พิมพ์หน้านี้
|
คนเรามันต้องออกไปบ้าเสียบ้าง : (10) เสียงหัวเราะเหนือเส้นทางแห่งการฆ่าฟัน คอลัมน์ : ใครบางคนในห้วงคำนึง สิระพล อักษรพันธ์ ดูเหมือนสักเก้าโมงเช้าที่เราออกจากแพที่พักเหนือห้วงทะเลสาบ แน่นอน-นั่นหมายความว่า ห้วงเวลานี้สายหมอกยังคงหนาหนักปกคลุมอณูอากาศ จนแทบไม่มีช่องทางไหนเลยที่แสงแดดจะสาดต้องถึงพื้น แต่ก็นั่นแหละ เมื่อจุดหมายปลายทางต่อไปของเราคืออำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งไกลออกไปอีกหลายร้อยกิโลเมตร แม้จะยังอยากเรื่อยเปื่อยอยู่กับบรรยากาศยามเช้าแค่ไหน แต่ถึงที่สุด สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำที่สุดในห้วงยามนั้นก็คือ รีบเก็บความประทับใจใส่ลงลิ้นชักแห่งความทรงจำ และแน่นอน ถ้าห้วงยามนั้นจะให้พูดอะไรกับดินแดนแห่งนี้สักสิ่ง ผมคงได้แต่รำพึงกับตัวเอง .ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจของผมกลับมาไหวเต้นอยู่ในโมงยามอันงดงามของชีวิต ****** ขาออกจากสังขละบุรี ประมาณสักสี่กิโลเมตร เราตัดสินใจพารถเลี้ยวซ้ายไปเยือนด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งอยู่ลึกไปสักสิบห้ายี่สิบกิโลเมตร ติดพรมแดนไทยพม่า ไม่ต้องบอก ใครๆ ก็รู้จากวิชาเรียนประวัติศาสตร์พื้นฐานว่า ด่านแห่งนี้เคยเป็นช่องทางสำคัญที่พม่าและไทยใช้เดินทัพเข้าพุ่งรบกันอย่างแหลกลาญเมื่ออดีตกาล-นานโพ้น ส่วนเจดีย์เตี้ยๆ สามองค์ หรือสมัยก่อนเรียกกันว่า หินสามกอง นั้น ว่ากันว่าเจ้าเมืองสังขละบุรีร่วมกับชาวบ้านจัดสร้างขึ้น ในปี พ.ศ 2472 แต่ประทานโทษ นาทีนี้ผมเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า เหตุผลหรือนัยสำคัญอันใดที่เขาอุตส่าห์สร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้เอาไว้ ทั้งที่เจดีย์ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นมักจะอยู่ในวัดในวา หากจะเหตุผลกลใดก็ช่างเถอะ สำหรับผมและเพื่อน เราเพียงเห็นว่าอุตส่าห์มาสังขละฯ ทั้งที แวะเข้าไปดูสินค้าอัญมณี (จากพม่า) และใบหน้าผู้คนแถวนั้นสักชั่วโมงครึ่งชั่วโมง คงไม่ทำให้เสียเวลาที่จะต่อไปแม่สอดมากนัก นั่นเป็นเหตุผล ที่เพียงไม่กี่นาทีให้หลัง เราก็มาเที่ยวเดินเพ่นพ่านอยู่บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งนอกจากจะได้บรรลุความตั้งหวังเบื้องต้น เพื่อนบางคน โดยเฉพาะบังสมบุญ เฮียสุขกมล พี่มนุส และน้องนพรัญ ก็ได้แอ็กท่าถ่ายรูปกับป้าย สุดเขตแดนตะวันตก ในฐานะผู้พิชิต ครั้งหนึ่งในชีวิต แหะ แหะ จะได้เอาความเชย กลับไปโม้เพื่อนที่บ้าน ! ที่สำคัญ อิ อิ จะได้บอกใครต่อใครได้ว่าไปเที่ยวต่างประเทศมา ก็จะไม่ใช่ไปต่างประเทศมาได้อย่างไร บริเวณพรมแดนด่านเจดีย์สามองค์ อาศัยเพียงช่องลวดหนามบางช่อง ที่ชาวบ้านหรือพ่อค้าแม่ขายสร้างเอาไว้หลังแผงขายของ ก็สามารถแอบมุดออกไปยืนเยี่ยวอยู่บนแผ่นดินที่ถูกขีดกำหนดว่าเป็นประเทศพม่าได้อย่างง่ายดาย แต่พูดก็พูด พฤติกรรมดังว่า คงต้องสงวนไว้แต่กับน้องนพรัญและพี่มนุส ไปต่างประเทศทั้งที ไม่ได้ขี้ ก็ต้องเยี่ยวฝากเป็นหลักฐานไว้หน่อย นี่หมัด ไม่ใช่โม้นะ เยี่ยวฝั่งโน้นนะ เย็นดีฉิบหาย ขี้ขลาดเหมือนมึงไม่มีทางรู้หร้อกกก หลังเสร็จภารกิจจากอีกฟาก น้องนพรัญรีบกลับมายิ้มกระดี๋กระด๋า เกทับบลั๊ฟใส่น้องอาหมัดที่นั่งอยู่แบบเงียบๆ แต่ให้ตายสิ น้องอาหมัดก็ทันเสียเหลือเกิน จึงรีบปั้นหน้าท่าทางแบบแหยงๆ สวนกลับ วุ้ย สุดยอดตายแหละ นี่ดีนะพวกทหารพม่าไม่มาเจอ ไม่งั้นโป้งเดียว ลูกบ่าวมึงกระจุย ถึงตรงนี้น้องนพรัญหน้าหุบเหมือนกำลังเกิดอาการเสียววาบถึงหน้าท้อง แต่ก็ดีว่าได้พี่มนุสเพื่อนทหารหาญ (อิอิ) รีบแก้เกี้ยวให้ โห กูว่าทหารเห็นมันก็คงไม่เป็นไรหรอก แม่งไกลแบบนี้ จะยิงที่ไหนถูก ทำไมจะไม่ถูกล่ะพี่ เขาว่าทหารพม่าเวลานอนนะ ยังกอดปืนเลย น้องอาหมัดพยายามหันไปโน้มน้าวพี่มนุสเป็นพวก ก็ใช่ แต่แม่ง จะยิงถูกที่ไหนวะ ของมันน่ะ แค่เนี๊ย ! พี่มนุสอธิบายพร้อมยกนิ้วก้อยประกอบ 5 5 5 เสียงหัวเราะอาจจะห่ามๆ หยาบโลน และดูไม่อารยะไปบ้าง แต่เอาน่า มันก็คงจะดีกว่าเสียงกระเหี้ยนกระหือรือ (อิ อิ คำอินเทรนด์) แห่งการฆ่าฟัน ซึ่งซ่อนอยู่ในเม็ดดินที่ถมทับกันบนเส้นทางแห่งนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อนไม่ใช่หรือ แล้วเราก็ออกมาจากด่านเจดีย์สามองค์ มุ่งสู่เส้นทางไปสู่แม่สอด
|
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||