• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-10
  • จำนวนเรื่อง : 463
  • จำนวนผู้ชม : 52096
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
หนังสือพิมพ์ฅนตรัง จังหวัดตรัง
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น รายปักษ์ ของจังหวัดตรัง วางจำหน่ายทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrangnews
วันพุธ ที่ 24 กันยายน 2551
วันนี้...ทำไมต้องมองหาการเมืองใหม่
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 207 , 10:29:59 น.  
พิมพ์หน้านี้


ทำไมต้องการเมืองใหม่

ตรีพิพัฒน์ บัวเนี่ยว

นักคิด,นักเขียน,นักวิจัยอิสระ

ขอบคุณ : ภาพจาก manager online

 

ในท่ามกลางวิกฤติการเมืองไทยในปัจจุบัน แม้จะมีความแตกแยกเป็นฝักฝ่ายทางความคิดกันค่อนข้างรุนแรง แต่ดูเหมือนประเด็นหนึ่งที่คนจำนวนมากเห็นตรงกัน ก็คือ การเมืองแบบเก่ามีปัญหา และเราจำเป็นต้องมองหาการเมืองใหม่

การเมืองเก่าที่ว่ามีปัญหานั่นก็คือ การเมืองของนักเลือกตั้ง การเมืองของตัวแทน การเมืองของการเลือกตั้ง ที่มักยึดถือและกล่าวอ้างกันว่าการเลือกตั้งคือตัวประชาธิปไตย ซึ่งพวกที่มีความยึดถือแนวคิดดังกล่าวก็ยังมีอยู่มาก การที่เราเห็นว่าการเมืองเก่าหรือระบอบเลือกตั้งมีปัญหาก็ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นสิ่งน่าเกลียด หรือเป็นสิ่งชั่ว เพียงแต่มันเป็นเครื่องมือที่ใช้ไม่ได้ผล ใช้แล้วมีปัญหา ไม่สามารถจัดสรรทรัพยากรไปสู่ประชากรได้อย่างยุติธรรม ไม่สามารถอำนวยประโยชน์สุขให้สมาชิกสังคมได้ตามคาดหวัง

อย่างไรก็ตามแม้เราจะรู้ว่าการเมืองเก่าคืออะไร และมีปัญหาอย่างไร แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าการเมืองใหม่คืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร เราจึงต้องร่วมกันมองหา ร่วมกันค้นคิด ร่วมกันออกแบบ ซึ่งเป็นงานที่ไม่ง่ายเลย แต่ก็ต้องทำ หากหวังให้สังคมของเราเดินหน้าต่อไปได้ด้วยดี

ก่อนที่เราจะมองหาของใหม่นั้นเราจำเป็นที่จะต้องย้อนมองของเก่าเสียก่อน ซึ่งในที่นี้เมื่อเรากำหนดตนเองเป็น “ผู้มอง” ก็ต้องกำหนดใจของผู้มองให้มีสภาวะเป็นกลาง คือมองการเมืองเก่าตามสภาพที่มันเป็นอยู่จริง ไม่ใช่มองอย่างอคติและเกลียดชัง ในประเทศของเรานี้มีเรื่องน่าแปลกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นผลพวงจากระบบการศึกษาที่แย่ ก็คือเยาวชนของเราพากันชิงชังรังเกียจเผด็จการ โดยจัดวางให้ความรู้สึกนี้ยืนอยู่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกรักประชาธิปไตย กลายเป็นว่าถ้าเป็นเผด็จการแล้วต้องเกลียด ถ้าเป็นประชาธิปไตยแล้วต้องรัก ใครมาแตะต้องประชาธิปไตยก็จะปกป้องต่อต้านเหมือนดังกับปกป้องลัทธิศาสนา มากกว่าจะยอมเปิดใจคุยกันอย่างเป็นวิชาการ ด้วยหัวใจที่มีความปรกติ

แท้จริงแล้วสังคมมนุษย์เราได้ค้นคิดระบบสังคมแบบต่างๆ มาหลายแบบตลอดช่วงของเส้นทางอารยธรรมอันยาวนาน ตั้งแต่ยังเป็นมนุษย์ถ้ำจนเดินทางมาถึงปัจจุบัน รูปแบบสังคมแต่ละแบบก็เหมาะสมกับช่วงยุคนั้นๆ และต่างก็มีคุณูปการต่อมนุษย์ ในฐานะที่เป็นเหมือนยานพาหนะให้เราได้โดยสารมาตามเส้นทางอารยธรรม แต่มันก็เหมือนรถนั่นแหละ มันดีอยู่เมื่อยังใหม่ แต่เริ่มเสียเมื่อเริ่มเก่า และเราก็พยายามซ่อมแซม ปะผุกันไป จนถึงจุดหนึ่งก็จะพบว่าไม่อาจซ่อมแซมปะผุได้อีกต่อไป ก็ต้องหารถคันใหม่

ในทางระบบสังคมก็เหมือนกันเมื่อระบบสังคมเก่ามันเสื่อมจนปะผุไม่ได้อีกแล้ว ก็ต้องมองหาและร่วมกันออกแบบระบบสังคมใหม่ เราจึงมีระบบสังคมหลายแบบมาใช้ตลอดเส้นทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน

ดังนั้นระบบสังคมต่างๆ จึงไม่ได้มีดีมีชั่วในตัวมันเอง ที่เราเลิกใช้มันก็เพราะมันเป็นเครื่องมือที่ใช้ไม่ได้ผลแล้ว ไม่ใช่เพราะมันชั่ว เหมือนดังระบบเผด็จการนั่นแหละ เราเลิกใช้เพราะมันไม่เหมาะอีกแล้ว แต่เราก็ต้องยอมรับว่าในอดีตมันเคยมีคุณูปการมากมายต่อมนุษย์มาแล้ว เราจึงไม่ต้องเกลียดมัน ระบบประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งตัวแทนก็เหมือนกัน ที่เราจะเลิกใช้มันก็ไม่ใช่เพราะเราเกลียดมัน แต่เพราะมันเป็นเครื่องมือที่ใช้แล้วเกิดปัญหา เป็นรถเก่าๆ ที่นำมาขี่แล้วสิ้นเปลืองค่าซ่อมจนรับไม่ไหว จึงต้องมองหารถใหม่ดีกว่า

การเมืองใหม่จึงเป็นสิ่งที่เราทั้งหลายในฐานะสมาชิกร่วมกัน ต้องหันมาร่วมค้นคิด ด้วยสติปัญญา หมายถึงด้วยจิตที่มีสติ ซึ่งเอื้อให้เกิดปัญญา และจะทำให้มองเห็นปัญหาได้กระจ่าง การเริ่มต้นด้วยการ “ตั้งจิตให้ถูก” เช่นนี้ เชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มไปสู่การมองเห็นการเมืองใหม่ร่วมกัน สร้างสรรค์สังคมใหม่ร่วมกัน ให้มีการเมืองใหม่ที่สามารถจัดสรรทรัพยากรไปยังประชากรอย่างยุติธรรม โดยไม่ทิ้งสาระคุณธรรม อำนวยประโยชน์สุขแก่สมาชิกสังคมทั้งรุ่นนี้และรุ่นหน้า

สักวันหนึ่งในอนาคตเมื่อระบบที่เราออกแบบไว้เก่าแก่คร่ำคร่าก็เป็นภาระของคนรุ่นนั้น ที่จะมองหาการเมืองใหม่ของพวกเขาสืบต่อไป


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
นายยั้งคิด วันที่ : 12/10/2008 เวลา : 18.37 น.
http://www.oknation.net/blog/political79

ตามความเข้าใจแบบง่ายๆนั้น เจตนารมย์ของการเมืองใหม่ ก็คือความต้องการตะล่อมให้คนที่จะมาเป็นนักการเมืองอยู่ในกรอบจรรยาบรรณมากขึ้น มีคุณสมบัติเป็นคนทำงานเพื่อสังคมโดยแท้จริง ไม่เป็นนักธุรกิจการเมืองเหมือนสมัยนี้เป็นประการหลัก รวมทั้งเรื่องอื่นๆ เช่น ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมืองทุกระดับ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเอง ฯลฯ เป็นต้น
ความคิดเห็นที่ 5
ช.ช้าง วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 11.15 น.
http://www.oknation.net/blog/suraparty

ปัญหาการเมืองของไทยปัจจุบันเป็นปัญหาที่เกิดจากความบกพร่องของระบบรัฐสภาแบบที่เรากำลังใช้กันอยู่
ระบบที่ว่ามีการถ่วงดุลอำนาจของ3ฝ่าย คือ บริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้มีการถ่วงดุลอำนาจเป็น3ฝ่ายอย่างแท้จริง
เริ่มตั้งแต่ ฝ่ายบริหารที่จริงๆก็มาจากฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งคนที่จะมาเป็นฝ่ายบริหารได้จะต้องเป้นผู้กุมอำนาจนิติบัญญัติ
คือมีเสียงส่วนมากในสภา ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาเราจึงไม่เคยเห็นฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบฝ่ายบริหารได้เลย
เป็นเพียงแต่เครื่องมือสร้างความชอบธรรมในการทำงานของฝ่ายบริหารเท่านั้น และฝ่ายตุลาการที่ก็ยังต้องขึ้นตรงต่อกระทรวงยุติธรรม
ภายใต้การควบคุมของฝ่ายบริหาร ซึ่งก็สามารถให้คุณให้โทษต่อบุคคลากรในฝ่ายตุลาการได้เช่นเดิม
...ตุลาการ ก็ยังเป็นคน ที่ยังต้องกินต้องอยู่ ต้องมีครอบครัว มีรักโลภโกรธหลง และลาภ ยศ สรรเสิญ เช่นเดียวกับปุถุชนเช่นกัน
ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าปัญหาการเมืองไทยที่เป็นมาตลอดก็เนื่องจากอำนาจทั้งสามที่ควรที่จะถ่วงดุลและตรวจสอบซึ่งกันและกันนั้น
...มันไม่ได้ทำงานเลย
การที่จะแก้ปัญหานี้ จึงสมควรที่จะให้อำนาจทั้งสาม แยกกันอย่างเด็ดขาด เพื่อให้เกิดกลไกการตรวจสอบซึ่งกันและกัน
แล้วทำอย่างไร....???

การเลือกตั้ง ควรแยก นิติบัญญัติและบริหารออกจากกัน
ควรมีการเลือกตั้งแยกออกเป็นสองส่วน ปัจจุบัน ก็เลือกเป็นสองส่วนอยู่แล้วคือ สส. และ ปาร์ตี้ลิสต์ แต่ขอถาม...??? ว่าทำไมต้องเลือกปาร์ตี้ลิสต์
แก้ปัญหาอะไรได้...??? มีข้อดีทางการเมืองอย่างไร...???
การเลือกตั้งควรจะเป็นการเลือกแยกกันไปเลย
...เลือกตั้งรัฐบาล
โดยพรรคการเมืองเสนอนโยบาย ตัวบุคคล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ต่อประชาชน ให้ประชาชนเป็นคนเลือกรัฐบาลพรรคเดียว
ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีเอกภาพในการบริหาร ไม่ต้องมาคอยแบ่งเก้าอี้โควต้าพรรคร่วม หรือแจกเก้าอี้แก่หัวหน้าซุ้ม เจ้าพ่อกลุ่ม เพราะพรรคจะต้องเสนอ
นายกรัฐมนตรีและ ครม.ที่ดีต่อประชาชนก่อน ถ้าเสนอประเภทยี้ก็อาจไม่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา และถ้ารัฐบาลไม่ทำตามนโยบายก็อ้างไม่ได้แล้วว่าได้แบ่งงาน
ให้พรรคอื่นไป หากเกิดความผิดพลาดรัฐบาลก็รับไปเต็มๆ และถูกตรวจสอบจากอย่างเข้มข้น จากสภาและพรรคที่ไม่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นรัฐบาล
...เลือก สส. เข้ามาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเดียว
การซื้อเสียงก็อาจจะลดลง เพราะพรรคการเมืองไม่ต้องอาศัยเสียง สส. เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นรัฐบาล ยกเว้นแต่มั่นใจว่าจะได้เป็นรัฐบาลและต้องการเสถียรภาพ
ในการบริหาร แต่ก็คงจะลดลงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
...เลือกตั้ง สว. รายจังหวัด
จังหวัดละ 1 คน เพื่อมาเลือกสรร สว.ฝ่ายวิชาชีพ จากองค์กรวิชาชีพต่างๆ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี 40 มีจุดอ่อนมาก จากการให้เลือกตั้งทั้งหมด
เพราะทำให้ไม่ได้ผู้ทรงคุณวุฒิ จากทุกสาขาวิชาชีพ ที่จะให้ความเห็นต่อรัฐสภาในเรื่องต่างๆได้รอบด้าน
ส่วนรัฐธรรมนูญ 50 ก็มีการแต่งตั้งซึ่งไม่เป็นประชาธิปไตยเท่าที่ควรและเป็นโอกาสให้มีการลากตั้งผู้ที่ให้คุณให้โทษเข้ามาในรัฐสภา
...ตุลาการ
ควรแยกออกจากการบริหารราชการทั่วไป ในเมื่อประเทศไทยเป็นประชาะธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และในการแต่งตั้ง ครม. ออกกฎหมาย
ก็อาศัยพระราชอำนาจ ดังนั้นหากจะยกฝ่ายตุลาการ ให้อยู่ในพระราชอำนาจโดยมีคณะองคมนตรีคอยช่วยเหลือดูแลจะดีหรือเปล่า....???
ความคิดเห็นที่ 4
วานิชสุนทรนนท์ วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 11.03 น.
http://www.oknation.net/blog/kontrang49
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี จากคนบ้านนอก... ติดตาม... นสพ.ฅนตรัง ได้ที่... http://www.oknation.net/blog/kontrangnews

ความจริงแล้ว ผมเห็นด้วยกับคุณลูกเสือฯ นะครับ

การเมือง ที่หมายถึง การจัดสรรอำนาจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน นั้น สวยงามเสมอ

แน่นอนว่า ทุกสิ่ง ทุกอย่าง จะมีพัฒนาการ รวมทั้งการเมืองด้วย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองไทยทุกวันนี้ น่าจะเกิดจากตัว-กลุ่มบุคคล มากกว่าโครงสร้าง หรือ ระบบ

จึงเห็นว่า เมื่อมีปัญหาจากตรงไหน ก็ต้องแก้จากตรงนั้น

มีปัญหาที่มาของนักการเมือง หรือที่อยู่-การกระทำของนักการเมิองก็ต้องแก้ตรงนั้น

สำหรับการนำบทความชิ้นนี้มาลง ก็เพื่อส่งเสริมความหลากหลาย และการมีส่วนร่วมของคนอ่าน นสพ.ฅนตรัง ซึ่งก็เป็นอีกความเห็นและเหตุผลที่ได้เปิดโอกาสให้ได้แสดงออกครับ

ขอบคุณ คุณลูกเสือฯ ที่ให้ความสนใจ ติดตาม และข้อเสนอแนะดีๆ อย่างสม่ำเสมอ
ความคิดเห็นที่ 3
ChaiManU วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 10.56 น.
http://www.oknation.net/blog/chaimanu
ทำงานให้สนุก มีความสุขกับการทำงาน

การเมืองใหม่ ไม่ใช่กฏกติกาใหม่
แต่ต้องสร้างสังคมใหม่
สังคมปัญญาแก่ประชาชน
ให้รู้ทันพวกฉ้อแลโกงแผ่นดิน
ความคิดเห็นที่ 2
ณสยาม วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 10.53 น.
http://www.oknation.net/blog/slaonark

การเมืองใหม่คืออะไร??????????
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 10.33 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมว่าการเมืองมันไม่"เลว"หรอกครับ
"นักการเมือง"..ต่างหากที่เป็นปัญหา แล้วทุกฝ่ายหาแพะรับบาป สุดท้ายก็จับ"การเมือง" เป็นตัวประกัน..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30