พิมพ์หน้านี้
|
บนเส้นทางสายหมอก กับลมหายใจของแรกวา... (ตอน 3) วานิช สุนทรนนท์ นสพ.รักษ์ตรัง 16-30 ก.ย. 51 ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต เส้นทางในช่วงสามแยกที่จะเข้าเขตตัวตลาดของอำเภอละงู รถรา และผู้คนค่อนข้างจะพลุกพล่านมากกว่าหลายๆ ปีก่อนที่เคยมาเยือน ถ้าขับรถตรงไป ผ่านย่านชุมชนแห่งนี้ อีกสักไม่กี่กิโลเมตร จะเป็นท่าเทียบเรือปากบารา สถานที่ที่จะลงเรือไปยังหมู่เกาะต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสตูล ตั้งแต่ เกาะตะรุเตา เกาะหลีเป๊ะ ฯลฯ ไปจนถึงเกาะลังกาวี ของประเทศมาเลเซีย แต่วันเสาร์ของต้นเดือนสิงหาคม ผมขับรถเลี้ยวซ้าย... ผมเหลือบดูนาฬิกาตรงหน้าปัดรถ ปรากฏเลข 11.15 น. แล้ว ผมนัดกับน้องสาวคนหนึ่งที่เมืองสตูลไว้ประมาณเที่ยงตรง ระยะทางที่เหลืออีกหลายสิบกิโลฯ ทำได้อย่างเดียวคือ เหยียบคันเร่งให้ลึกลงไปอีกสักหน่อย โชคดีที่ถนนช่วงนั้นมีการพัฒนาดีขึ้นกว่าเก่ามาก และพอเข้าเขตอำเภอท่าแพ ถนนก็ขยายเป็นชนิดสี่เลนตลอดทาง แม้จะยังไม่มีเกาะกลางถนน แต่ดีพอที่จะทำให้ผมสามารถเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นได้อย่างปลอดภัย จนถึงสามแยกบ้านฉลุง ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปหาดใหญ่ แต่ผมเลี้ยวขวา เข้าเมืองสตูล พูดถึงฉลุง จำได้ว่า หลายปีก่อนนี้ ผมเคยแวะเป็นประจำ เหตุผลหนึ่งก็เพื่อหยุดพักรถ พักคน อีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อแวะมาซื้อ มาชิม จำปาดะ ผลไม้คล้ายขนุนที่ผมชอบเอามากๆ จำปาดะ ที่นี่ เม็ดใหญ่ หวาน อร่อย แต่อีกนั่นแหละ พอวันเวลาของชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น จะกินอะไรที่หวานๆ ก็ต้องระมัดระวัง ก่อนเที่ยงวันนั้น ผมจึงแทบจะลืม และไม่ได้หันไปมองหาผลไม้ชนิดนี้เลย... คงจะมากกว่าสิบปี ที่ผมไม่ได้ย่างเหยียบเข้ามายังเมืองสตูลเลย ก่อนนี้ พอออกจากฉลุง ถนนค่อนข้างจะเปลี่ยว นานๆ จะมีรถสวนมาสักคัน ไม่ต้องพูดถึงอาคารบ้านเรือนที่มีก็ห่างๆ แต่วันนั้น แทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างบ้านและเมืองแห่งนี้อีก บนถนนสี่เลนพลุกพล่านไปด้วยรถ สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์ ท้องทุ่งนาที่เคยเห็น ก็สาบสูญ... ถ้าโรงแรมวังใหม่ยังไม่ย้ายไปไหน พี่คิดว่า น่าจะไปถูก ผมบอกน้องสาว ที่เพิ่งจะรู้จักกันตอนร่วมเดินทางไปกับโครงการโรดโชว์การท่องเที่ยวของตรังและสตูล เมื่อต้นเดือนกรกฎาฯ เมื่อเธอถามถึงด้วยความกังวล พี่ไม่ได้มาสตูลหลายปี จะหากันเจอเหรอ... เที่ยงวันนั้น ผมถึงที่นัดหมายช้าไปสัก 10 นาที เราไปกินข้าวกันที่ร้านธาม (Time) ตรงใกล้ๆ กับโรงแรมวังใหม่ ที่เดี๋ยวนี้เชนของบริษัทอะไรสักอย่างเข้ามาบริหาร จนเปลี่ยนชื่อไปตามนั้น ที่สำคัญแปลกตาคือ เขาเปลี่ยนสีอาคารเป็นสีเหลือง สะดุดตา แต่ไม่สวย... น้องแอ๊ด เขาบอกว่า ร้านธาม เป็นร้านอาหารเก่าแก่ของจังหวัดสตูล เธอเคยเข้ามานั่งกินก๋วยเตี๋ยวราดหน้า และไอศกรีม ครั้งแรกตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่มัธยมฯ ต้น ผมก็เชื่ออย่างนั้น จากลักษณะของตัวร้าน แม้จะตกแต่งใหม่ให้ทันสมัยอย่างไร แต่ร่องรอยของความขลังยังพอมีให้เห็น... ที่น่าสะดุดตา คือ ชื่อร้าน ที่เขียนว่า ธาม แทนการเขียน ไทม์ อย่างปัจจุบันนี้ อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ เป็น หัวปลาต้มจืด เขานำหัวปลาที่มีเนื้อติดอยู่มาต้มกับเผือก ผมบอกส่วนผสมไม่ถูกหรอก แต่รวมๆ แล้ว อร่อยดีครับ เสียสักอย่างก็เป็นเรื่องของการให้บริการ ที่เด็กๆ ภายในร้านมีจำนวนน้อย และเป็นจำนวนน้อยที่ให้ความสนใจต่อลูกค้าน้อยตามไปด้วย ผมถามถึง พี่ๆ น้องๆ ที่เคยไปโรดโชว์ด้วยกันคนอื่นๆ น้องแอ๊ด บอกว่า อยู่กระจัดกระจายกันไปทั้งในเมือง และที่ท่าเรือปากบาราก็หลายคน ที่ทุ่งหว้ายังมีเลย หลังกินข้าวกันเสร็จ ผมขอตัวเดินทางต่อ แต่ก่อนจะออกจากเมือง พยายามจะเวียนหาอาจารย์ ใครๆ ก็รู้ว่า พอกินข้าวอิ่ม หนังตาก็หย่อน น่านอนหลับเสียสักตื่น แต่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ แม้จะไม่มีความจำเป็นอะไรเร่งด่วนนัก เพราะงานประชุมที่เป็นเป้าหมายหลักในหาดใหญ่ ก็จะเริ่มวันพรุ่งนี้เช้า แต่เมื่อไม่มีที่จะนอนสักตื่น ผมก็ต้องฝืนขับรถต่อไป... (ตอนหน้า ผมจะขับรถไปถึงหาดใหญ่ท่ามกลางฝนที่ลงหนักตลอดทาง แต่ขอแวะทวนความหลังแสนหวานตรง เขาสอยดาว สักแป๊บหนึ่งเถอะ...) |
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||