พิมพ์หน้านี้
|
ความซับซ้อนบนคาบสมุทรมาลายู (ตอนที่ 27): รัฐสุลต่านของมาเลเซียในอดีต-ปัจจุบัน ดร. การต่อต้านอำนาจรัฐด้วยการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในมาเลเซียได้สร้างผลลัพธ์ในทางบวกต่อขบวนการเคลื่อนไหวของชาวมาลายาเพื่อเรียกร้องความเป็นเอกราชจากการปกครองของอังกฤษ โดยในปี ค.ศ.1957 สมาพันธ์แห่งมาลายาก็ได้รับอิสรภาพและเป็นรัฐหนึ่งในกลุ่มประชาชาติแห่งความผาสุกร่วม ที่เรียกว่า หลังจากนั้นมาเลเซียก็ได้รับการรับรองเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศ คือ ตวนกู อับดุล เราะห์มาน ซึ่งเป็นผู้นำคนสำคัญของพรรคพันธมิตร ซึ่งเป็นพรรคที่รวมตัวกันหลวมๆ ระหว่างพรรคต่างๆ ที่เป็นตัวแทนชนชาวมาเลย์, ชาวจีน, และชาวอินเดียที่เป็นกลุ่มเชื้อชาติหลักที่ประกอบขึ้นเป็นประเทศนี้ มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญเป็นครั้งแรกของประเทศ โดยเนื้อหารัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นยังคงให้หลักประกันด้านการมีสิทธิพิเศษของชนชาวมาเลย์มากกว่าชนชาติอื่นๆ อยู่ แม้จะให้สิทธิความเป็นพลเมืองของชนชาติที่ไม่ใช่ชาวมาเลย์เพิ่มมากขึ้น ปี ค.ศ.1963 สิงคโปร์, ซาร์บาห์ และซาราวัค ได้ถูกผนวกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาพันธ์ ซึ่งเรียกตัวเองมาจนถึงปัจจุบันว่า สมาพันธ์แห่งมาเลเซีย ซึ่งการรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับมาเลเซียครั้งนี้ ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นดินแดนเพียงส่วนเดียวที่ชนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่เป็นชาวจีน ขณะที่ดินแดนอีกสองส่วนที่รวมเข้ามามีชนชาติมาเลย์เป็นชนชาติส่วนใหญ่ นอกจากนั้น บรูไน ( ในปี ค.ศ.1967 มาเลเซียก็ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำในการก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ASEAN ซึ่งเป็นการรวมตั้งเพื่อความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ, สังคม, วัฒนธรรม และการสร้างความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามภายหลังการก่อตั้งขึ้นเป็นรัฐใหม่ เส้นทางของประเทศมาเลเซียก็หาได้ประสบความสำเร็จอย่างเร็ววันไม่ กล่าวคือ ไม่นานภายหลังการก่อตั้งประเทศ มาเลเซียก็เริ่มมีปัญหาข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน คือ อินโดนีเซีย ซึ่งประณามประเทศใหม่นี้ว่าเป็นรัฐตัวแทนอำนาจเก่าของเครือจักรภพที่จะมีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ต่อไป โดยในปี ค.ศ. 1963 ซูการ์โนนำอินโดนีเซีย อยู่ฝ่ายไม่เห็นด้วยกับ สหพันธ์มาเลเซีย ที่จะก่อตั้งเป็นประเทศขึ้นใหม่ ด้วยการสนับสนุนกำลังติดอาวุธเข้าสู่ดินแดนมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียว นำมาซึ่งความขัดแย้งและเป็นสงครามการเผชิญหน้าระหว่างอินโดนีเซียกับมาเลเซียเป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งในการทำสงครามครั้งนี้มาเลเซียได้รับความช่วยเหลือในการทำสงครามจากสหราชอาณาจักรและจากบรรดาประเทศในกลุ่ม Commonwealth สงครามดำเนินไปจนกระทั่งประธานาธิบดีซูการ์โนของอินโดนีเซียตกจากอำนาจ สงครามสิ้นสุดลง แต่ข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับเพื่อนบ้านยังคงเกิดขึ้น ครั้งหลังนี้เป็นความขัดแย้งกับฟิลิปปินส์ที่อ้างความเป็นเจ้าของดินแดนซาบาห์ ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่ไม่มีความรุนแรง หากไม่สามารถหาข้อยุติได้และยืดเยื้อต่อเนื่องมาจนถึงปี ค.ศ.1978 ดินแดนซาบาห์ก็อยู่ภายใต้การครอบครองของมาเลเซียจนปัจจุบัน นอกจากนั้น การที่สิงคโปร์ได้รวมมาเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซียก็มิใช่จะทำให้การบริหารประเทศใหม่นี้เป็นไปอย่างราบรื่นและสร้างความพึงพอใจให้แก่ทุกๆ ฝ่ายได้ ความขัดแย้งและความไม่ลงรอยกันระหว่างผู้นำมาเลย์และผู้นำของสิงคโปร์ คือ ลีกวนยู ผู้ซึ่งพยายามผลักดันให้มีการทบทวนและยกระดับฐานะความเท่าเทียมในฐานะความเป็นพลเมืองในประเทศเดียวกันของชนชาวจีนให้เท่าเทียมกับชนชาวมาเลย์ ความพยายามดังกล่าวไม่เป็นผล ทำให้สิงคโปร์ประกาศแยกตัวจากมาเลเซีย และตั้งเป็นประเทศใหม่ในปี ค.ศ.1965 แต่สิ่งนี้ก็ไม่ใช่การยุติซึ่งปัญหาความขัดแย้งในประเทศ เพราะความตึงเครียดในปัญหาชนชาติภายในประเทศระหว่างชาวมาเลย์กับชาวจีนยังคงดำเนินไปต่อเนื่อง และประทุเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งใหญ่ในปี ค.ศ.1969 อันเป็นผลให้มีการประกาศยกเลิกการดำเนินการบริหารประเทศภายใต้ระบบรัฐสภาเป็นระยะเวลา 22 เดือน (โปรดอ่านฉบับหน้า) |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||