พิมพ์หน้านี้
|
ทำไมต้องการเมืองใหม่ ตรีพิพัฒน์ บัวเนี่ยว นักคิด,นักเขียน,นักวิจัยอิสระ ขอบคุณ : ภาพจาก manager online ในท่ามกลางวิกฤติการเมืองไทยในปัจจุบัน แม้จะมีความแตกแยกเป็นฝักฝ่ายทางความคิดกันค่อนข้างรุนแรง แต่ดูเหมือนประเด็นหนึ่งที่คนจำนวนมากเห็นตรงกัน ก็คือ การเมืองแบบเก่ามีปัญหา และเราจำเป็นต้องมองหาการเมืองใหม่ การเมืองเก่าที่ว่ามีปัญหานั่นก็คือ การเมืองของนักเลือกตั้ง การเมืองของตัวแทน การเมืองของการเลือกตั้ง ที่มักยึดถือและกล่าวอ้างกันว่าการเลือกตั้งคือตัวประชาธิปไตย ซึ่งพวกที่มีความยึดถือแนวคิดดังกล่าวก็ยังมีอยู่มาก การที่เราเห็นว่าการเมืองเก่าหรือระบอบเลือกตั้งมีปัญหาก็ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นสิ่งน่าเกลียด หรือเป็นสิ่งชั่ว เพียงแต่มันเป็นเครื่องมือที่ใช้ไม่ได้ผล ใช้แล้วมีปัญหา ไม่สามารถจัดสรรทรัพยากรไปสู่ประชากรได้อย่างยุติธรรม ไม่สามารถอำนวยประโยชน์สุขให้สมาชิกสังคมได้ตามคาดหวัง อย่างไรก็ตามแม้เราจะรู้ว่าการเมืองเก่าคืออะไร และมีปัญหาอย่างไร แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าการเมืองใหม่คืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร เราจึงต้องร่วมกันมองหา ร่วมกันค้นคิด ร่วมกันออกแบบ ซึ่งเป็นงานที่ไม่ง่ายเลย แต่ก็ต้องทำ หากหวังให้สังคมของเราเดินหน้าต่อไปได้ด้วยดี ก่อนที่เราจะมองหาของใหม่นั้นเราจำเป็นที่จะต้องย้อนมองของเก่าเสียก่อน ซึ่งในที่นี้เมื่อเรากำหนดตนเองเป็น ผู้มอง ก็ต้องกำหนดใจของผู้มองให้มีสภาวะเป็นกลาง คือมองการเมืองเก่าตามสภาพที่มันเป็นอยู่จริง ไม่ใช่มองอย่างอคติและเกลียดชัง ในประเทศของเรานี้มีเรื่องน่าแปลกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นผลพวงจากระบบการศึกษาที่แย่ ก็คือเยาวชนของเราพากันชิงชังรังเกียจเผด็จการ โดยจัดวางให้ความรู้สึกนี้ยืนอยู่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกรักประชาธิปไตย กลายเป็นว่าถ้าเป็นเผด็จการแล้วต้องเกลียด ถ้าเป็นประชาธิปไตยแล้วต้องรัก ใครมาแตะต้องประชาธิปไตยก็จะปกป้องต่อต้านเหมือนดังกับปกป้องลัทธิศาสนา มากกว่าจะยอมเปิดใจคุยกันอย่างเป็นวิชาการ ด้วยหัวใจที่มีความปรกติ แท้จริงแล้วสังคมมนุษย์เราได้ค้นคิดระบบสังคมแบบต่างๆ มาหลายแบบตลอดช่วงของเส้นทางอารยธรรมอันยาวนาน ตั้งแต่ยังเป็นมนุษย์ถ้ำจนเดินทางมาถึงปัจจุบัน รูปแบบสังคมแต่ละแบบก็เหมาะสมกับช่วงยุคนั้นๆ และต่างก็มีคุณูปการต่อมนุษย์ ในฐานะที่เป็นเหมือนยานพาหนะให้เราได้โดยสารมาตามเส้นทางอารยธรรม แต่มันก็เหมือนรถนั่นแหละ มันดีอยู่เมื่อยังใหม่ แต่เริ่มเสียเมื่อเริ่มเก่า และเราก็พยายามซ่อมแซม ปะผุกันไป จนถึงจุดหนึ่งก็จะพบว่าไม่อาจซ่อมแซมปะผุได้อีกต่อไป ก็ต้องหารถคันใหม่ ในทางระบบสังคมก็เหมือนกันเมื่อระบบสังคมเก่ามันเสื่อมจนปะผุไม่ได้อีกแล้ว ก็ต้องมองหาและร่วมกันออกแบบระบบสังคมใหม่ เราจึงมีระบบสังคมหลายแบบมาใช้ตลอดเส้นทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน ดังนั้นระบบสังคมต่างๆ จึงไม่ได้มีดีมีชั่วในตัวมันเอง ที่เราเลิกใช้มันก็เพราะมันเป็นเครื่องมือที่ใช้ไม่ได้ผลแล้ว ไม่ใช่เพราะมันชั่ว เหมือนดังระบบเผด็จการนั่นแหละ เราเลิกใช้เพราะมันไม่เหมาะอีกแล้ว แต่เราก็ต้องยอมรับว่าในอดีตมันเคยมีคุณูปการมากมายต่อมนุษย์มาแล้ว เราจึงไม่ต้องเกลียดมัน ระบบประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งตัวแทนก็เหมือนกัน ที่เราจะเลิกใช้มันก็ไม่ใช่เพราะเราเกลียดมัน แต่เพราะมันเป็นเครื่องมือที่ใช้แล้วเกิดปัญหา เป็นรถเก่าๆ ที่นำมาขี่แล้วสิ้นเปลืองค่าซ่อมจนรับไม่ไหว จึงต้องมองหารถใหม่ดีกว่า การเมืองใหม่จึงเป็นสิ่งที่เราทั้งหลายในฐานะสมาชิกร่วมกัน ต้องหันมาร่วมค้นคิด ด้วยสติปัญญา หมายถึงด้วยจิตที่มีสติ ซึ่งเอื้อให้เกิดปัญญา และจะทำให้มองเห็นปัญหาได้กระจ่าง การเริ่มต้นด้วยการ ตั้งจิตให้ถูก เช่นนี้ เชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มไปสู่การมองเห็นการเมืองใหม่ร่วมกัน สร้างสรรค์สังคมใหม่ร่วมกัน ให้มีการเมืองใหม่ที่สามารถจัดสรรทรัพยากรไปยังประชากรอย่างยุติธรรม โดยไม่ทิ้งสาระคุณธรรม อำนวยประโยชน์สุขแก่สมาชิกสังคมทั้งรุ่นนี้และรุ่นหน้า สักวันหนึ่งในอนาคตเมื่อระบบที่เราออกแบบไว้เก่าแก่คร่ำคร่าก็เป็นภาระของคนรุ่นนั้น ที่จะมองหาการเมืองใหม่ของพวกเขาสืบต่อไป |
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||