พิมพ์หน้านี้
|
คอลัมน์ พบหมอไพศาล นิติรัฐกับสังคมสองขั้ว โดย นายแพทย์ ไพศาล เกื้ออรุณ ที่ปรึกษาสภาทนายความ จ.ตรัง ๑๐ สิงหาคม ๕๑ ขอบคุณ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต กติกาของสังคมเป็นตัวบังคับวิถีชีวิตในการอยู่ร่วมกัน ความได้เปรียบเสียเปรียบจึงอยู่ที่กติกา ดังนั้นแนวการต่อสู้ทางการเมืองจึงเป็นเกมการสร้างกติกาให้ฝ่ายตนได้เปรียบ และเป็นที่มาของความขัดแย้งตลอดมา ประเด็นสำคัญของความขัดแย้งที่มีรุนแรงที่สุดในตอนนี้ น่าจะเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ หลายท่านกังวลกับเรื่องนี้ถึงขนาดเกรงจะเกิดสงครามกลางเมือง เพราะสังคมมีการแบ่งเป็นสังคมสองขั้วรุนแรงขึ้นทุกที หมอไพศาลและเครือข่ายได้พยายามปรับฐานความเครียดโดยการติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ไม่หลงสู่วังวนการต่อรองจนเกินความเหมาะสม และพยายามไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกินศักยภาพจนมากกว่าความเป็นจริงที่จะทำได้ในการดำรงชีพ กติกาที่สังคมมีอยู่แล้วโดยไม่มีการขัดแย้งมีอยู่ไม่น้อยแต่ยังไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม ฉบับนี้จึงชวนคุยเรื่องกติกาที่สังคมยอมรับโดยไม่ขัดแย้งแล้วเรื่องหนึ่งคือเรื่องของสัญญา (แต่ไม่สามารถใช้กับสัญญาที่เป็นเพียงลมปากของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางคนหรอกนะ) เรื่องนี้หมอไพศาลได้รับเกียรติจาก อาจารย์ ...ปกติทั่วไปแล้ว ไม่ว่าสัญญาใดก็ตาม ก็มักมีข้อผูกพันกันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้น เช่น สัญญาซื้อขายเช่าทรัพย์ ค้ำประกัน จำนอง จำนำ เข้าหุ้นส่วนกัน ซึ่งสัญญาเหล่านี้เป็นความผูกผันในทางแพ่ง แต่เนื่องจากพื้นฐานของกฎหมายแพ่ง มีพื้นฐานที่ตั้งอยู่บนหลักเสรีภาพของการแสดงเจตนาของบุคคล จึงมีการทำสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกได้ โดยเป็นกรณีที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดีของประชาชน ความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือไม่ขัดต่อแบบแผนที่ดีของสังคม นอกจากนี้ยังมีหลักการที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง คือ บุคคลภายนอกนั้นเป็นผู้ได้ประโยชน์อย่างเดียว ไม่มีการเสียประโยชน์อะไรเลย มีตัวอย่าง เช่น สัญญาประกันชีวิต ซึ่งมีคู่สัญญา คือ ผู้เอาประกัน ผู้รับประกัน ผู้รับประโยชน์ (บุคคลภายนอก) หรือสัญญาที่บุคคลที่สามทำสัญญากับเจ้าหนี้ของนาย ก. จะชำระหนี้แทนนาย ก. ลูกหนี้ หลักสำคัญของสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก ก็คือ บุคคลภายนอกได้รับประโยชน์เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องเสียประโยชน์ใดๆ ทั้งนี้สิทธิของบุคคลภายนอกจะเกิดขึ้นตั้งแต่เวลาที่บุคคลภายนอกนั้นๆ ได้แสดงเจตนาแก่ลูกหนี้แห่งสัญญานั้นๆ ว่าจะถือเอาประโยชน์ตามสัญญานั้น และเมื่อบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้แห่งสัญญาว่าตนจะถือเอาประโยชน์ตามสัญญาแล้ว คู่สัญญาเดิมจะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงสัญญานั้นๆ อีกไม่ได้ อย่างไรก็ตาม บุคคลภายนอก ต้องไม่ใช่ตัวแทนหรือทายาทของคู่สัญญาเดิม สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอกเป็นสัญญาที่บุคคลทำขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตนรัก ผูกพันหรือ คนดีมีคุณธรรมที่บุคคลทั่วไปประสงค์จะเกื้อกูล เอื้ออาทรกัน น่าทราบ และสนับสนุน... อย่างไรก็ตามกติกาข้อนี้ก็ต้องเป็นไปโดยไม่เอาเปรียบสังคม เช่น ต้องไม่มีเจตนาอำพรางเพื่อประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้อง ต้องไม่ใช่กรณีที่ยกหุ้นให้คนในการปกครองเพื่อประโยชน์บางประการของผู้ให้ โดยแท้จริงแล้วบุคคลภายนอกที่ว่ารู้เห็นเป็นใจทำเป็นว่าได้รับสัญญานั้น คล้ายๆ กับกรณีของอดีตนักการเมืองใหญ่บางคนทำมาแล้ว สำหรับสังคมสองขั้วที่ค่อนข้างมีความแตกแยกไม่ปรองดองกันเฉกเช่นสังคมเราในปัจจุบัน ทางออกที่พอจะมองเห็นอยู่บ้าง ก็น่าจะเป็นเพียงการยอมปฏิบัติตาม กติกาที่มีอยู่จริงในขณะนั้นๆ เรายอมให้แตกแยกถกเถียงกันได้อย่างเต็มที่ (แต่อย่าใช้ความรุนแรงต่อกัน) ในการสร้างกติกา แต่เมื่อมีกติกาแล้วทุกฝ่ายต้องยอมปฏิบัติตามกฎหมายหรือกติกานั้นโดยไม่เกี่ยงงอนค่อนแคะว่าเป็นสังคมตุลาการภิวัฒน์ หาไม่แล้วสังคมจะร้อนเป็นไฟ. |
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||