พิมพ์หน้านี้
|
สันติภาพที่มาจากฝ่ายเดียว โดย นายแพทย์ อุปนายกพุทธสมาคม จ.ตรัง ๒๕ กันยายน ๒๕๕๑ สันติภาพน่าจะเป็นจะเป็นคำยอดนิยมในห้วงบรรยากาศแบบนี้ของสังคม ทุกฝ่ายต่างเรียกหาภาวะแห่งสันติจากอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ หากจะค้นหาสันติภาพให้เจอในสังคม ทุกฝ่ายคงต้องมาทำความรู้จักกับสันติให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ตามสมควรหาไม่แล้วสิ่งที่แต่ละฝ่ายแสวงหาอาจเป็นแค่สยบภาพจากฝ่ายที่พ่ายแพ้หรืออ่อนแอกว่าเท่านั้นเอง หมอไพศาลพยายามเสมอมาที่จะเสนอความแตกต่างที่ไม่จำเป็นต้องแตกแยกหรือแบ่งแยกในสังคม หลายครั้งที่พยายามเรียกหาการอยู่ร่วมกันอย่างมีความแตกต่างที่สวยงามเฉกเช่นดอกไม้นานาพรรณที่นำมาร้อยรวมกันเป็นมาลัย หลายครั้งที่เขียนบทความไม่อยากให้สังคมแบ่งเป็นพวกเขาพวกเรา แล้วมุ่งกำจัดพวกเขาให้หมดไป หนังสือพิมพ์คนตรังเป็นสื่อมวลชนที่หมอไพศาลชื่นชมเสมอมา ที่กล้ายอมรับความแตกต่างได้อย่างไม่เสแสร้งหากเราได้รับมุมมองที่แตกต่างเรายินดีนำเนอโดยพลันอย่างเท่าเทียม แล้วให้ผู้เสพข่าวใช้วิจารณญาณตัดสินใจเอาเอง หลายครั้งที่เราเปิดหน้าหนังสือพิมพ์ให้กับคนที่มองตรงกันข้ามกับเรา เสนอความเห็นอย่างเคารพในความคิดที่อิสระนั้นๆ จริงอยู่ สันติภาพคือความสงบ แต่ความสงบที่เกิดจากสันติแตกต่างกันอย่างยิ่งกับความสงบที่เกิดจากการกดขี่ให้ฝ่ายตรงข้ามสยบ นิ่งเงียบ ยินยอมฝ่ายตรงกันข้ามที่เข้มแข็งกว่าโดยดุษฎี สิ่งที่แตกต่างอย่างยิ่งของความสงบของสันติกับความสงบที่อีกฝ่ายยอมแพ้ก็คือ ความสงบสันติเป็นความสงบเรียบร้อยที่ต่างฝ่ายต่างสามารถคงรักษาความเป็นตัวตนของตนเองไว้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ละเมิดอีกฝ่ายหนึ่งจนเสียความเป็นตัวตนของตนเอง ความจริงไม่อยากแตะการเมืองมากนักในช่วงนี้ แต่ใจมันเรียกร้องจึงต้องพูดถึงนิดหน่อยอย่างสุภาพอย่างยิ่ง ทุกคนเข้าใจและยอมรับว่า การเมืองเป็นการจัดสรรทรัพยากรให้กับทุกหมู่เหล่า บางครั้งเมื่อตกลงกันไม่ลงตัวก็มักเกิดความขัดแย้งและแน่นอนเหลือเกินความขัดแย้งจะมีได้ต้องมีมากกว่าหนึ่งฝ่าย คราวนี้ก็จะเกิดภาวะที่ทะเลาะเบาะแว้งถกเถียงกัน หากการถกเถียงนั้นอยู่ภายใต้การยอมรับเหตุและผลอย่างไม่มีมิจฉาทิฐิก็จะจบลงได้ด้วยดี แต่หากการมีความเห็นแตกต่างนั้นเกิดควบคู่มากับการยึดมั่นถือมั่นเพียงหนทางของตนเองก็จะเกิดความวุ่นวาย รุนแรง คราวนี้ก็จะมีการกล่าวโทษว่าความไม่สงบเกิดจากอีกฝ่ายหนึ่ง แล้วรีบหาความสงบเรียบร้อยโดยบังคับยัดเยียดให้ฝ่ายตรงข้ามต้องยอมตามฝ่ายตน แน่นอนต่างฝ่ายต่างพยายามใช้ความเข้มแข็งของตนบังคับอีกฝ่ายที่อ่อนแอกว่าให้ยินยอมตนแล้วเรียบความเรียบร้อยไร้ความวุ่นวายนั้นว่าสันติภาพ อุทาหรณ์ที่ยกมากล่าวอ้างนี้เป็นสถานการณ์จำลองขึ้นมา ไม่ได้ยกมาจากกรณีของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง และมาได้หมายถึงพันธมิตรใดๆ เลย หากแต่บางครั้งอาจไปสอดคล้องกันโดยบังเอิญก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลย สังคมจังหวัดตรังเองก็คงจะมีปรากฏการณ์นี้ได้เช่นกัน ผู้มีอำนาจมากกว่าย่อมต้องการให้ผู้อ่อนแอยอมสยบ ทั้งอ้างว่าเพื่อสันติภาพ (หุย... ฮา) โลกที่จะเรียกได้ว่าโลกของสัตว์ประเสริฐ น่าจะเป็นโลกที่สามารถใช้เหตุผลจัดการความแตกต่างให้เรียบร้อยสงบสุขได้โดยไม่ใช้วิธีการกดขี่ฝ่ายอ่อนแอให้หยุดนิ่งยอมแพ้สูญสิ้นความเป็นตัวตนที่แตกต่างหลากหลายซึ่งเป็นความสวยงามของธรรมชาติแห่งชาติพรรณ สงครามที่ทำให้ฝ่ายอ่อนแอยอมแพ้และยอมสยบได้ แต่สงครามไม่มีทางทำให้เกิดสันติภาพได้ แม้จะสามารถทำให้ความสงบเงียบปราศจากการแสดงความแตกต่างก็ตาม ความจริงอยากจะแสดงความแตกต่างในสังคมให้มากกว่านี้ แต่ด้วยสภาพของสังคมในช่วงนี้ หมอไพศาลต้องละเว้นเพื่อให้พอจะถูกเรียกได้บ้างว่าเป็นผู้ที่พอจะรู้กาลเทศะ (แม้ว่าจริงๆ แล้วอาจไม่ค่อยจะมีกับเขาก็ตาม) เข้าใจดีว่าไม่ควรทำให้สังคมแตกต่างมากนักในสถานการณ์แบบที่เป็นอยู่ นอกจากนี้หมอไพศาลอยากจะจบบทความอย่างเกาะกระแสช่วงนี้กับคนอื่นด้วยว่า หมอไพศาลและผองเพื่อนหนังสือพิมพ์คนตรังก็รักสันติภาพเหมือนกัน... จริงเหรอ. |
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||