พิมพ์หน้านี้
|
สัพเพเหระกับการเตรียมเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของจีน คอลัมน์ เล่าเรื่องท่องเที่ยว จรัญ ชื่นในธรรม ผช.ผอ.ททท.ประจำกรุงปักกิ่ง การแข่งขันมหกรรมกีฬาโลก โอลิมปิก ขณะนี้หลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องดำเนินการเพื่อเตรียมพร้อมในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของจีน ก็มีความคืบหน้าไปมากมาย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงปักกิ่ง จะมีเจ้าหน้าที่ยืนประจำตรงบันไดทางเดินไปสถานี คอยตรวจตั๋วหรือคอยตรวจตราว่าผู้โดยสารจ่ายค่าโดยสารหรือยัง คล้ายๆ เจ้าหน้าที่ฉีกตั๋วตอนเราจะเข้าไปดูภาพยนตร์ในโรงหนังแบบนั้นแหละครับ แต่เพื่อความเป็นมาตรฐานและความเป็นสากลมากขึ้น เดี๋ยวนี้เขามีเครื่องอัตโนมัติเป็นช่องๆ ให้ผู้โดยสารนำบัตรแตะแล้วเดินผ่านไป เหมือนช่องทางเดินเข้าสถานีรถไฟฟ้าแบบบ้านเรานั้นแหละ มีการติดตั้งเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติตามสถานีต่างๆ มากขึ้น แต่ขอบอกว่าช่วงแรกๆ ที่เริ่มการให้บริการแบบนี้ เกิดการจลาจลย่อยๆ ตามสถานีรถไฟฟ้าทั่วกรุงปักกิ่ง เพราะว่าเหล่าอาม้าอาแป๊ะไม่คุ้นเคยกับเครื่องอัตโนมัติเหล่านี้ เดินเข้าไม่ได้บ้าง หรือเข้าไปแล้วไม่รีบเดินถูกเครื่องหนีบเอาบ้าง กว่าชาวปักกิ่งจะคุ้นเคยก็ปาเข้าไปหลายวัน ผู้คนทำงานกันสายในช่วงวันแรกๆ ของการใช้เครื่องอัตโนมัติเหล่านี้ อีกเรื่องคือการพยายามลดมลภาวะทางอากาศในกรุงปักกิ่ง เนื่องจากเป็นข้อถูกท้วงติงมากที่สุดในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกหนนี้ของประเทศจีน อากาศในกรุงปักกิ่งจะมีสภาพคล้ายมีหมอกบางคลุมทั่วพื้นที่ ซึ่งสภาพอากาศแบบนี้ว่ากันว่าเป็นผลกระทบมาจากโรงงานอุตสาหกรรมรอบนอกกรุงปักกิ่ง การก่อสร้างในกรุงปักกิ่งและควันจากท่อไอเสียรถยนต์บนท้องถนนในกรุงปักกิ่ง เรื่องอื่นยังพอจะบรรเทาได้ในประเทศสาธารณะรัฐสังคมนิยม เช่นประกาศให้โรงงานอุตสาหกรรมหยุดการผลิต ประกาศให้การก่อสร้างหยุดดำเนินการในช่วงการแข่งขัน แต่เรื่องรถยนต์นั้นเป็นเรื่องยากหน่อย เพราะเป็นพาหนะที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้สัญจร ซึ่งนอกจากจะเร่งการก่อสร้างการขนส่งมวลชนระบบรางให้มากขึ้นแล้ว รัฐบาลประกาศให้มีการใช้รถยนต์ได้เฉพาะบางวัน โดยยึดเอาหมายเลขป้ายทะเบียนของรถยนต์ คือหากป้ายทะเบียนหมายเลขเป็นเลขคู่ก็สามารถนำมาวิ่งบนถนนได้เฉพาะวันคู่ ในขณะที่ป้ายทะเบียนหมายเลขคี่ก็นำมาวิ่งในวันคี่ ซึ่งจะเริ่มบังคับในวันที่ 20 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ครับ นอกจากนี้เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลสั่งให้หน่วยงานราชการในกรุงปักกิ่งงดการใช้ยานพาหนะของราชการไปครึ่งหนึ่งของที่มีทั้งหมด และพอถึงเดือนกรกฎาคมสั่งให้งดใช้ทั้งหมด ให้ใช้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น แหม.. รัฐบาลเขาเลิศนะครับ สั่งชาวบ้านงดใช้ยานพาหนะแล้ว ตัวเองยังทำก่อนให้เป็นตัวอย่างที่ดีด้วย แบบนี้คงต้องปรบมือให้ครับ แต่ก็ไม่ทราบว่าเวลาข้าราชการเขาต้องมีการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่น จะทำอย่างไรเนื่องจากไม่มีรถยนต์เดินทาง หรือปล่อยให้ชาวบ้านเดินทางมาหาเอง... คงจะวุ่นพิลึกนะครับ มีเรื่องหนึ่งที่ผมว่าน่าชื่นชมมากๆ คือมีกลุ่มอาม้าอาแป๊ะ รวมตัวกันเป็นอาสาสมัคร ไปเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะได้ค่อยช่วยเหลือชาวต่างชาติที่เข้ามาในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โดยฝึกคำทักทายคำพูดง่ายๆ ที่จะสามารถสื่อสารแนะนำการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ในกรุงปักกิ่ง ผมเห็นในข่าวโทรทัศน์ อาม้าอาแป๊ะฝึกพูดภาษาอังกฤษตามครูชาวต่างชาติ ออกเสียงฝึกพูดกันหน้าแดงหน้าดำ ยังกับเด็กประถมที่อ่านออกเสียงตามคุณครูหน้าชั้นเรียน และเสื้อที่อาม้าอาแป๊ะสวมใส่ตรงหน้าอกมีคำว่า ask me หรือแปลว่า ถามฉันได้ ช่างน่ารักจริงๆ ก็ไม่ทราบว่าพอถึงเวลาที่เหล่าอาสาสมัครกลุ่มนี้ไปปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทางรัฐบาลต้องคอยจัดรถพยาบาลไปให้ความช่วยเหลือทุกที่หรือเปล่า (ฮา...) จรัญ ชื่นในธรรม (28 มิถุนายน 2551) |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||