พิมพ์หน้านี้
|
ครั้งหนึ่ง ที่ฉันก้าว... กระโดด... สู่เมืองจิงโจ้ ตอนที่ 29 โดย... นักเรียนชั้น ม.6 ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัยตรัง
เรากลับมาทานอาหารเที่ยงกันที่รถบัส อาหารเที่ยงไม่พ้นไปจากขนมปังแซนด์วิชอีกแล้ว จากนั้นเรานั่งรถไปริมทะเล ไม่มีใครยอมลงจากรสบัส มั่วแต่ดูภาพยนตร์ที่หนุ่มชาวแคนาดาเอามา จนสุดท้ายสาวๆ ชาวยุโรปก็ลงไปเดินเล่น เราต้องแบ่งเป็นสามกลุ่มเพื่อนั่งเรือไปดูแมวน้ำ กลุ่มแรกกลายเป็นสาวๆ ทั้งหมดติดหนุ่มเดนมาร์กมาหนึ่งคน ไม่อยากจะบอกว่า ทะเลสวยมาก น้ำสีฟ้า แต่คลื่นน่ากลัวอยู่ไม่น้อย เรานั่งเรือไปดูแมวน้ำส่วนหนึ่งนอนอยู่ในถ้ำ บางตัวก็ลงมาเล่นน้ำ จากนั้นก็มาดูแมวน้ำนอนอาบแดด ฉันนึกว่า มันจะเป็นมะเร็งผิวหนังรึเปล่า โลชั่นกันแดดก็ไม่ได้ทา แถมยังอยู่กลางแดดมากกว่าคนอีก คนยังเป็นมะเร็งผิวหนังได้ แล้วมันจะเป็นไหมเนี่ย มีหลายๆ ตัวกระโดดลงโชว์พวกเราด้วย จากนั้นฉันคิดว่าเราจะกลับเลย แต่คนขับเรือบอกว่า เราจะไปดูอีกชนิดหนึ่งซึ่งตัวเล็กกว่านี้ อืม... สวยๆ ไม่ใช่แมวน้ำหรอกค่ะ แต่เป็นคลื่น ฉันมีความรู้สึกว่า ระดับน้ำเป็นสองชั้นอยู่ ชั้นที่เรืออยู่ตอนนี้มันต่ำกว่าชั้นข้างหน้าที่ฉันเห็น โดยเมื่อมันเจอโขดหิน คลื่นลูกใหญ่จะแตกสลาย ตีน้ำแตกกระจายกลายเป็นฟองน้ำสีฟ้า หยกถามคนขับเรือว่า เราขึ้นไประดับชั้นนั้นได้รึเปล่า คนขับเรือบอกว่าได้ แล้วเราเร่งความเร็วของเรือขึ้นไปบนระดับนั้น ฉันรู้สึกถึงความแตกต่าง แต่บรรยายไม่ถูก สิ่งที่ฉันรู้คือ ทุกคนในเรือเปียกกันหมด ซึ่งก่อนหน้านี้เปียกเฉพาะคนนั่งติดขอบเรือ ซึ่งฉันคำนวณแล้วจึงเลือกนั่งตรงกลาง แต่ยังเปืยกจนได้ เหม็นกลิ่นอายทะเล จากนั้นเราเดินกลับมาทางเดิมเพื่อกลับไปยังรถบัส ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็นั่งเรือไปดูแมวน้ำ หนุ่มเดนมาร์กบอกว่า จะรอเพื่อนๆ ดูหนุ่มๆ เปียก สาวยุโรปอยากปีนเขาลงไป เดินเลียบชายหาด ทำให้เหลือสาวไทยสองคนกับสาวญี่ปุ่นอีกหนึ่งคน ฉันเดินรั้งท้าย ส่วนสองสาวเดินคุยกันไป แล้วสาวทั้งสองคนก็หยุดชะงัก ฉันถามว่าหยุดทำไม ซึ่งทำให้ฉันต้องหยุดเดินไปด้วย เธอทั้งสองหันมามองหน้าฉัน บอกว่า งูมันเลื้อยผ่านหน้า พอพูดถึงงู ฉันจึงหันไปถามหยกว่า เป็นงูอะไร เพราะฉันไม่รู้จักศัพท์ชนิดพันธุ์งูโดยเฉพาะ เธอบอกว่า ไม่รู้เหมือนกัน แต่คิดว่ามันคงมีพิษ ตลอดทางเราเดินไปด้วยความระแวดระวัง แต่โชคดีก็เข้าข้างเราเพราะไม่พบสัตว์อะไรอีก... วันนี้ฉันนั่งคุยกับสาวญี่ปุ่นผ่านทางโปรแกรมแชท เธอบอกว่า งูตัวที่เราเห็นวันนั้น เป็นงูพิษ ฉันเพียงตอบรับ แต่ไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดในเมื่อเหตุการณ์มันผ่านไปแล้ว และงูนั้นก็ไม่ได้ฉกใคร ยกเว้นฉกกะปรก (สกปรก) ที่เปื้อนคราบน้ำเค็ม ค่ำนี้ เราทานบาร์บีคิวกับสโมสรโรตารีเมืองพอร์ตแลนด์ แถมมีการพูดอีกเล็กน้อย โดยแบ่งเป็นเอเชียน ยุโรป อเมริกา และ สแกนดิเนเวีย พูดคุยถึงปัญหาและความเป็นอยู่ทั่วไปและความรู้สึกที่อยู่ในออสเตรเลีย เมื่อจบอาหารมื้อเย็น เราแยกย้ายไปบ้านโฮสต์เพื่ออาศัยที่นอนและอาหารเช้า บ้านของครอบครัวที่ฉันไปอยู่นั้นตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถเห็นทิวทัศน์ของทะเลและบรรยากาศบ้านเรือนริมชายทะเล สวยมากๆ คืนนั้นฉันดูการแข่งขันเทนนิสออสเตรเลียนโอเพ่นซึ่งเริ่มเป็นวันแรก ดูได้ไม่นานก็ขอตัวไปนอน ตั้งใจจะตื่นเช้าๆ ไปถ่ายรูปดวงอาทิตย์ขึ้น เช้าต่อมา ฉันตื่นมาทันถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า บรรยากาศดีมากค่ะ อยากอยู่ต่อจัง เสียดายได้อยู่เพียงคืนเดียว วันนี้เราไปท่าเรือกัน เข้าไปดูล๊อบสเตอร์ (เป็นกุ้งตัวใหญ่ๆ ขนาดประมาณสิบกว่านิ้วน่าจะได้ บ้านเราชอบนำมาสต๊าฟแล้วติดโชว์ตามข้างฝาร้านอาหาร) ฉันเคยทานครั้งหนึ่งรสชาติอร่อยค่ะ คล้ายๆ เนื้อกุ้งปนเนื้อปูหน่อย (ในความคิดของฉัน) แถมดูปูตัวใหญ่เบ้อเริ่ม ซึ่งราคาประมาณสองสามร้อยเหรียญ ดูไป อยากทานไป ยังคิดในใจว่า น่าจะมีให้เราลองชิมบ้างนะ (ตะกละจริงๆ ลูกสาวบ้านไหนหว่า)
จากนั้นเราขึ้นไปบนเรือซึ่งเพิ่งจะเทียบท่า และกำลังลำเลียงเจ้าล๊อบสเตอร์น่ากินทั้งหลายขึ้นจากเรือใส่รถบรรทุกเพื่อเอาไปขายต่อ รู้แล้วว่าทำไมคนทำประมงประเทศนี้ค่อนข้างรวย ราคาล๊อบสเตอร์ต่อกิโลประมาณยี่สิบดอลลาร์ได้ จับแต่ละครั้งเป็นหลายร้อยกิโล ไม่รวยก็บ้าแล้ว รถบัสมารับเราไปยังเมืองวอร์นัมบูล (Warrnambool) ซึ่งเป็นเมืองสุดท้ายที่เราจะได้ไปเที่ยวในครั้งนี้ เที่ยงนี้ เราทานอาหารกันที่พอร์ต แฟรี่ (Port Fairy) อาหารเที่ยงหนีไม่พ้นขนมปังแซนด์วิช ทำให้เพื่อนชายคนหนึ่งเกิดอาการฉุนขึ้นมา ถามว่าคืนนี้มีบาร์บีคิวอีกไหมครับ เราต่างรับรู้กันว่า เที่ยง ต้องเป็นแซนด์วิช และมื้อเย็นต้องเป็นบาร์บีคิว เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณสองชั่วโมง และแล้วฉันต้องเสียเงินไปจำนวนมากเพื่อซื้อนาฬิกาแทนเรือนเก่ายี่ห้อดังแต่คุณภาพห่วยแตก (ก็มันของก๊อปปี้) ซื้อก็ซื้อ เพราะว่า ไม่ใส่นาฬิกาฉันอยู่ไม่ค่อยได้ ต้องถามคนนั้นคนนี้อยู่ตลอดว่ากี่โมงแล้ว ก็อารมณ์มันอยากซื้อ ฉันก็ซื้อเลย ไม่ได้ตัดสินใจว่าต้องซื้อที่ไหน อย่างไร เมื่อพวกเราจัดการอาหารเที่ยงเสร็จ ทั้งที่บ่นว่าเบื่อ แต่ก็ทานกันเกลี้ยง เราไปริมทะเล (อีกแล้ว) เพื่อนชายลงไปว่ายน้ำกันสองสามคน ที่เหลือนั่งๆ นอนๆ อยู่ในรถบัส พูดคุยกัน วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนหน่อย จึงกลายเป็นคนขี้เกียจกันหมด แต่คนนำเที่ยวอย่างฟิลลิปไม่ได้ว่าอะไร แถมพูดจาติดตลกว่า พามาดูสาวอาบแดด เราออกเดินทางจากพอร์ตแฟรี่ เดินทางสู่วอร์นัมบูล รถจอดให้ครอบครัวอุปถัมภ์มารับที่ที่จอดรถใกล้ๆ กับเคเอฟซี รถมาถึงก่อนเวลา ทุกคนเคลื่อนย้ายทัพ ไปสั่งอาหารทานกันในร้านเคเอฟซี แล้วครอบครัวอุปถัมภ์ก็มารับฉันกลับบ้าน ที่เมืองวอร์นัมบูล ฉันไม่ได้อยู่กับหยก ฉันไปอยู่บ้านครอบครัวอุปถัมภ์คนเดียว คืนนี้ ฉันทานบาร์บีคิว เป็นอาหารค่ำแต่เปลี่ยนจากเนื้อวัว มาเป็นเนื้อไก่แทน
|
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||