• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-10
  • จำนวนเรื่อง : 490
  • จำนวนผู้ชม : 55083
  • จำนวนผู้โหวต : 137
  • ส่ง msg :
หนังสือพิมพ์ฅนตรัง จังหวัดตรัง
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น รายปักษ์ ของจังหวัดตรัง วางจำหน่ายทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrangnews
วันเสาร์ ที่ 27 กันยายน 2551
รฟท. รถไฟไทย : จะต้อง 'หัวเสีย' อีกกี่ครั้ง!
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 195 , 19:06:20 น.  
พิมพ์หน้านี้


 

รฟท.รถไฟไทย : จะต้อง ‘หัวเสีย’ อีกกี่ครั้ง!

โดย                ‘วารีมาศ’

 

            วันที่ ๑๙ กันยายนที่ผ่านมา เป็นวันเปิดทำการวันที่ ๕ หลังจากรถไฟตรัง-กรุงเทพฯ หยุดวิ่งตามสถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรงซึ่ง 'ฅนตรัง' ได้นำเสนอไปเมื่อฉบับที่ผ่านมา เย็นวันนั้นเราสามสาวก็เลือกใช้บริการรถไฟเพื่อเดินทางไป จ.ชุมพร  

ฉัน–อาชีพคนเขียนข่าว เป็นคนที่อายุน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับว่าที่นักกฎหมายและพยาบาลที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ความไม่นิ่งของฉันจึงมีมากกว่าเมื่อรู้ว่าต้องรอในรถไฟนานถึงสองชั่วโมงหลังจากผ่านสถานีพรุพรี จ.นครศรีธรรมราชมาแล้ว ยังไม่นับรวมเวลาที่ฉันเผลอหลับไปด้วย

            การใช้บริการรถไฟและต้องพบกับภาวะ "รีบ=ช้า และ ช้า=ช้ามาก" ของบริการรถไฟ เป็นสิ่งที่ฉันคุ้นชินและพยายามเข้าใจว่าการโดยสารรถไฟต้องทำใจอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้เรียกได้ว่า "เหลืออดจริงๆ"

ไม่เพียง ๓ ชั่วโมงที่เราสามคนต้องติดอยู่ในรถไฟอย่างไม่มีความหวัง แต่ยังไม่มีพนักงานแม้สักคนที่กล้าหาญจะบอกเล่าความจริงว่า "ขณะนี้รถไฟหยุดเดินเพราะหัวรถจักรเสีย" เบื้องต้น เราทั้งสามคนเข้าใจไปว่ารถด่วนตรังซึ่งเราโดยสารไปนั้นต้องสับหลีกกับรถไฟขบวนอื่น เพราะพนักงานหลายคนก็บอกเล่าเสมือนว่าเป็นเช่นนั้น จนเราแอบจับสังเกตจากพนักงานบางคนได้ทำให้ต้องหัวเสีย!  

           "การให้บริการที่ผิดพลาด 'น่าจะ' บอกเล่าให้คนทั่วไปรับรู้ผ่านหนังสือพิมพ์" ฉันเสนอ

           "พี่ว่า 'น่าจะ' ไปดูว่ามี พรบ.ฉบับไหนที่คุ้มครองผู้โดยสารให้ได้รับความเป็นธรรม ไม่ต้องเสียเวลามากขนาดนี้" พี่สาวว่าที่นักกฎหมายแนะนำ

            สาวพยาบาล 'กิน' ทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อฆ่าเวลาและดูแลไม่ให้ท้องว่างระหว่างที่รอคอย.....

            ในขณะที่คนในรถไฟบางส่วนเริ่มกระอักกระอ่วนใจกับความล่าช้าที่เกิดขึ้น แต่ไม่นานนักรถไฟก็วิ่งต่อไป หลังจากมีเสียงการต่อหัวขบวนครั้งใหม่ ซึ่งนั่นหมายถึงว่า "หัวรถจักรเสียจริงๆ"

ดูเหมือนว่าไม่ว่าวงการไหนๆ ก็มักไม่มีใครใคร่จะยอมรับความจริงและมักจะปกปิดความจริงอยู่เสมอ

            เอาเถอะ ปล่อยๆ ความรำคาญใจไปบ้าง ก็เราสามคนไม่ได้เร่งรีบกันมากนัก!

            ฉันนั่งอ่านหนังสือต่อไป ในขณะที่พี่ๆ ล้มตัวลงนอน อีกไม่เกิน ๓ ชั่วโมง เราสามคนก็จะถึงที่สถานีรถไฟชุมพร จุดนัดหมายกับเพื่อนๆ ที่กำลังเดินทางมาจากอีกทางหนึ่งเพื่อมาแวะรับพวกเรา แต่คงอีกหลายชั่วโมงกว่าเราจะถึง จ.สมุทรสาคร จังหวัดที่เราไม่เคยไปแต่ความตั้งใจในครั้งนี้เพื่อไปแสดงความเสียใจกับรุ่นน้องคนหนึ่งที่เพิ่งเสียพ่อไปด้วยโรคประจำตัว

            ความตั้งใจครั้งนี้เดินควบคู่มากับเวลาที่เราต้องทิ้งภารกิจส่วนตัวไปก่อน แต่เราก็มีความสุขที่การเดินทางจะกลายเป็นกำลังใจให้ใครสักคนที่กำลังคว้างเคว้ง...

            รถไฟแล่นมาถึงสถานีสุราษฎร์ ฉันซื้อกาแฟกินแก้ง่วง เพราะอีก ๒ สถานีใหญ่ๆ ก็จะถึงชุมพรแล้ว แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือผ่านไป ๑๕ นาที รถไฟก็ยังไม่เคลื่อนออกจากชานชาลา ดูเป็นเรื่องผิดสังเกตมาก ไม่นานก็มีเสียงบอกต่อๆ กันว่ามา "อีกแล้วหรือนี่?" "จะเสียกันไปถึงไหน?" "เมื่อไหร่จะถึง"

            ตอนนั้นนาฬิกาบอกเวลา ๒๓.๐๐ น. ซึ่งเป็นเวลานัดหมายของเรากับเพื่อนๆ อีกกลุ่มหนึ่งพอดี พี่ว่าที่นักกฎหมายและพี่พยาบาลตัดสินใจโทรปรึกษากับเพื่อนๆ ที่ขับรถเกือบถึงชุมพรแล้ว แต่คำตอบคือ "รออีกสักหน่อย ไม่น่าจะช้าเกินไป ส่วนคนที่ขับรถก็นอนพักไปก่อนได้ ไม่น่าจะมีปัญหา"

            เราสามคนจำใจต้องเฝ้าทนด้วยหัวใจที่เคว้งคว้าง เพราะไม่รู้ว่าต้องรอคอยอีกนานแค่ไหน...

เรารอนานมากจนเพื่อนร่วมเดินทางผู้แปลกหน้าหลับเอาแรงกันเกือบทั้งรถ มีบางส่วนที่เดินเล่นอยู่ที่ด้านหน้าของสถานี ซึ่งแน่นอนว่าในใจคงสับสนอยู่ไม่น้อย

            ประมาณ ๐๐.๓๐ น. รถด่วนพิเศษบัตเตอร์เวิร์ต เข้าสู่สถานีสุราษฎร์ในชานชาลารางที่สาม

            ประมาณ ๐๑.๓๐ น. รถเร็วสุไหงโกลก-กรุงเทพฯ เข้าสู่ชานชาลารางที่สามเช่นเดียวกับขบวนที่ผ่านมา คราวนี้อารมณ์ฉันยิ่งเดือดพล่าน เพราะ "ยังไม่มีพนักงานคนใดมาบอกผู้โดยสารเลยว่า รถสุไหงโก-ลกเป็นขบวนสุดท้ายขาขึ้น ซึ่งหมายถึงว่าเราอาจต้องตกค้างอยู่ที่สถานีจนถึงเช้า!" และถ้ารู้ตั้งแต่ต้น ผู้โดยสารหลายคนคงเลือกเสียเงินเพิ่มเพื่อโดยสารไปกับรถขบวนที่ออกไปล่วงหน้า

            ความผิดพลาดครั้งนี้เป็นความตั้งใจของพนักงานหรือ? ก็คงไม่ใช่ แต่ความผิดพลาดครั้งนี้ทำให้ความตั้งใจของคนโดยสารรถไฟผิดหวัง? แน่นอน!

            ฉันรีบเดินไปถามพนักงานอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมรถไฟจึงไม่สามารถแล่นต่อไปได้ พนักงานที่ให้บริการอยู่ที่สถานีตอบว่า "หัวรถจักรอยู่ที่เขาใกล้ๆ อีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว"

            ด้วยความดีใจ ฉันรีบกลับมาที่รถไฟ ตั้งใจจะไปบอกพี่ๆ แต่มีผู้โดยสารชายประมาณ ๓ คน เรียกฉันเพื่อถามข่าวเสียก่อน ฉันบอกว่า "อีกครึ่งชั่วโมงค่ะ" ทั้งสามคนบอกกลับมาว่า "เมื่อชั่วโมงก่อนผมไปถาม พนักงานก็ตอบแบบเดียวกันว่าอีกครึ่งชั่วโมง จะมีหัวใหม่มาเปลี่ยน"

            ใจฉันแทบคลั่งอีกครั้ง แต่ก็ยังเก็บอารมณ์ รักษาภาพคนขี้โวยวายเอาไว้ แล้วผู้โดยสารกลุ่มนั้นก็บอกฉันต่อไปว่า "ผมมีประชุมที่กรุงเทพฯ พรุ่งนี้ ๑๐ โมงเช้า นี่ก็โทรไปเลื่อนแล้วว่าขอเข้าบ่าย ไม่รู้จะทันหรือเปล่า"

            ที่สำคัญ ผู้ชายคนหนึ่งให้ความเห็นว่า "การรถไฟต้องรู้ว่าคนที่เลือกโดยสารรถไฟเพราะมีเหตุจำเป็นทั้งนั้น เราไม่ได้มีเวลามานั่งรถไฟเล่นๆ กันได้บ่อยนัก อย่างนี้เราเสียงาน เสียหายกันหมด"

            หลังจากฟังคำตัดพ้อและดูสิ้นหวังของพวกเขา ฉันขอตัวไปปรึกษากับพี่ๆ ที่เดินทางมาด้วยกัน พี่ๆ บอกฉันว่า "ตอนที่พี่ไปถามเค้าก็บอกว่าอีกครึ่งชั่วโมง" ฉันไม่พอใจอย่างมาก จึงรีบขอตัวไปคุยกับพนักงานอีกครั้ง คราวนี้ได้คุยกับตำรวจรถไฟซึ่งให้ความเห็นกับฉันว่า "รถไฟเก่ามากแล้ว หัวเลยเสียบ่อย แต่อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมง หัวใหม่คงมาถึง"

            คราวนี้เราสามคนไม่หวังพึ่งพิงอะไรอีกแล้ว เราตัดสินใจพักค้างคืนที่สุราษฎร์ ไม่ไปงานศพ ถือเสียว่าความพยายามเกิดขึ้นอย่างเต็มที่แล้ว และเหตุสุดวิสัยคราวนี้ก็จะไม่มารบกวนจิตใจเราอีก

            ฉากสุดท้ายของการติดอยู่ในรถไฟนาน ๗ ชั่วโมงของเรา สร้างความเจ็บปวดให้เราอีกครั้งเมื่อหญิงวัยกลางคนบนรถไฟตะโกนมาว่า "น้อง น้อง คืนตั๋วได้เต็มราคานะ!"

            ตั้งแต่ฉันโดยสารรถไฟมาและรถไฟเสียระหว่างทางจนฉันต้องเปลี่ยนการเดินทาง ยังไม่เคยมีพนักงานคนใดมาบอก "สิทธิประโยชน์ที่ผู้โดยสารควรจะได้รับ" อย่างที่เป็นอยู่นี้เลย

            นี่แหละคือน้ำใจของคนที่ร่วมทุกข์ด้วยกัน...

           ถ้าพนักงานที่คอยขับเคลื่อนรถไฟได้ยินเสียงจากพวกเรา โปรดรับรู้ด้วยว่าเราไม่ได้เคืองแค้นจนไม่ยอมขึ้นรถไฟเลย แต่เราปรารถนาให้เกิดการดูแลช่วยเหลือกันในยามร่วมทุกข์และยอมรับในสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว แม้มันจะเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของเวลาแต่มันก็เพื่อสิ่งที่ดีกว่าในช่วงเวลาอีกยาวนานทั้งหมดของเรา...                                              


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ค.โคกทราย วันที่ : 28/09/2008 เวลา : 00.14 น.
http://www.oknation.net/blog/SeksantS

เพิ่มรถโดยสารปรับอากาศให้มากขึ้นให้คนใช้มากขึ้นเมื่อคนใช่มากต้นทุนค่าดำเนินงานถูกลงค่าโดยสารดัมพ์ลงมาอีกแล้วเลิกนั่งรถไฟกันให้หมดปล่อยให้รางมันร้างเหมือนสายสงขลาซักที
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30