พิมพ์หน้านี้
|
สตรีต้นแบบ นักบริหาร อมรา ลีละวัฒน์ โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรัง หนังสือพิมพ์ฅนตรัง ฉบับต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้ตีพิมพ์ข่าวของคุณ เพื่อให้สังคมจังหวัดตรังได้รู้จักกับคุณ ดิฉันเกิดในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองพอดี มีคุณพ่อรับราชการอยู่ต่างจังหวัด ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี สมัยนั้นการเลี้ยงลูกก็อบอุ่น แม่อยู่บ้านเลี้ยงลูก ทุกอย่างก็จะซึมซับสิ่งดีๆ จากคุณพ่อ คุณแม่ ต่างจากตอนนี้ ที่พ่อแม่ต้องออกจากบ้านไปทำงาน การถ่ายทอดแบบเดิมมันซึมซับได้มากกว่า ฝังแน่นกว่า ส่วนโรงพยาบาลวัฒนแพทย์นั้น ดิฉันซึ่งเป็นพยาบาล และคุณหมอ (นายแพทย์วิทยา) ย้ายมาเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลตรัง ในปี 2499 โดยเป็นการย้ายมาจากโรงพยาบาลราชวิถี ทำงานได้ 1 ปี ก็ได้เปิดคลินิก และจากการเปิดคลินิกปรากฏว่ามีผู้ป่วยเยอะมาก คุณหมอก็เลยตัดสินใจลาออกเพราะไม่ต้องการเบียดเบียนเวลาของราชการ จากคลินิกเล็กๆ ก็ได้ขยายมาเป็นโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ หรือที่ชาวบ้านเขาเรียกจนติดปากว่า บ้านหมอวิทย์ เมื่อปี 2505 จากที่เคยรับผู้ป่วยใน เพียง 10 เตียง มีหมอเพียงคนเดียว แต่ผู้ป่วยก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงต้องเพิ่มหมอและขยายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ไม่ได้เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกของจังหวัดตรัง ตอนนั้นก็มีโรงพยาบาลตรังชาตะเป็นโรงบาลเอกชนอยู่ก่อนแล้ว การบริหารงานของเราเป็นแบบพี่น้องกินอยู่ด้วยกันตลอด ส่วนการพัฒนาโรงพยาบาลก็มาจากการที่คนตรังพูดต่อๆ กันไปแบบปากต่อปากว่า มาที่เราแล้วรักษาหาย ก็ได้ไปบอกคนอื่นต่อ หลังจากที่ประสบความสำเร็จทางด้านโรงพยาบาล ก็ได้ไปลงทุนในเรื่องของภาคเกษตร นั่นก็คือการทำสวนยางพารา สาเหตุที่เลือกทำสวนยางพาราเพราะคิดว่าเป็นการลงทุนที่ไม่เป็นการเสี่ยงเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับการทำธุรกิจด้านอื่น ส่วนงานด้านสังคมก็เริ่มจากเข้าไปเป็นสมาชิกเหล่ากาชาด ต่อมาก็เป็นผู้พิพากษาสบทบ ศาลคดีเยาวชนและครอบครัว ต่อมาเป็นประธานผู้พิพากษาสมทบ จนปัจจุบันนี้เขาให้เป็นที่ปรึกษา จากการที่เราทำงานโรงพยาบาลก็เลยมีส่วนช่วยเหลือบรรดาเยาวชนไปเยอะ เพราะเยาวชนที่มีปัญหามักจะเกิดมาจากปัญหาครอบครัวแตกแยก นอกจากนั้นก็มีส่วนเข้าไปบูรณะวัดพระงาม ซึ่งเป็นงานในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา เพราะวัดพระงามเป็นวัดที่อยู่ใกล้บ้าน ที่ผ่านมาก็ไม่มีพระเลย เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองตรัง ทราบมาว่าเป็นวัดที่ 2 ของจังหวัดตรัง โดยได้เข้าไปจัดการทอดกฐิน จนปัจจุบันวัดก็มีความพร้อมในหลายๆ ด้าน งานทางด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนานั้นก็ได้เข้าไปเป็นสมาชิกของพุทธสมาคมด้วย วิธีการปฏิบัติตนมาโดยตลอด ก็คือการยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยเรา ซึ่งก็ได้นำมาปฏิบัติกันในโรงพยาบาล คือเมื่อเจอกันอย่างแรกที่ต้องปฏิบัติก็คือการไหว้ ทุกคนในโรงพยาบาลเมื่อเจอกันก็ต้องสวัสดีด้วยการไหว้กัน เราอยู่โรงพยาบาล ทุกคนที่มาหาเราย่อมมีความทุกข์ ดังนั้นเราก็ต้องมีพรหมวิหารสี่ เขาเข้ามาเราก็ต้องไปทักทายเขา จับต้องเขา ช่วยให้เขาพ้นจากการป่วยไข้ หรือว่าหากมันหนักเกินที่จะรักษาเราก็ต้องปลอบประโลมเขา |
| << | ตุลาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |