พิมพ์หน้านี้
|
ความเป็นมาของ ชื่อ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง จากหนังสือ ข้อมูลท้องถิ่น อำเภอย่านตาขาว โดย อรทัย คงสิน ห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี อำเภอย่านตาขาว เดิมอำเภอย่านตาขาวเป็นเพียงตำบล ขึ้นกับอำเภอกันตัง ต่อมา เมื่อประชาชนได้เข้ามาอาศัยอยู่มากขึ้น การติดต่อระหว่างตำบลกับอำเภอไม่สะดวก เพราะระยะทางห่างไกล การคมนาคมก็อาศัยทางเรือ ในการปกครองไม่สามารถดูแลความทุกข์สุขของราษฎรได้อย่างทั่วถึง และราษฎรจะติดต่อกับที่ว่าการอำเภอก็ยากลำบาก ตำบลย่านตาขาวจึงถูกยกฐานะขึ้นเป็น กิ่งอำเภอย่านตาขาว เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2491 โดยมีเขตการปกครอง 6 ตำบล คือ ตำบลย่านตาขาว ตำบลหนองบ่อ ตำบลทุ่งค่าย ตำบลนาชุมเห็ด ตำบลในควน และตำบลโพรงจระเข้ ตำบลต่างๆ เหล่านี้ เดิมอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอกันตัง และได้ใช้อาคารโรงเรียนจีนของสมาคมพ่อค้าจีน เป็นที่ว่าการกิ่งอำเภอย่านตาขาว ครั้น พ.ศ. 2499 ทางราชการได้พิจารณาเห็นว่า กิ่งอำเภอย่านตาขาว มีความเจริญขึ้นพอสมควร มีประชาชนพลเมืองหนาแน่น การคมนาคมระหว่างกิ่งอำเภอ จังหวัด สะดวกและใกล้กว่าต้องผ่านไปอำเภอกันตัง จึงได้ยกฐานะเป็นอำเภอย่านตาขาว เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2499 และย้ายที่ว่าการกิ่งอำเภอเดิมไปปลูกสร้างขึ้นใหม่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างออกไปประมาณ คำว่า ย่านตาขาว นั้น อาจมีความหมายแยกเป็นสองพยางค์ พยางค์แรก คือ ย่าน ความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 มีสามความหมายด้วยกัน คือ ย่าน ความหมายที่ 1 หมายถึง แถว, ถิ่น เช่น เขาเป็นคนย่านนี้, บริเวณนี้ เช่น ย่านบางลำพู ย่านสำเพ็ง, ระยะทางตามกว้างหรือยาวจากตำบลหนึ่งไปตำบลหนึ่ง
ย่าน ความหมายที่ 2 หมายถึง เครือเถา เช่น ย่านวันยอ ย่านลิเพา เรียกรากไทรที่ย้อยลงมาว่า ย่านไทร ย่าน ความหมายที่ 3 หมายถึง ยั่น พยางค์ที่สอง คือ ตาขาว ความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง แสดงอาการขลาดกลัว (ความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542, 2546 : 903) ดังนั้น ย่านตาขาว น่าจะมาจากคำว่า ย่าน กับ ตาขาว มาผสมคำ เรียกเป็น ย่านตาขาว เพราะมีประวัติกล่าวกันว่า ตลาดย่านตาขาวมีภัยธรรมชาติจากน้ำท่วมปีละ 3-4 ครั้ง แต่ละครั้งน้ำจะท่วมอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่อาศัยอยู่ละแวกนี้ต่างได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมเป็นอย่างมาก ต้องเหน็ดเหนื่อยวุ่นวายกับการขนย้ายทรัพย์สิน สัตว์พาหนะ และสัตว์เลี้ยงไปไว้ที่ปลอดภัย สาเหตุที่น้ำท่วมทุกปี เพราะตลาดย่านตาขาวมีคลองใหญ่ ซึ่งมีแคว 3 แคว ใกล้ๆ ตลาดย่านตาขาว เมื่อถึงฤดูฝนจึงทำให้น้ำท่วมฉับพลัน ทำให้ผู้อาศัยอยู่บริเวณนี้ต้องตื่นตัว ระมัดระวังภัยอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเพียงคำสันนิษฐานเท่านั้น (สำนักงานอำเภอย่านตาขาว, 2545 : 1) นายคล้าย มูลเมฆ อายุ 73 ปี (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้วบ.ก.) อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 5 ตำบลย่านตาขาว ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ และเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องถิ่นอำเภอย่านตาขาว มีผู้คนในท้องถิ่นให้ความนับถือเป็นจำนวนมาก เล่าว่า ชื่อบ้านย่านตาขาวนี้ มิได้หมายความว่า คนตาขาวอยู่ในย่านนี้ แต่มีที่มาของชื่อดังนี้ เดิมทีพื้นที่ของอำเภอย่านตาขาว ซึ่งต่อเขตแดนกับอำเภอปะเหลียน มีลำคลองไหลผ่านย่านตาขาวหลายสาย เช่น คลองปะเหลียน คลองโพรงจระเข้ คลองลำพิกุล ไหลผ่านตำบลต่างๆ ในอำเภอย่านตาขาว ประชาชนปลูกบ้านเรือนทำมาหากินแถบริมคลอง ซึ่งรกไปด้วยต้นไม้และเถาวัลย์ที่ขึ้นตามริมคลองชนิดหนึ่ง เรียกว่า เถาตาขาว เมื่อราษฎรเข้าไปตัด ถาก ถาง ต้นไม้ริมคลองเพื่อเพาะปลูก และเพื่อปลูกที่อยู่อาศัยก็ตัดเถาวัลย์นี้ด้วย เมื่อตัดเถาวัลย์นี้ จะมีน้ำสีขาวไหลออกมาจากตาของเถาวัลย์ เหมือนร้องไห้ คนปักษ์ใต้เรียกเถาวัลย์ว่า ย่าน และเรียกชื่อพันธุ์ไม้นี้ว่า ตาขาว จึงรวมเรียกว่า ย่านตาขาว แล้วนำมาเรียกเป็นชื่อบ้านนี้ว่า บ้านย่านตาขาว อีกลักษณะหนึ่ง การปลูกบ้านริมคลองมีจำนวนมากขึ้นเป็นชุมชน ผู้คนเรียกชุมชนนั้นว่า ย่าน และนำชื่อเถาวัลย์ที่มีมากในแถบนั้น คือ เถาตาขาว มาเรียกเป็นชื่อหมู่บ้านนี้ว่า บ้านย่านตาขาว จนถึงทุกวันนี้ เรื่องนี้ เป็นการบอกเล่าต่อๆ กันมา ข้อมูลจึงเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น (จาการสอบถาม นาย หมายเหตุ บ.ก. : โอกาสต่อไป จะนำเสนอเป็นข้อมูลจากคำบอกเล่า ของประชาชนที่นั่น เพิ่มเติม
|
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||