พิมพ์หน้านี้
|
คอลัมน์ ศรีตรังเจ้ายังสะพรั่งบาน (คอลัมน์ที่เปิดรับงานจากท่านผู้อ่าน) คุกขี้ไก่ อ. แหลมสิงห์ จ. จันทบุรี โดย... เจ้าหญิงนกตบยุง ในช่วงเดือนมิถุนายนกรกฎาคม 2551 เชื่อว่าชาวไทยทุกคนใจจดใจจ่อกับข่าวการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา และนำมาซึ่งกรณีพิพาทระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนบริเวณรอบพระวิหาร ซึ่งไทยถือว่าเป็นอาณาธิปไตยของไทย ในขณะที่กัมพูชาก็อ้างว่าเป็นของกัมพูชา ในช่วงนั้นโทรทัศน์บางช่องเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัชการที่ 5 ซึ่งไทยต้องเสียดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงซึ่งในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศกัมพูชาให้กับฝรั่งเศสเพื่อรักษาเอกราชของประเทศเอาไว้ ฝรั่งเศสแม้ได้ดินแดนบางส่วนไปจากไทยแล้ว ก็ยังตั้งกองบัญชาการที่จังหวัดจันทบุรีของไทยอีก จนเราเกือบจะเสียจันทบุรีไปอีกแห่ง พอได้ยินเรื่องจันทบุรี ฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่า ได้สัญญาไว้ว่าจะเล่าเรื่อง คุกขี้ไก่ และตึกแดงให้ฟัง ต่อจากเรื่องแหลมสิงห์ และโชว์ปลาโลมา ที่ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรีคราวนั้น ก็รีบเขียนส่งให้ บก. เมื่อเราเลี้ยวรถตรงเข้าไปยังปากน้ำแหลมสิงห์ ก่อนถึงท่าเรือ ประมาณ คุกขี้ไก่ เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมก่อด้วยอิฐแดงก้อนหนา ขนาดกว้าง คุกขี้ไก่เป็นหลักฐานยืนยันเรื่องราวในยุคแสวงหาเมืองขึ้นของชาติตะวันตก ซึ่งบรรพบุรุษของไทยได้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อรักษาบ้านเมืองเอาไว้ คุกขี้ไก่สร้างโดยชาวฝรั่งเศส เมื่อครั้งเข้ายึดครองจันทบุรีเมื่อปี พ.ศ. 2436 (ร.ศ.112) เชื่อว่าฝรั่งเศสสร้างเป็นป้อม เรียกกันว่า ป้อมฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสจะจับนักโทษขังไว้ในป้อมนี้ แล้วเลี้ยงไก่ไว้ข้างบนให้ไก่ขี้รดหัวนักโทษจึงเรียกว่า คุกขี้ไก่ (ข้อมูล : สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี)
|
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||