พิมพ์หน้านี้
|
บนเส้นทางสายหมอก กับลมหายใจของแรกวา... (ตอน 4-จบ) วานิช สุนทรนนท์ นสพ.รักษ์ตรัง 1-15 ต.ค. 51 ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต หลายครั้ง ตอนที่ยังต้องขับรถคันเก่าคร่ำ ผมมีความคิดฝันที่จะไปโน่นไปนี่ อย่างเช่น ไปเยี่ยมเพื่อนๆ ต่างจังหวัดที่ไม่ได้พบหน้าเห็นตากันเสียนาน ไปเที่ยวไกลๆ ไปเสียให้พ้นๆ จากบ้านที่แสนจะจำเจๆ เสียบ้าง ที่สำคัญ... พอหันมาทำหนังสือพิมพ์เป็นของตัวเองแบบเต็มตัว แม้จะไม่หนักหนาถึงกับต้องสาหัส แต่บางที บางวันก็มีอาการที่พาลจะเครียดเอาง่ายๆ ได้เหมือนกัน ความคิด ความฝันก็พลันบรรเจิดขึ้นมาอีกนิด นั่นคือ เมื่อปิดต้นฉบับเสร็จทีหนึ่ง ผมน่าจะขับรถไปไหนต่อไหนเสียสักครั้ง เพื่อเปลี่ยนแปลงบรรยากาศ และเพื่อหาที่เขียนหนังสือ... ประการหลังนี่ตั้งความเสียสวยหรู ทำนองว่า ขาไปนำหนังสือติดตัวไป (อ่าน) สักเล่มหรือสองเล่ม ส่วนขากลับจะกลับมาพร้อมกับหนังสือที่มากกว่า อย่างน้อยก็สักหนึ่งเล่ม ที่เป็นงานเขียนของตัวเอง บางที หรือหลายๆ ทีก็ตามเถอะ ความฝันก็ยังอยู่ในซีกส่วนของความฝัน เพราะทันทีที่มีเรี่ยวแรงเปลี่ยนมาเป็นรถคันใหม่ที่ปราดเปรียวกว่า ราคาน้ำมันก็ถาโถมโจมตีความตั้งใจเสียจนย่อยยับ ส่วนอีกเหตุผลที่ต้องซ่อนแอบไว้ลึกๆ ก็คือ การเดินทางไกล ไปไหนคนเดียวบ่อยๆ มันไม่สนุกหรอก และการจะหาคนรู้ใจสักคน คอยเป็นเพื่อนร่วมทางในวัยครึ่งร้อย มันง่ายเสียเมื่อไหร่ล่ะ... เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจึงแทบไม่ค่อยจะได้เดินทางไปไหนจริงๆ เสียทีไง... เมื่อรู้ว่า เครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคใต้ ที่ผมเป็นสมาชิก และเป็นกรรมการฝ่ายวิชาการอยู่ด้วย มีนัดประชุมประจำเดือนในวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม และพอจะมีงบประมาณเป็นค่าห้องพักที่หาดใหญ่ให้ได้ ผมจึงรีบแจ้นออกจากบ้านตั้งแต่ก่อนเที่ยงของวันเสาร์ที่ 2 ทันที... บ่ายวันนั้น ผมขับรถคันเล็กกะทัดรัดสีดำ รุ่นที่เพื่อนมันแกล้งเรียกผวนให้ได้ยินว่า ริษยา ออกจากสตูล มุ่งหน้าไปสู่ทิศทางที่อีก 80-90 กิโลเมตรก็จะเข้าเมืองหาดใหญ่แล้ว แต่... พอขับไปได้สักแค่ครึ่งชั่วโมง ความง่วงก็เริ่มเข้ามาเยือนอย่างฉับพลัน จำได้ว่า กว่าจะถึงหาดใหญ่ ผมหาวทิ้งไปไม่ต่ำกว่าร้อยครั้ง แต่เป็นความรู้สึกดีๆ ว่า ตลอดเส้นทางช่วงนั้น เป็นถนนสี่เลนทั้งหมด แม้จะง่วง แต่รถน้อย ก็พอทนได้ ก่อนจะถึงอำเภอรัตภูมิสักกี่กิโลฯ ผมจำไม่ได้ ด้านขวามือ ภูเขาทรงจอมปลวกสูงใหญ่ยังตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิม พลันที่มองเห็น ความหลังครั้งยังมีใครบางคนอยู่ด้วยใหม่ๆ ก็แล่นแทรกวันเวลากลับมาสู่ความทรงจำ ให้รู้สึกได้... วันนั้น เรา... หมายถึง เธอ... อีกคนหนึ่ง กับผม กำลังขับรถเข้าหาดใหญ่ พอเห็นภูเขารูปร่างแปลกตาแห่งนี้ ผมก็รีบเบี่ยงรถแอบเข้าข้างทางที่มีดอกหญ้าสีเหลืองก้านยาวๆ ขึ้นอยู่เต็มไปหมด เราผลัดกันถ่ายรูปที่มีภูเขาสวยชื่อ สอยดาว เป็นฉากหลัง เมื่อวันเปลี่ยน เวลาเปลี่ยน คนเราก็ต้อง เติบโต ขึ้น... บ่ายวันเสาร์ที่ฝนโปรยทาง ผมหันไปมอง เขาสอยดาว เพียงแวบเดียว ก่อนจะเร่งความเร็วให้รีบผ่าน ใช่... วินาทีนั้น ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับน้องนุ่งบางคนที่เคยพูดถึงบางเรื่องราวที่คล้ายๆ กันนี้ว่า บางคนจากไปให้ได้คิดถึงสิ่งดีงาม แต่บางคนจากไปให้คิดถึงสิ่งเลวทราม และบางคนก็ได้พิสูจน์ให้ได้เห็นเช่นนั้นแล้ว... แม้จะยังไม่ลืม แต่ก็ไม่มีค่าอะไรหลงเหลือให้ควรจดจำ... พอถึงสามแยกรัตภูมิ ผมตัดสินใจขับเข้าหาดใหญ่บนถนนสายเก่าที่ไม่ใช่สี่เลน อย่างน้อยๆ รถก็ไม่มากพอที่จะเป็นอันตรายกับคนที่กำลังหาวนอนได้ อีกอย่าง ถนนสายนี้ ผมเคยผ่านมาครั้งแล้ว ครั้งเล่า ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กๆ ที่ยังไปไหน มาไหน กับพ่อและแม่เมื่อหลายสิบปีก่อนโน้น... ใครจะรู้ บางที... ได้ขับรถย้อนรอยรำลึกนึกถึงความจำหนหลังครั้งยังตัวเล็กๆ สารบางอย่างก็แล่นพล่านให้พลันสุขได้... บนเส้นทางอันโดดเดี่ยวร่วม 200 กิโลเมตรวันนี้ ก็เช่นกัน...
|
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||