พิมพ์หน้านี้
|
ครั้งหนึ่ง ที่ฉันก้าว... กระโดด... สู่เมืองจิงโจ้ ตอนที่ 26 โดย... เด็กปั้นฝัน นร.ชั้น ม.6 ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัยตรัง
เย้... วันไปเที่ยวมาถึงเสียที รอตั้งนาน เดวิดมารับฉันเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง เราต้องใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าๆ เกือบสองชั่วโมง ระยะทางประมาณร้อยกิโลเมตร แต่รถจำกัดความเร็วได้เพียงร้อยสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเข้าย่านชุมชนก็จะเหลือประมาณหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งความเร็วในแต่ละรัฐจะแตกต่างออกไปอีกค่ะ เราพูดคุยกันถึงเรื่องศาสนา ตอนแรก เขาคิดว่า ฉันเป็นชาวมุสลิม แต่บอกว่าฉันเป็นชาวพุทธ แต่พอรู้เรื่องศาสนาอิสลามอยู่บ้าง (เล็กน้อยจริงๆ) เพราะฉันเรียนจากวิชาสังคมศึกษานั่นแหละ ที่ลืมไปก็ตั้งเยอะ ยิ่งมาเจอต้องอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ ยากเข้าไปอีก ฉันรู้สึกว่าฉันจะพูดมากเป็นพิเศษเลยวันนี้ เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเรื่องศาสนา เรื่องท่องเที่ยว เรื่องครอบครัว รถวิ่งผ่านไร่เชอรี่ ซึ่งวันนี้มีเชอรี่ราคาพิเศษเสียด้วย เขาซื้อให้ฉันหนึ่งกิโล เราทานกันไปจนถึงเมืองเมาท์แกมเบียร์ เขาไปส่งฉัน ณ จุดนัดพบ แล้วจากนั้นเขาก็ไปทำธุระของเขาต่อ เพื่อนๆ นักเรียนแลกเปลี่ยนด้วยกัน มากันเกือบครบทุกคนแล้ว หวังว่าฉันคงไม่ใช่คนสุดท้ายนะ เพื่อนๆ ทานเชอรี่ อร่อย กร๊อบ... กรอบ ฉันยื่นเชอรี่ให้เพื่อนทาน แมกซ์ซึ่งเป็นคนที่ไปรับฉันเมื่อฉันมาถึงครั้งแรกบอกว่า ฉันกับหยก จะได้อยู่ห้องเดียวกันที่บ้านเขา (ฉันรู้ก่อนที่เขาจะบอกอีก หยกไปสืบมา) เราเดินไปขึ้นรถของแมกซ์ มีหนุ่มฟินแลนด์กับหนุ่มมะกันไปด้วย พอขึ้นรถปั๊บ แมกซ์กลับบอก บางทีปอกับหยกอาจะต้องไปอยู่กับลีอะนาซึ่งบ้านเขามีลูกสาว หยกว่า เราอยู่ห้องเดียวกันทั้งสี่คนไม่ได้เหรอคะ ไม่ต้องฟังคำตอบก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้ ถามทำไมนะ ไม่มีคำตอบจากแมกซ์ แมกซ์บอกว่าให้ลีอะนามาเลือกเองว่าจะรับสองหนุ่มหรือสองสาวไปอยู่ด้วย แต่เราทั้งหมดต้องขนสัมภาระออกมาจากรถของแมกซ์ แถมยังช่วยขนลังไวน์ซึ่งเขาซื้อจากการไปทำงานต่างเมือง เพล้ง...!! ขวดไวน์แตกกระจายอยู่บนพื้น ฉันอมยิ้มแล้วมองไปยังคนทำลังไวน์ตก ไม่ใช่หนุ่มหรอกค่ะแต่เป็นสาวหยกนั่นเอง แมกซ์บอกว่าไม่เป็นไร ไวน์แค่ขวดละร้อยกว่าเหรียญ สาวหยกอึ้งไปเลย ฉันก็ได้แต่ปลอบว่า แมกซ์ล้อเล่นทั้งที่ความจริงฉันก็ไม่รู้ว่ามันขวดละร้อยเหรียญจริงรึเปล่า แต่ขวดมันเล็กนิดเดียวเอง จากนั้นเราทั้งหมดพร้อมกับเจ้าบัคและบีทูขึ้นรถไปดูทะเลสาบน้ำสีฟ้ากัน ฉันเคยมาดูที่นี่อยู่สองสามรอบแล้ว ส่วนที่น้ำเป็นสีฟ้าเพราะในน้ำมีสารเรืองแสงละลายอยู่ในองค์ประกอบของสสารซึ่งก็ขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือ ตาของเราจะดูดกลืนสีต่างๆ ไว้ยกเว้นสีฟ้า ทำให้ตาของเราเห็นน้ำเป็นสีฟ้าเพราะในน้ำมีผลึกของแคลเซียมคาร์บอเนตอยู่บนผิวน้ำ ในฤดูหนาวน้ำจะเป็นสีเทา เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิน้ำเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น คล้ายสีน้ำนม ในฤดูร้อนจะเป็นสีฟ้าและเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนเป็นสีเทาอีกครั้ง หลังจากที่เรากลับมาจากดูน้ำสีฟ้า อะลีนามารออยู่ที่บ้านของแมกซ์แล้ว อะลีนาบอกว่า ใครจะมาก็ได้ เพราะว่าตอนนี้เขาอยู่บ้านคนเดียว ลูกสาวไม่อยู่ แมกซ์จึงบอกว่าให้หนุ่มไปแล้วกัน เพราะว่าปออยากอยู่ที่นี่ อืม... เหตุผลดีจัง คืนนี้ เรามีข้าวกับแกงไก่ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเขาใช้เครื่องแกงชนิดไหนสีเหลืองสด ทานกับเครื่องเคียง มีกล้วยหอม ลูกเกด มะพร้าว และซอสรสชาติเปรี้ยวๆ ตอนแรกที่ฉันคิด คงไม่ปรุงใส่เครื่องเคียงอะไร เพราะฉันไม่คุ้นเคยว่ามันจะเป็นอาหารคาว แต่คำแรกที่ฉันทาน มันค่อนข้างจะไร้รสชาติ ฉันจึงใส่ซอสให้มันมีรสชาติเปรี้ยวหน่อยๆ จากนั้น เราก็ไปช็อปปิ้งกัน (ก็ฉันเป็นผู้หญิงนี่นา...) วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีซึ่งร้านค้าจะปิดสามทุ่ม ฉันไม่ได้ซื้ออะไรเพียงแต่ไปเดินดูสินค้ากับทานไอศกรีมเจ้าอร่อย จากนั้นแมกซ์มารับสองสาวไทยกลับบ้าน วันถัดมา เราจะไปนอนค้างคืนที่ชายทะเลกัน แต่สิ่งที่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปกับรถโฟร์วีลด้วย ก็เราจะไปชายทะเล เราขับผ่านวินด์ฟาร์มซึ่งมีกังหันขนาดใหญ่พัดเพื่อเอาไปใช้ผลิตพลังงานกระแสไฟฟ้า ที่นี่ลมแรงมากๆ ค่ะ อาหารเที่ยงสำหรับวันแรกเป็นขนมปังแซนด์วิช จากนั้นเราเดินทางต่อเข้าสู่วนอุทยานแห่งชาติ ทุกครั้งที่มาต้องปล่อยลมยางรถออกค่ะ เพื่อให้ยางอ่อนลง เราต้องขับรถไปบนทราย ไม่ค่อยแตกต่างกับทะเลทรายเท่าไรเลย มองไปทางนั้นมีแต่ทราย เป็นกิจกรรมที่ท้าทายนักขับรถอยู่ไม่น้อย เราต้องขับรถขึ้นเนินทรายซึ่งหากความเร็วไม่พอ ไม่สามารถขับผ่านไปได้ง่ายๆ เป็นงานที่ท้าทายและสนุกไปในตัวค่ะ พอเราขับผ่านไปได้ ฉันก็พบกับทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกา (ล้อเล่น... ไม่ใช่ค่ะ แต่ก็ใกล้เคียงค่ะ) ฉันเห็นเป็นภูเขาทรายเลย เพื่อนๆ ของฉันหลายคนกำลังพยายามปีนไปนั่งบนสันทราย ฉันทิ้งกล้องถ่ายรูปไว้ในรถกลัวทรายทำกล้องราคาแพงพังซะก่อน โอ๊ย... เหนื่อย!! ฉันเพิ่งจะปีนมาได้ครึ่งเดียวเอง ส่วนเจ๊หยกแกต่ำลงไปกว่าฉันอีก สุดท้ายฉันก็ทำได้สำเร็จ วิวทิวทัศน์รอบๆ สวยมากค่ะ เห็นทะเลอยู่ลิบๆ มองไปอีกด้านก็เห็นสันทรายเล็กๆ สวยมากค่ะ ประทับใจมาก ส่วนอากาศนั้นไม่ร้อนเลยค่ะ ลมพัด เย็นสบาย แดดจ้า (กลัวดำจัง ทั้งๆ ที่ก็ดำอยู่แล้ว) |
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||