พิมพ์หน้านี้
|
คอลัมน์ 'หนอนชอนดิน' น้ำมันบนดิน ภราดร นุชิตศิริภัทรา เจ้าของยางพันธ์ดี นายขำ จ.ตรัง เลยครึ่งปีมาอีกแล้ว แต่สถานการณ์เศรษฐกิจที่น่าจะลงตัวได้สักทียังหาความชัดเจนไม่ได้ ภาพรวมเศรษฐกิจเป็นเช่นไร ยังหาข้อสรุปไม่ได้ชัดเจนเช่นกัน แต่ที่แน่นอนสถานการณ์น้ำมันยังปั่นป่วนตลอดเวลา พุ่งขึ้นเรื่อยๆ จนคนเริ่มชาชิน หากวันไหนน้ำมันลดราคา วันนั้นคือวันที่น่าประหลาดใจกว่า ในขณะเดียวกันได้มีกลุ่มบุคคลพยายามจะคิดค้นพลังงานทดแทน เช่นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ หรือใช้พลังงานอื่นที่ลดต้นทุนลงมา เช่น ไบโอดีเซล เอธานอล แต่สิ่งทั้งหลายเหล่านั้นล้วนต้องใช้วัตถุดิบในการแปรรูป เช่น เอธานอล ผลิตมาจากพืชพวกมันสำปะหลัง ซึ่งปลูกมากทางภาคตะวันออกและภาคอีสาน และปัจจุบันพื้นที่ที่ปลูกเริ่มลดลงเพราะเกษตรกรเริ่มหันมาปลูกยางมากกว่า ส่วนไบโอดีเซล ขณะนี้ยังใช้วัตถุดิบเหลือใช้ เช่น น้ำมันเหลือใช้ หรือน้ำมันที่ผ่านการใช้แล้วมาทำและใช้น้ำมันปาล์มมาทำ รวมถึงพืชตัวอื่น เช่น สบู่ดำ น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น ดังนั้นมีพืชหลายๆ ตัวที่สามารถเปลี่ยนมาแปรรูปเป็นพลังงานทดแทนน้ำมันจากบ่อน้ำมันธรรมชาติได้ แต่ติดอยู่กับวัตถุดิบไม่พอ หรือมีแต่ต้นทุนกระบวนการผลิตยุ่งยากหลายขั้นตอน ผมยกตัวอย่างเช่นจะใช้น้ำมันปาล์ม ซึ่งขณะนี้การบริโภคภายในประเทศในการนำมาปรุงอาหารยังแทบไม่ค่อยพอ เพราะภาวะขาดแคลนน้ำมันถั่วเหลืองด้วย สำหรับราคาปาล์มดิบที่จะนำมาแปรรูปแม้จะดูสูงกว่าเดิมพอประมาณ ราคาที่ผมทราบขณะเขียนต้นฉบับอยู่ระหว่าง 5.50 6 บาทกว่าๆ แต่ในขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตก็สูงมากเพราะราคาปุ๋ยขึ้นตามราคาน้ำมันมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ค่าแรงตัดปาล์มก็เพิ่มขึ้น เจอภาวะอากาศที่แปรปรวน ทำให้มีผลต่อผลผลิต ภาวะโลกร้อนมีผลต่อการออกผลของปาล์ม และภาวะขาดน้ำ ซึ่งต้นปาล์มต้องการน้ำในดินสูงมาก เท่าที่ผมทราบประมาณ 200 ลิตรต่อต้นต่อวัน นับว่ามหาศาล นโยบายของทางภาครัฐเองก็ไม่ชัดเจนว่าจะส่งเสริมอย่างไร ยิ่งมาเจอภาวะข้าวราคาแพง โครงการที่เคยสนับสนุนให้ปลูกปาล์มที่นาร้างก็มีผลกระทบ บางคนเริ่มลังเลจะหันกลับไปปลูกข้าว ดำนา หรือจะหันมาทำสวนปาล์มดี สมมติว่าตัดสินใจว่าปลูกปาล์ม มีคำถามตามมาจะหาพันธุ์ปาล์มดีๆที่ไหน จะอาศัยของที่ทางรัฐจะแจกฟรีก็จงเมินเสียเถอะ เพราะไม่แน่ใจว่าจะได้พันธุ์มาอย่างไร เรื่องมากก็ไม่ได้ และการทำสวนปาล์มควรจะทำสวนจำนวนเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมและสามารถบริหารจัดการได้คุ้มทุน ซึ่งไม่เหมือนกับบรรดาเถ้าแก่ทั้งหลายที่เขาทำกันเป็นพันเป็นหมื่นไร่ วิชาการที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จหาได้จากไหน คงจะตอบลำบากว่าหาจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่ปัจจุบันผมเห็นได้รับจากร้านค้าปุ๋ยมากกว่าหน่วยงานใดๆ ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่ตัวอย่างเริ่มต้น ทั้งๆ ที่สามารถทำให้เกิดน้ำมันจากพืชเกษตรได้มากมาย แต่ก็ขาดวิชาการด้านต่างๆ ปัจจัยสนับสนุน วัตถุดิบ ความต่อเนื่อง การตัดสินใจ นโยบายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเพียงแค่วิมานภาพฝันที่บอกต่อเกษตรกรว่านี่แหล่ะเป็นพืชทดแทนที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นพลังงานทดแทนได้ เป็นน้ำมันบนดินที่มีอนาคต แต่จนแล้วจนรอดเราช้ามาตั้งหลายปีความกระจ่างด้านต่างๆ ที่พูดมาจนเปรียบเทียบกับอายุคนได้ว่าพูดตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว ก็ยังสร้างภาพฝันนั้นให้เป็นจริงไม่ได้ ได้แค่เก็บเศษเก็บเลยของประเทศอื่นเขามาเล่าต่อกันฟัง |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||