พิมพ์หน้านี้
|
คอลัมน์ เลตรัง พระอภัยมณี... ฮิ มากกกกก.... กำนันพรศักดิ์-คุณอุษา เกลี้ยงช่วย ระยอง...ฮิสั้น จันท์...ฮิยาว ตราด...ฮิใหญ่ ผมไปเที่ยวจังหวัดระยองมาครับ คนแถวนั้นเค้าพูดลงท้ายด้วยคำว่า...ฮิ ไอ้ที่สั้น ที่ยาวนั้น หมายถึงน้ำหนักเสียงครับ พอผมไปถึงอำเภอแกลง บ้านเกิดสุนทรภู่ ผมก็ได้ยินชาวบ้านเค้าพูดกันว่า ปี่พระอภัยหายไปแล้วฮิ... ส่วนผมก็พูดว่า... ผมเสียดายปี่จังเลยฮิ... เดชะบุญ ด้วยแรงอธิษฐาน บนบานศาลกล่าว... ปี่ที่หายไปก็ได้กลับคืนมา... ต้อยตะริดติดตี่ เจ้าพี่เอย จะละเลยเร่ร่อนไปนอนไหน แอ่อี้อ้อยสร้อยฟ้าสุมาลัย แม้เด็ดได้แล้วไม่ร้างให้ห่างเลย เสียงปี่ของพระอภัย ที่ท่านสุนทรภู่บรรจงแต่งขึ้นเป็นบทกลอนอย่างไพเราะเพราะพริ้งจับใจนั้น ก็กลับคืนมาสู่วรรณกรรมอมตะ เรื่องพระอภัยมณี ...แต่ปางหลังยังมีกรุงกษัตริย์ มีโอรสสององค์ล้วนทรงลักษณ์ ประไพพักตร์เพียงเทพเลขา ชื่ออภัยมณีเป็นพี่ยา... องค์นี้แหละครับที่ไปเรียนวิชาปี่ จากสำนักทิศาปาโมกข์ เป่าปี่ได้ไพเราะแพรวพราว จนพระอาจารย์ประสาทวิชาให้ใช้เพลงปี่ เป็นอาวุธสยบข้าศึก ...ถ้าแม้นว่าข้าศึกมาจรจบ จะรบรับสารพัดให้ขัดสน เอาปี่เป่าเล้าโลมน้ำใจคน ด้วยเล่ห์กลโลกาห้าประการ คือรูปรสกลิ่นเสียงเคียงสัมผัส เกิดกำหนัดล่มล้าในสงสาร ให้ใจอ่อนนอนหลับถึงวายปราณ จึงคิดอ่านเอาชัยเหมือนใจจง ที่เป็นเรื่องชิงรักหักสวาท ก็เพราะบรรเลงเพลงปี่ให้ 3 พราหมณ์ฟังว่า... ...อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์ ถึงมนุษย์ครุฑาเทวราช จตุบาทกลางป่าพนาสิณฑ์ เสียงปี่เราเป่าไปให้ได้ยิน ก็สุดสิ้นโมโหที่โกรธา ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญา จงนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟัง เป็นเรื่องเลยครับทีนี้ เสียงปี่ได้ยินไปถึงนางยักษ์ที่อยู่ใต้บาดาล ถึงกับหลงรัก พาตัวไปอยู่ในถ้ำ แล้วแปลงร่างเป็นสาวสวยสะกดพระอภัยด้วยมายาหญิง... แล้วแกล้งทำสำออยพูดอ้อยอิ่ง เข้าแอบอิงเอนทับลงกับตัก ยิ่งถอยหนียิ่งตามด้วยความรัก ยิ่งพลิกผลักยิ่งแอบแนบอุรา เห็นไหมครับ... ผู้หญิง ตามใจตัวเองจะตายไป เวลาจะเอาอะไรต้องเอาให้ได้ ขัดใจได้ซะที่ไหนล่ะครับ พระอภัยก็ต้องเลยตามเลย... เกิดกุลาคว้าว่าวเป้าปักติด กระแซะชิดขากบกระทบเหนียง กุลาส่ายย้ายหนีตีแก้เอียง ปักเป้าเหวี่ยงยักแผละกระแซะชิด กุลาโคลงไม้สู้กระพร่องกระแพร่ง ปักเป้าแทงแต่ละทีไม่มีผิด จะแก้ไขก็ไม่หลุดสุดความคิด ประกบติดตกผางลงกลางดิน ตกล่องปล่องชิ้นอยู่กินกันสามีภรรยา มีลูกชื่อสินสมุทร นางเงือกก็พาหนีนางยักษ์ไปเกาะแก้วพิสดาร แล้วนางยักษ์ก็ระทมตรมใจตายไปเพราะความรักกับเสียงปี่... แล้วทรงเป่าปี่แก้วให้แจ้วเสียง สอดสำเนียงนิ้วเอกวิเวกหวาน พวกโยคีผีสางทั้งนางมาร ให้เสียวซ่านซับซาบวาบหัวใจ แต่เพลินฟังนั่งโยกจนโงกหงบ ลงหมอบซุกซอนซบสลบไสล พอเสียงปี่ที่แหบหายลงไป ก็ขาดใจยักษ์ร้ายวายชีวา... อยู่กันฉันท์สามีภรรยากับเงือกสาว มีลูก ชื่อ สุดสาคร... นางละเวงวัณฬาลอยมาติดเกาะ ก็หลงรักเพลงปี่พระอภัย... ฉุยฉายชื่นรื่นรวยระทวยทอด จะกล่อมกอดกว่าจะหลับกับเขนย หนาวน้ำค้างพร่างพรมลมรำเพย ใครจะเชยโฉมน้องประคองนวล เสนาะดังวังเวงเป็นเพลงพรอด เสียงฉอดฉอดชดช้อยระห้อยหวล วิเวกแว่วแจ้วในใจรัญจวน เป็นความชวนประโลมโฉมวัณฬา... ผมชอบปี่พระอภัยจังเลย อยากจะเอามาเป่า กล่อมให้นายกฯ กล่อมคณะ รมต.ทั้งหลายให้เคลิบเคลิ้มหลับใหลไม่ต้องตื่นขึ้นมาเลย จะได้ไม่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ยุ่งวุ่นวาย และผมก็อยากจะไปขโมยรัฐธรรมนูญบนพานที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่ถนนราชดำเนินเหลือเกิน จะได้ไม่มีรัฐธรรมนูญให้แก้ไข ถ้าเป็นได้ นายกฯ และ รมต.ทั้งหลายก็ต้องอกแตกตายแน่นอน... อิ อิ อิ ป.ล. ท่าน บ.ก.ฅนตรังของผมครับ จะแก้ไขอะไรก็แก้ไขเถอะครับ เดี๋ยวจะขาดคุณสมบัติ ถูกตัดสิทธิ์ความเป็นโสดตลอดชาติ อยู่คนเดียวตลอดไปนั่น... อิ อิ อิ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||