พิมพ์หน้านี้
|
มาแต่ตรัง ไม่หนังก็โนรา มีโอกาสเหลืออยู่แต่คำตำนานได้ ถ้า... (1) ผู้เขียน : ดร. นายหนังตะลุงศิลปาจารย์เกียรติยศ ผู้ก่อตั้ง มหาวิชชาลัยชุมชนศิลปินพื้นบ้านศรีวิชัย อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เคยได้ยินคำพูดของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่เป็นคนในวงการศิลปินพื้นบ้าน 15 จังหวัดปักษ์ใต้ (รวมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย) ทั้งที่อยู่ในฐานะที่ตนเอง เป็นหัวหน้าคณะ เช่น คณะหนังตะลุง คณะมโนราห์ คณะลิเกป่า ฯลฯ เป็นผู้แสดง เช่น เป็นพระเอก นางเอก ตัวตลก ตัวโกง ฯลฯ เป็นลูกคู่ผู้ดีด สี ตี เป่า ฯลฯ เป็นผู้ประดิษฐ์อุปกรณ์ประกอบการแสดง เช่น ตัดรูปหนัง ทำเทริดมโนราห์ ฯลฯ เป็นคนแล และ เป็นคนรับ ในทำนองว่า ไม่อยากให้ลูกหลานที่กำลังศึกษาเล่าเรียนรู้สนใจ เรื่อง ศิลปินพื้นบ้าน เพราะจะทำให้ เสียเวลาเรียน แม้จะสนใจไปมันก็แค่นั้น ประกอบกับ เด็กๆ และเยาวชนเอง ส่วนใหญ่ก็ไม่สนใจอยู่แล้วด้วย เพราะมันไม่สามารถที่จะยึดเป็นอาชีพได้ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าคณะ หรือเป็นผู้แสดง หรือเป็นลูกคู่ ฯลฯ ดังที่เห็นๆ กันอยู่ว่า รายได้ไม่แน่นอน ส่วนใหญ่จะว่างงาน เอ๊ะ... เศรษฐกิจมันครอบงำกำกับความรู้สึกนึกคิดของคน ให้มีวิถีชีวิตไปคนละทางกับบรรพบุรุษ โดยการทำลายล้างทางจิตวิญญาณของบรรพบุรุษให้ออกจากชีวิตได้ถึงเพียงนี้ บรรพบุรุษที่เป็นชาวพุทธ มียุทธศาสตร์ และ นโยบายในทางจิตวิญญาณว่า นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ อะนาคะเต กาเล คือ ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้เป็นปัจจัยไปนิพพานในอนาคต ไม่ว่าจะทำทางไหน (ทางมโนทำ-กรรม วจีทำ-กรรม และกายทำ-กรรม) นิพพาน ชาวไทยพุทธในปัจจุบันดูเหมือนจะขำๆ กับคำนี้ เห็นเป็นของสูงเกินไป แต่ชาวไทยมุสลิมกลับคุ้นชินกับคำว่า อัลลอว์ หรือ พระเจ้า ซึ่งมีความหมายเดียวกัน แม้จะคนละภาษา ศิลปินพื้นบ้านจะเป็นปัจจัยไปนิพพานในอนาคตได้อย่างไร ศ.นพ. ฉะนั้น ถ้าใครไม่มี จิต ที่จะไปให้ถึงสิ่งที่สูงสุดคือถึง นิพพาน ก็คือ คนที่ไม่มีจิตวิญญาณ คำว่า จิตวิญญาณ คำเดิมคือคำว่า มะโน ที่แปลว่า ใจ เมื่อ ใจ จะไปให้ถึง นิพพาน จะไปกันได้อย่างไร ซึ่งคนรุ่นก่อนเขาได้เรียนรู้แล้วว่า ปล่อยให้ใจล่องลอยไปเองนั้นไม่ได้! เพราะมันจะล่องลอยไปตามกระแสลมเพลมพัด (กระแสโลกาภิวัตน์) เขาจึงสร้าง ศาสนา ขึ้นให้เป็น ยานพาหนะของใจคน ไว้สำหรับขับเคลื่อนชีวิตไปให้ไกลๆ จากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย ไปสู่ความผ่องใส คือ นิพพาน
ฉะนั้น ทุกศาสนาจึงเป็นยานพาหนะของใจคน อาจจะเห็นเป็นยานเล็กและยานใหญ่ดังในศาสนาพุทธที่มีทั้ง มหายาน และ หินยาน (ในศาสนาอื่นก็เช่นกัน แต่ภาษาเรียกจะแตกต่างกัน) ไม่ว่าจะเป็นยานใหญ่ หรือ ยานเล็ก โดยสรุป ศาสนาก็คือยานพาหนะของใจคน ที่จะขับเคลื่อนชีวิตไปให้ไกลๆ จากความหมองไปสู่ความผ่องใสจะทำทางไหน (ทางมโนทำ-กรรม วจีทำ-กรรม และกายทำ-กรรม)ือ ทำทุกสิ่งทุกอย่างนหัวหน้าคณะ เช่น ที่ว่า ขับเคลื่อนชีวิต ก็เพราะ เรื่องจิตวิญญาณเป็นเรื่องที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงกับอีกสามมิติ ทั้งมิติทางกาย ทางจิต และทางสังคม จึงกล่าวได้ว่า ขับเคลื่อนชีวิต เนื่องจากมันเชื่อมติดกันไปหมด (ศ.นพ. ศิลปินพื้นบ้านไทยเป็นจารีตพื้นบ้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศาสนา ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอบายมุข ดัง วิธีคิด วิธีทำ ของคนนอกรีตหลายๆ คนในปัจจุบัน เมื่อใจคนมียานพาหนะที่จะขับเคลื่อนชีวิตไปให้ไกลๆ จากความหมองไปสู่ความผ่องใสแล้ว แต่ถ้าไม่มีจังหวะที่หลากหลาย ยานใจของคนก็คงจะขับเคลื่อนไปได้เพียงบางคนเท่านั้น จังหวะ เป็นเรื่องของพลัง บรรดายานยนต์กลไกทั้งหลาย จะขับเคลื่อนไปได้จะต้องอาศัยจังหวะ ถ้าไม่ใช่ 2 จังหวะ ก็ต้อง 4 จังหวะ (ยานยนต์ สร้างขึ้นมาโดยเลียนแบบ ยานใจของคน เพราะยานใจของคน มีมาก่อน (ศาสนาเกิดขึ้นก่อนเครื่องยนต์) |
| << | ตุลาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |