พิมพ์หน้านี้
|
คอลัมน์ พบหมอไพศาล การเมืองใหม่-การเมืองเก่า อะไรดีกว่ากัน โดย
นายแพทย์ อุปนายกพุทธสมาคมจังหวัดตรัง กระแสหนึ่งที่เป็นประเด็นในการชวนคุยในห้วงเวลาที่แร้นแค้นความสุขของสังคมขณะนี้ (กรกฎาคม ๒๕๕๑) ก็คือ จะทำอย่างไรกับการเมืองที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางออก ซึ่งหลายคนถูกชวนคุยแล้วหาคำตอบไม่ได้ พาลจะเลิกสนใจในการติดตามการเมืองไปเลยก็มี นัยว่าเพื่อลดความเครียดให้กับชีวิต หลายคนโจมตี (โยนบาป) ว่า ความทุกข์เข็นแสนสาหัสที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้เป็นมาจาก (เหตุแห่งทุกข์) การเมืองเดิมที่คิดเอาว่าชั่วร้ายโดยยกปรากฏการณ์บางอย่างมาประกอบ ต่อด้วยการข่มขืนความคิดผู้อื่นให้คิดตามตนอย่างบ้าคลั่ง หากใครขัดขืนไม่ยินยอมแต่โดยดีก็จะรุมประชาทัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ จนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยบอบช้ำไปตามๆ กัน จากนั้นก็เสนอการเมืองใหม่ที่กลุ่มตนเห็นว่าดี (เพราะเอื้อให้ตนเข้าสู่อำนาจได้ แต่ต่อไปหากกติกาที่ตนเสนอไม่สามารถทำให้ตนมีอำนาจดังหวัง จะรวมพวกมาทำลายอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้) หมอไพศาล บุรุษผู้ไม่นิยมการฟันธงว่าคำตอบต้องเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น และไม่นิยมอย่างยิ่งยวดต่อการรุกรานทางความคิดต่อผู้คนให้คิดอย่างเดียวกับตนอย่างอุกอาจ จึงขอแจมในเหตุการณ์นี้อย่างระมัดระวัง (เพราะระลึกเสมอว่าเรื่องที่ไม่ควรพูดกับผู้คนหลากหลายที่ไม่แน่ใจในการมีสติก็คือ เรื่องความเชื่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องศาสนาและการเมือง) โดยเชื่อว่าหนทางสำหรับการใดๆ ก็ตาม น่าจะมีมากกว่าหนึ่งเสมอ อีกทั้งสิทธิในการเลือกทางเดินควรเป็นของทุกคนโดยอิสระ ถามหน่อยเถอะว่า สาเหตุของความทุกข์ยากแสนเข็ญที่เป็นอยู่ มีเหตุแห่งปัญหาเพียงระบบการเมืองเท่านั้นล่ะหรือ แน่นอนเหลือเกินคำตอบคงมีเหตุของความทุกข์ทั้งเหตุภายในและภายนอกซึ่งไม่ใช่การเมืองอย่างเดียวเท่านั้นหรอก แล้วทางออกมีทางเดียวที่กลุ่มคนกลุ่มนี้เสนอเท่านั้นหรือก็หาไม่ แล้วทำไมต้องมาบังคับผู้คนให้ต้องทำตามทางที่คุณกำหนดเท่านั้น (นี่มันเป็นรูปแบบการปกครองของก๊วนเดียว หรือของมหาประชาชนกันแน่) การเมืองเก่าที่ถูกโจมตีว่าไม่เปิดโอกาสให้ผู้คนอย่างถ้วนทั่ว เป็นกิจกรรมที่ผูกขาดโดยกลุ่มทุนเท่านั้น จึงต้องแก้ด้วยการเมืองใหม่ที่ทุกหมู่เหล่าสามารถเข้าถึงอำนาจได้ดีกว่าเดิม (แต่ดูเหมือนแค่จะติดตั้งรูปแบบการเมืองใหม่ก็เริ่มด้วยการกีดกันคนที่ไม่ใช่พวกตนเสียแล้ว เผด็จการมากกว่าเดิมหรือเปล่า) ฟังดูก็ดี แต่วิธีการและหลักประกันของสังคมล่ะ เป็นไปได้หรือเปล่าที่หากใครคิดว่ามีหนทางสู่การมีความสุขของสังคมผ่านหนทางใด ก็เสนอให้ผู้คนที่หลากหลายมีสิทธิร่วมคิดและเสนอแนวคิดอย่างหลากหลายไร้การคุกคามและครอบงำ นักวิชาการและผู้คนที่สนใจหาทางออกให้กับสังคมดูเหมือนจะเห็นพ้องกันแล้วในประเด็นที่ว่า การเมืองเก่าไม่เอื้อต่อการเกิดสุขในสังคม น่าจะได้รับการแก้ไขปรับปรุง แน่นอนกลุ่มหนึ่งเสนอให้ยกเลิกของเก่าแล้วสร้างการเมืองรูปแบบใหม่โดยสิ้นเชิง อีกกลุ่มเสนอแบบประนีประนอมให้แก้โดยการปรับโดยคงรูปแบบเดิมไว้ ปัญหาที่สำคัญก็คือ ใครจะเป็นเจ้าภาพในการปรับปรุงหรือปฏิรูปการเมือง สถานการณ์คล้ายๆ กับการหาหนูที่จะไปผูกกระพรวนที่คอแมว (ไม่ใช่แม้ว... นะครับ) คนที่จะรับดำเนินการต้องเป็นบุคคลที่สังคมทุกกลุ่มต้องให้ความไว้วางใจ แล้วสังคมที่มีแต่ผู้แก่ไม่มีผู้เฒ่าอย่างสังคมของเราในยุคนี้พอจะหาได้หรือ (ถ้าใช้กติกาเดิมก็ควรต้องเป็นรัฐสภา แต่ดูเหมือนสังคมที่แบ่งเป็นฝ่ายจะไม่ยอมรับ อีกทั้งไม่เชื่อน้ำยารัฐสภาเสียแล้ว ทั้งที่เป็นไปตามกติกาขณะนี้ของสังคม) หมอไพศาลอยากให้ผู้คนที่หวังดีต่อสังคม สามารถเสนอแนวคิดของตนได้อย่างมีอิสระ ไม่แบ่งฝ่ายเขาฝ่ายเราแล้วร่วมกันตกผลึกความคิดร่วมกันอย่างสันติได้หรือเปล่า เลิกทำลายล้างกันด้วยเหตุเพียงแค่คิดไม่เหมือนกันเสียทีเถอะ สังคมที่สวยงามน่าจะเป็นสังคมที่หลากหลายทางความคิดและหนทาง ไม่ก้าวร้าวทำลายกันแค่การคิดไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง หากเป็นได้อย่างน้อยที่สุดปัจจัยหรือเหตุแห่งทุกข์อย่างหนึ่งก็ได้รับการแก้ไขแล้วล่ะ. ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||