจะคิดว่าเพื่อนรุ่นพี่ผมเป็นคนที่เตะไปโดนหัวของเขาหรือเปล่า เลยได้คาดโทษด้วยการให้ใบเหลือง โชคร้ายที่เขาได้ใบเหลืองไปก่อนหน้านั้นจึงบวกเป็นใบแดงในท้ายสุด ขณะที่เดินออกจากสนามเพื่อนรุ่นพี่ผมก็โวยวายว่า ตัวเองไม่ได้เป็นคนเตะไปโดนหัวกรรมการสักหน่อย ทำไมใจร้ายมาไล่เขาออกจากสนาม ทำไม แค่หัวเราะเท่านั้น แต่เขาก็ยอมรับผลการตัดสินของกรรมการ ในวงการฟุตบอลหรือวงการอื่นๆ บางทีก็มีเรื่องที่เรายังไม่เข้าใจลึกซึ้งถ่องแท้หลายเรื่องเหมือนกัน อย่างในยูโร 2008 มีประเด็นให้ถกเถียงกันว่า กรณีที่ รุด ฟาน นิสเตลรอย ของเนเธอร์แลนด์ยิงประตูทีมแชมป์โลกอิตาลีนั้นเป็นลูกล้ำหน้าหรือไม่ แน่นอนว่าคนที่ดูบอลแบบผิวเผินต้องคิดว่าต้องเป็นลูกล้ำหน้าแน่นอน ผมเห็นความมั่นใจของกรรมการหลังตัดสินก็พอจะเดาออกว่า ลูกดังกล่าวจะต้องเกี่ยวข้องกับผู้เล่นของอิตาลีที่อยู่หลังประตูแน่ๆ กล่าวคือกรรมการยังนับผู้เล่นคนดังกล่าวว่ายังมีส่วนได้ส่วนเสียกับเกมอยู่ เพราะในทางตรงกันข้าม หากบอลกำลังจะเข้าประตูแล้วผู้เล่นคนดังกล่าววิ่งกลับเข้ามาสกัดบอลไม่ให้เข้าประตูกรรมการก็คงไม่ว่าอะไรเพราะถือว่ายังเป็นจังหวะการเล่นที่ต่อเนื่องอยู่ และวันต่อมายูฟ่า ก็ประกาศรับรองผลการตัดสินของกรรมการว่าที่ตัดสินลงไปถูกต้องแล้ว กฎ กติกา จะศักดิ์สิทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อทั้งผู้เล่นและผู้ตัดสินเคารพ ซึ่งในวงการฟุตบอลนั้นนอกจากกฎ กติกา แล้วสิ่งที่นักฟุตบอลต้องปฏิบัติก็คือ มารยาท เราจะเห็นว่าเมื่อมีผู้เล่นบาดเจ็บแม้จะเป็นทีมคู่แข่งก็จะมีน้ำใจเตะบอลออกเพื่อให้ได้มาปฐมพยาบาลกัน เราอยู่ในสังคมก็ต้องมีกฎหมายมาควบคุมเพื่อความสงบเรียบร้อย แน่นอนว่าต้องไม่ถูกใจทุกฝ่าย ผลการตัดสินของกรรมการของการแข่งขันนัดดังกล่าวสร้างผลดีแก่ทีมเนเธอร์แลนด์ และสร้างความพ่ายแพ้หรือความเสียหายต่อทีมอิตาลี แต่เมื่อกฎออกแบบมาแบบนั้น อิตาลีเองเขาก็ยอมรับ ไม่ใช่เห็นถ้าไม่ดีจะแพ้แล้วกลับไปแก้กฎ แก้กติกา หรือแก้กฎหมาย ไอ้พวกที่จะแพ้แล้วแก้กฎ ระวังบอลจะไปโดนหัวนะครับ แต่ขอร้องนะครับว่าพอลุกขึ้นมาได้อย่าเที่ยวทำตาขวางๆ เหมือนใครบางคนแถวทำเนียบนะครับ เพราะน่ากลัวมาก ขอบอก!!!! ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||