พิมพ์หน้านี้
|
คอลัมน์ หนอนชอนดิน สูงสุดสอย ภราดร นุชิตศิริภัทรา (เจ้าของ ยางพันธุ์ดี นายขำ) เป็นไปอย่างที่คาดครับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน ราคายางขณะนี้มีทีท่าลงและทรงตัวหลังจากที่พุ่งตามราคาน้ำมันไปจนถึงราคากิโลกรัมละร้อยกว่าบาทต้นๆ แม้ว่าตอนนี้ราคาน้ำมันยังพุ่งขึ้นไม่หยุด แต่ผมเชื่อว่ายางหยุดแล้ว เชื่อโดยไม่มีหลักทฤษฎีใดมาอ้างอิง แต่นำหลักประสบการณ์มาเทียบเคียง หากราคาจะแกว่ง ผมยังเชื่ออีกว่าราคาคงไม่ทำลายสถิติเดิมที่ทำไว้เมื่อเดือนก่อน เพราะการที่ราคายางสูงมากผมยังเชื่อว่าจะทำให้มีผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน บางคนว่าราคายางราคาสูงเพราะปัจจัยจากราคาน้ำมันที่มีผลมาจากราคายางสังเคราะห์ ซึ่งเป็นผลผลิตจากกระบวนการการกลั่นน้ำมัน ซึ่งมีราคาสูงตามราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีเหตุผลเช่นกัน แต่ราคายางธรรมชาติ น่าจะขึ้นกับกระแส และสภาพตลาด สถานการณ์ตลาดโลกและกลุ่มบุคคลที่ซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงนักเก็งกำไรมากกว่า เพราะเหตุที่ราคายางสูง ทำให้เป็นที่มาของเรื่องเล่าในฉบับนี้ เช่น ผมได้พบกับลูกค้าที่มาซื้อต้นกล้ายางในกิจการส่วนตัวที่ทำอยู่ ลูกค้าท่านนี้เป็นคนพิการแต่ช่วยเหลือตัวเองได้ และช่วยเหลือสังคมได้ดีกว่าคนปกติทั่วไป เป็นแกนนำในการเรียกร้องสิทธิคนพิการทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ เช่นการมีที่จอดรถเพื่อคนพิการโดยเฉพาะ หากท่านที่สนใจว่าเป็นอย่างไรคงจะหาดูได้ที่บริเวณทางขึ้นศาลากลางปัจจุบันก่อนถึงทางขึ้นศาลจังหวัดตรัง สังเกตดีๆ จะมีที่จอดรถสำหรับคนพิการได้สองคัน ลูกค้าท่านนี้ได้พูดคุยและเล่าประสบการณ์ที่กว่าจะได้มาซึ่งสิทธิและสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ต่อคนพิการนั้นต้องต่อสู้อย่างลำบากยากเข็ญ แต่ที่ได้มานั้นต้องสู้และที่สำคัญต้องรวมตัว และสร้างพลังของเครือข่าย ต้องกระตุ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอและบ่อยๆ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นเพียงแค่ลมปากที่พัดผ่านและเขาก็คงจะรับไว้และเฉยเมย จนกว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกหรือมีกระแสเข้ามาจึงหันมาดูแลอีกที แต่ถ้าเรากระตุ้นบ่อยๆ ตามความจำเป็นก็จะได้มาเร็วยิ่งขึ้น และตอนหลังท่านนี้ได้ให้ข้อคิดว่าราคายางบ้านเรา ซึ่งเป็นผู้ผลิตทำไมไม่มีใครนำมาทำให้มีมูลค่าเพิ่มไปอีก หรือทำให้มีการพัฒนาในท้องถิ่นอีก ซึ่งน่าจะได้เปรียบประเทศอื่น แต่เราแค่ส่งออกวัตถุดิบที่เป็นยางธรรมชาติและยางแปรรูปขั้นต้นเท่านั้น ส่งออกสู่ตลาดโลกและส่งไปให้ประเทศอื่นผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ส่งกลับมาขายเราในราคาที่แพงกว่าเดิมมาก ทั้งๆ ที่ศักยภาพในการผลิตของเราก็น่าจะมี นักวิจัยก็มีมาก ผลงานดีๆ ก็มีเยอะ แต่ขาดหน่วยงานที่ส่งเสริมสนับสนุนอย่างจริงจังในการเชื่อมต่อข้อมูล ระดมทุน การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้และการเชื่อมต่อตลาดที่มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำไมเรามัววุ่นอยู่กับเรื่องอะไรบางอย่างที่มันน่าจะถึงจุดลงตัวสักที แต่มันก็ไม่ลงตัวเพราะความคิดแตกต่างและต่างมุ่งประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ไม่ค่อยมองสิ่งใกล้ตัวที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมที่น่าจะช่วยให้เกิดเสถียรภาพได้ในเศรษฐกิจของประเทศเราได้ ซึ่งของก็มีอยู่แล้ว เพียงแค่เราพัฒนาและบริหารจัดการให้เหมาะสมกับกลุ่ม บุคคล องค์กรที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดงาน เกิดมูลค่าเพิ่ม เกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์และยั่งยืน เหมาะสมกับทรัพยากรที่เรามีอยู่แล้ว มิใช่เป็นแค่ความฝัน ทั้งๆ ที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง และลูกค้ารายนั้นยังบอกผมว่าเชื่อเถอะสิ่งที่เราพูดกันนั้นมันไม่สูงสุดสอยหรอก เพียงแต่มีใครบ้างจะมาสานฝันนั้นให้เป็นจริงและจริงใจต่อการที่สร้างฝันนั้นให้เกิดขึ้น... |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||