พิมพ์หน้านี้
|
คำร้องขอต่อมโนสำนึกของพลเมืองไทยทุกคน ด้วยความเคารพและความหวัง สภาพัฒนาการเมือง ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๑ โดยที่สังคมไทยในวันนี้มีความขัดแย้งแบ่งฝ่ายอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดความเกลียดชังซึ่งกันและกันระหว่างคนไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน ความแตกแยกร้าวลึกเกิดขึ้นกับคนในองค์กรและสถาบันหลักของชาติและสังคม ลุกลามไปทั่ว จนแม้คนในครอบครัวเดียวกันก็ขัดแย้งแบ่งฝ่ายกัน จนถึงขั้นเสียเลือดเนื้อและชีวิตมาแล้ว และน่าเชื่อว่าจะมีการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงในอนาคตอันใกล้ หากไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่จะระงับยับยั้งปัญหาดังกล่าว หากความหายนะดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ประเทศชาติและประชาชนก็จะเป็นผู้แพ้และสูญเสีย การเยียวยาให้สังคมฟื้นคืนสภาพเข้าสู่สันติ อาจต้องใช้เวลายาวนาน ดังนั้น ความรู้สึกหวาดวิตกกังวลจนกลายเป็นความเครียด และความกลัว จึงแผ่ขยายไปในหมู่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ที่รักสันติและอหิงสาอย่างไม่เคยมีมาก่อน ด้วยเหตุดังนี้ สภาพัฒนาการเมืองซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ และประกอบด้วยพลเมืองทุกภาคส่วนของสังคมซึ่งมาจากผู้แทนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ๗๖ จังหวัด ผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม ๑๖ คน ผู้แทนพรรคการเมืองทุกพรรคที่มี ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร ๗ คน ผู้แทนพรรคการเมืองที่ไม่มี ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร ๒ คน ผู้แทนซึ่งมาจากประธานคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ๒ คน ผู้แทนนักวิชาการ ๑๐ คน และผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ อาทิ เลขาธิการ กกต. เลขาธิการ ปปช. เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้อำนวยการ พอช. ฯลฯ รวมจำนวนทั้งสิ้น ๑๒๐ คน จึงเห็นว่า ในฐานะพลเมืองไทยที่เกิดและอาศัยแผ่นดินนี้ และโดยที่เรามีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๖(๔)(ค) ที่จะส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี เราทั้งหลายไม่อาจนิ่งดูดายปล่อยให้ความหายนะที่คาดหมายได้ เกิดขึ้นต่อหน้าโดยมิได้ทำการใดๆ อันได้ชื่อว่ามีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง สภาพัฒนาการเมืองจึงมีมติร้องขอต่อมโนสำนึกของพลเมืองไทยทุกผู้ทุกคน ดังนี้ ๑. ขอให้ทุกฝ่ายหยุดกระทำการอันอาจก่อให้เกิดความรุนแรงและเสียเลือดเนื้อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ๒. การชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ ณ ที่ใดที่หนึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของ พลเมืองที่รัฐธรรมนูญรับรอง แต่สภาพัฒนาการเมืองร้องขอต่อผู้ชุมนุมทุกกลุ่มทุกฝ่ายให้ชุมนุมโดยสงบอยู่ในที่ตั้ง หากมีการเคลื่อนขบวนก็ต้องเคลื่อนโดยสงบและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและปะทะกัน อันจะนำไปสู่ความสูญเสียของทุกฝ่าย ๓. ขอให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติปฏิบัติหน้าที่ของตนตามกฎหมายโดยไม่ใช้ความรุนแรงในการป้องกันมิให้ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายเกิดการปะทะกัน หากเกิดการปะทะเสียเลือดเนื้อกันขึ้น เราในฐานะพลเมืองถือว่ารัฐบาลผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจหน้าที่ จะต้องรับผิดชอบทั้งทางจริยธรรมและกฎหมายต่อพลเมืองทั้งชาติ ๔. ขอเรียกร้องให้รัฐบาล ฝ่ายค้าน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ส่งบุคคลที่ฝ่ายตนยอมรับมาร่วมกันสานเสวนา เพื่อหาทางออกให้ประเทศและประชาชนส่วนใหญ่ โดยสภาพัฒนาการเมืองพร้อมที่จะประสานงานให้บุคคลที่เป็นที่ยอมรับนับถือของสังคมเป็นศูนย์กลางของการสานเสวนานั้น ๕. สภาพัฒนาการเมืองร้องขอให้พลเมืองไทยทุกคนผู้รักสันติ นิสิต นักศึกษา พ่อค้าประชาชน เยาวชน มหาวิทยาลัยทุกแห่ง โรงเรียนทุกโรงเรียน องค์กรวิชาชีพและอาชีพทุกองค์กร องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐทุกหน่วย บริษัท สมาคม มูลนิธิ และองค์กรทุกองค์กรที่เห็นด้วยกับคำร้องขอและแนวทางที่สภาพัฒนาการเมืองเสนอ ได้โปรดสนับสนุนแนวทางดังกล่าวข้างต้นด้วยการ ออกแถลงการณ์ ให้สัมภาษณ์ ชักชวนบุคคลในองค์กรและผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันให้ร่วมแสดงออกซึ่งการสนับสนุนแนวทางสันติดังกล่าว เช่น การใช้ป้ายข้อความ ยุติความรุนแรง แสวงสันติด้วยการสานเสวนา ปิดที่ยานพาหนะ หรือหน่วยงาน ร้านค้าและบ้านเรือน และขอให้ยานพาหนะเปิดไฟหน้าในเวลากลางวัน ทั้งนี้อย่างน้อย ๑ สัปดาห์ หรือวิธีการสันติอื่นจนกว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งรับที่จะมาร่วมสานเสวนาหาทางออกให้ประเทศไทยอย่างจริงจัง สภาพัฒนาการเมืองเชื่อว่า แม้จะมีความขัดแย้งกัน แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งต่างก็รักชาติและประชาชน และการสานเสวนาด้วยสันติธรรมร่วมกันเท่านั้นที่จะเป็นทางออกของความแตกต่างทางความคิด ในขณะที่ความรุนแรงและการปะทะกันเป็นทางตันของการแก้ปัญหาบ้านเมือง สภาพัฒนาการเมืองมั่นใจว่า หากพลเมืองไทยร่วมใจ การเมืองไทยก็จะเข้มแข็ง การแสดงออกเพื่อสนับสนุนแนวทางที่สภาพัฒนาการเมืองเสนอด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งของพลเมืองไทยทุกคน จะทำให้เหตุร้ายกลายเป็นดี และเป็นการยืนยันว่า แม้พลเมืองจะไม่มีอำนาจ แต่พลเมืองที่รวมกันทุกคนย่อมมีพลังอันยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์ความสงบและสันติได้ |
| << | ตุลาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |