พิมพ์หน้านี้
|
ศูนย์เด็กเล็กฯวัดโคกยาง แรงกายจากพระนักพัฒนา รายงานพิเศษ โดย... กิตติกร กิตติวงศ์พาณิช ตอนนั้น... อาตมาออกบิณฑบาต เห็นชาวบ้านที่ออกไปกรีดยาง มีลูกหลานตัวเล็กๆ เดินตามหลังไปตามสวนยางด้วยเพราะไม่รู้จะฝากกับใคร เช้าก็เช้า ยุงก็เยอะ เด็กๆ ก็ร้องลั่นสวนยาง พ่อแม่ก็ไม่ต้องเป็นทำอะไรกัน พระครูสังวรธรรมโชติ เจ้าอาวาสวัดโคกยาง ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง บอกเล่าภาพความทรงจำเกือบ 10 ปีก่อนให้ฟัง ก่อนภาพเหล่านั้นจะกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ของการผลักดัน ศูนย์เด็กเล็ก ขึ้นใน ต.ควนธานี ด้วยน้ำพักน้ำแรงของพระที่วัดโคกยางแห่งนี้ ย้อนหลังไปเมื่อปี 2542 ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพทำสวนยางพารา เกือบทั้งหมดต้องออกไปกรีดยางเลี้ยงปากท้อง จึงต้องหอบหิ้วลูกหลานออกไปทำงานด้วย เนื่องจากในพื้นที่บ้านโคกยาง ไม่มีศูนย์เด็กเล็ก อีกทั้งพื้นที่บ้านโคกยางเป็นรอยต่อระหว่าง 3 อำเภอ คือ อ.กันตัง อ.สิเกา และ อ.เมือง หากครอบครัวใดที่มีฐานะ ก็ลงทุนเดินทางไกลเข้าตัวอำเภอเพื่อแก้ปัญหานี้ แต่จุดเริ่มต้นเล็กๆ จากพระวัดโคกยาง กลับกลายเป็นศูนย์รวมอันยิ่งใหญ่หลังศูนย์เด็กเล็กที่ค่อยๆ เติบโต และเข้มแข็งขึ้นด้วยแรงกายแรงใจของพระที่นี่ ปี 43 เราเปิดศูนย์ฯทันที ตอนนั้นบอกเลยว่าไม่มีเงินทุน คิดเพียงว่าวัด ชาวบ้านเป็นผู้สร้าง โบราณวัดก็ยังเป็นได้ทั้งที่พึ่ง ทั้งโรงพยาบาล และโรงเรียน เรามีทุนเพียงแค่ศาลาการเปรียญรองรับเด็ก 30-40 คน, มีครูอาสาด้วยใจเพียง 2 คน แต่พอสิ้นเดือนเราก็ต้องช่วยครู อาตมาจึงต้องนำเงินที่ได้จากรับกิจนิมนต์ของสงฆ์ที่นี่ รวบรวมไว้เงินช่วยครูคนละ 1,500 บาท และเราก็เอาปัจจัยจากกิจนิมนต์ เพื่อให้ศูนย์ฯเดินหน้าต่อมานานหลายปี พระครูสังวรธรรมโชติ ในฐานะประธานศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ กล่าว เมื่อชาวบ้านเห็นความตั้งใจ ไม่นานเงิน และสิ่งของบริจาคจากญาติโยมเริ่มหลั่งไหลเข้ามาให้เห็น แม้จะเป็นตัวเงินที่ไม่มากแต่ถือเป็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของคนในชุมชนบ้านโคกยาง ที่ทำให้ศูนย์เด็กเล็กที่นี่อยู่รอดและเติบโตมาตลอด 5 ปี ก่อนปี 2547 ส.ส.ตรัง สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล จะเข้ามาช่วยประสานงบจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น จนทำให้ศูนย์เด็กเล็กวัดโคกยาง เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีห้องเรียนรองรับเด็กเล็กได้กว่า 200 ชีวิต และกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมอีก 1 หลัง โยมบางคนฐานะยากจน ไม่มีเงิน เอาไอ้ตัวนุ้ยมาฝาก เป็นโยมก็ต้องรับไว้ บางคนลูกมายังไม่ถึง 2 ขวบแค่เข้าห้องน้ำได้ วัดก็ต้องรับเป็นธุระให้ทั้งหมด พระที่วัดเองแม้จะมีข้อจำกัด แต่ก็มีหน้าที่สอน และดูแลเด็กๆ นอกเหนือจากครูผู้หญิงด้วย เพราะนี่ถือ 3 ประสาน ระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน ที่จะทำให้ชุมชนเข็มแข็งได้ อย่างน้อยๆ พ่อแม่เด็กที่มาส่งลูกตอนเช้า ก็มีโอกาสเข้าวัดรับฟังข่าวสารที่ดีๆ เข้าวัดฟังเทศน์บ้าง เด็กเองก็ได้ใกล้ชิดศาสนามากยิ่งขึ้น แม้จะผ่านอุปสรรคนานกว่า 8 ปี แต่เส้นทางจากนี้ก็ยังไม่ราบรื่น เนื่องจากงบประมาณที่ประสานมาได้ บวกกับงบฯ จาก อบต. และ อบจ.ตรัง ถูกวางไว้เพื่อการสร้างตัวอาคารเรียนแห่งใหม่เท่านั้น ขณะที่งบอุดหนุนอาหารกลางวัน ที่รัฐจัดสรรให้แก่ศูนย์เด็กเล็กกลับไม่เพียงพอ และกำลังจะเป็นปัญหาใหม่แก่ศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้ นาย หากไม่เกิน 120 คน รัฐจะอุดหนุนเงินค่าอาหารกลางวันๆ ละ 10 บาทเฉพาะช่วงเวลาเรียนเท่านั้น ถ้าเกิน 120 คน จะอุดหนุแค่ 6 บาท แล้วยิ่งเด็กเล็กของวัดโคกยางส่วนหนึ่งอยู่นอกเกณฑ์การช่วยเหลือเพราะอายุไม่ถึง 3 ปีด้วย ตอนนี้อยู่ระหว่างหารือว่าน่าจะมีการปรับใหม่ให้เหมือน กทม.จาก 10 เป็น 15 บาท เด็กที่ต่ำกว่า 3 ปีก็ต้องได้รับการอุดหนุนอย่างเท่าเทียม มิฉะนั้นแต่ละศูนย์ฯทั่วประเทศจะอยู่ไม่ได้ ยิ่งเจอกับสภาพเศรษฐกิจขณะนี้ด้วย ส.ส.ตรัง กล่าว หนึ่งในผู้ปกครองอย่างนาย จะเห็นได้ชัดว่า ศูนย์เด็กเล็กวัดโคกยาง ถือเป็นต้นแบบ 3 ประสานที่วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนและเชื่อมประสานระหว่างบ้าน และโรงเรียนเข้าด้วยกัน และยังถือเป็นสถานที่ที่เด็กๆ เหล่านี้จะใช้เป็นแหล่งเพาะต้นกล้าให้เติบใหญ่อย่างมีคุณภาพ ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนาที่มักเวียนว่ายอยู่กับสังคมไทยมาช้านาน อนาคตหากทุกฝ่ายไม่ทอดทิ้ง เราอาจได้เห็นแหล่งบ่มเพาะแห่งนี้ เติบโตเป็น โรงเรียนเพื่อการกุศล อย่างที่เจ้าอาวาสวัดโคกยางคาดหวังไว้ก็เป็นได้ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||