| เตะบอลให้ได้บุญ...สนับสนุนเด็กดอยให้ได้เรียน | ||
ภาพบรรยากาศกิจกรรมฟุตบอลการกุศล วันที่21 กย.51 สนามพรรษกาล ซ.ลาดพร้าว101 |
||
|
View All |
||
| เพลง นักสู้ตีนเปล่า / ศุ บุญเลี้ยง | ||
เหมาะกับบรรยากาศฟุตบอล3เส้ายิ่งนัก |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
พิมพ์หน้านี้
เรื่องเล่า..จากเพลงเพลง..เขาพระวิหาร...- อินโดจีน( เพื่ออรรถรสในการอ่านข้อมูล..แนะนำเปิดเพลงนี้ที่อยู่ใน VDO Clip พร้อมอ่านข้อมูล..ไปด้วยนะครับ...)
* เขาพระวิหาร ทางขึ้นต้องผ่าน ด่านศรีสะเกษ ศรีสะฝรั่งเรียกว่าเฮด ศรีสะเกษติดกับเขมร คนไทยหรือคนเขมร ต่างก็มองเห็น ตั้งอยู่บนหน้าผา ปราสาทเขาพระวิหาร ยิ่งใหญ่โอฬาร ตั้งอยู่บนหน้าผา ปราสาทหินมหึมา มรดกล้ำค่าของบรรพชน ดนตรี : ....................................................... นกกาบินมาบินไป ได้พักอาศัยร่มไม้ชายคา แขกไปไทยมา ได้เห็นคุณค่าของความงดงาม ปราสาทเขาเขาพระวิหาร เยี่ยมเฆมตระง่านค้ำฟ้าสีคราม ใครเห็นใครก็ไถ่ถาม ชื่นชมความงามอยากรู้ความเป็นมา ซอนซานสมเด็จสีหนุ สาธุ สาธุ อย่ายิงปืนมา เขียวสัมพันธ์ถึงท่านฮุนเซ็น ได้โปรดยกเว้น อย่ายิงปืนมา มรดกทางประวัติศาสตร์ มนุษย์ทุกชาติต้องช่วยกันรักษา ลูกหลานได้รู้ความเป็นมา มรดกล้ำค่า ของบรรพชน ................................( ซ้ำ * )................................... ดนตรี :.................................................................... ซอนซาน ลูสะเด็กสีหนุ สาธุ สาธุ กะไมแบ็ง กำหรือโม เขียวสมพร น่องท่านฮุนเซ็น ซมพองเนอ กะไมแบ็ง กาหรือโม มรดกน็องประวัติเจียด มนึทุกเชีนด ร่วมขะเมียดรักษา โกนกะเม็ก เด็กเรืองเกิดโม ระเบาะเมียนราคา แมะเอามองปะโอน .....................................( ซ้ำ * )..............................................
เพลงนี้ แต่งโดยน้าทวีศักดิ์ สุทาวัน (น้าวี อินโดจีน) ชาว อ. ราษีไศล จ. ศรีสะเกษ
ซึ่งต้นฉบับเดิมน้าแดง อินโดจีนเป็นคนร้องเอาไว้... วงอินโดจีนห่างวงการไป 15 ปี กลับมาอีกครั้งในปลายปี 2549 ในชุดอินโดจีนคัมแบ็คมีเพลง เขาพระวิหาร ในเวอร์ชั่นน้ำเสียงนักร้องคนใหม่ด้วย ...ผมเคยคุยกับน้าบวด วิชัย นราไพบูลย์ มือเบสยุคแรกของอินโดจีน นานมาแล้ว ถึงเบื้องหลังมิวสิควีดีโอเพลง เขาพระวิหาร เมื่อครั้งอยู่กับค่าย RS ว่า...สนุกสนานมาก ผู้กำกับเพลงนี้บอกว่ามีลูกเล่นมากมายให้เล่น เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้กำกับยิ่งนัก... (เนื้อเพลงฉบับนี้..เป็นฉบับดั้งเดิม...ครับ มีภาษาเขมร..ร่วมด้วย..)
ภาพจากธนบัตร(รูปบน)
ศรีสะเกษ (ศก.)
มีสวนสมเด็จ เขตดงลำดวน หลากล้วนวัฒนธรรม เลิศล้ำสามัคคี"
ผมพึ่งไปเขาพระวิหารเมื่อวันเสาร์ที่28 กค.2550 มา ... สนใจข้อมูลเพิ่มเติม..เลยค้นหาและนำมาฝากทุกๆท่าน ครับ (จากลูกหลานชาวศรีสะเกษ โดยตรงครับ.. ที่มีความเสียดายอย่างยิ่ง..ครับ...)
@ ปราสาทเขาพระวิหาร (เขมร: เทวาลัยหรือปราสาทหินแห่งแรกในบริเวณนี้ สร้างขึ้นเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9 ทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะ อย่างไรก็ตาม ซากปรักหักพังของเทวาลัยที่เหลืออยู่ มีอายุตั้งแต่สมัยเกาะแกร์ ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 10 ครั้นเมื่อนครหลวงของอาณาจักรขอมอยู่ใกล้ เมื่ออยู่ที่นครวัด นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบบางประการในรูปแบบศิลปะของปราสาทบันทายศรี แต่โครงสร้างส่วนใหญ่ของปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และ สุริยวรมันที่ 2 ในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 11 และศตวรรษที่ 12 ตามลำดับ @ เดิมปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในเขตการปกครองของประเทศไทย ขึ้น @ (ค.ศ.1899,ร.ศ.-118 เมื่อ พ.ศ. 2442) พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ได้ทรงค้นพบ พระองค์ได้จารึก ร.ศ. และพระนามไว้ที่บริเวณชะง่อนผา @ อันเนื่องมาจากสนธิสัญญาที่ประเทศไทยทำกับฝรั่งเศสเมื่อปี 2447 (ค.ศ.1904) ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ฝรั่งเศสได้เขียนแผนที่ขีดเส้นพรมแดนขึ้น และจากเส้นแบ่งพรมแดนนั้น ปราสาทเขาพระวิหารจะอยู่ในอาณาเขตของไทย แต่เมื่อมีการทำสนธิสัญญาเพิ่มเติมในปี 2450 ก็มีการกำหนดเขตแดนขึ้นใหม่อีก คราวนี้ทำให้ปราสาทเขาพระวิหารต้องตกไปอยู่ในอาณาเขตของกัมพูชา แต่ไทยก็ไม่ได้ทักท้วงแต่ประการใด เพราะจำเป็นต้องยอมทำตามมหาอำนาจฝรั่งเศสในขณะนั้น จึงเท่ากับเป็นการยอมรับไปโดยปริยาย @ ต่อมา เกิดสงครามเรียกร้องดินแดนระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในปี 2483 สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ทำให้ไทยได้ดินแดน 4 จังหวัด คือ ไชยบุรี จำปาศักดิ์ เสียมราฐ และพระตะบอง มาจากกัมพูชา ปราสาทเขาพระวิหารก็อยู่ในเขตดินแดนที่ไทยได้มาในยุคปลุกกระแสชาตินิยมครั้งนั้นด้วย @ แต่ภายหลังเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยจำเป็นต้องปรับสภาพตัวเองไม่ให้เป็นผู้แพ้สงครามตามญี่ปุ่น จึงต้องยอมยกดินแดนที่ได้มาทั้ง 4 จังหวัดนั้นให้กับฝรั่งเศสไป @จนเมื่อฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามอินโดจีนเมื่อปี 2497 ไทยจึงได้ส่งทหารเข้าไปครอบครองพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศรองรับ @ ปี 2502 เจ้านโรดม สีหนุ กษัตริย์กัมพูชา ยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2502 ว่าประเทศไทยรุกล้ำอธิปไตยกัมพูชา @ ซึ่งวันนั้นทำให้ คนไทยเริ่มรู้จักเขาพระวิหารเป็นครั้งแรก และยังช่วยกันบริจาคเงินคนละ 1 บาท เป็นค่าใช้จ่ายให้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นำคณะทนายความไปต่อสู้ในศาลโลก @ กระทั่งวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice) ศาลโลกกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ไตร่สวน 73 ครั้ง ในระยะ 3 ปี ก็ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา และท้ายที่สุดก็ตกเป็นของกัมพูชาด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 เสียง โดยใช้หลักการจากสนธิสัญญาปีค.ศ.1907ตรงกับสมัย ร.5 ที่ฝั่งเศสได้ขีดพรมแดนให้เขาพระวิหารอยู่อินโดจีน การกำหนดพรหมแดนดังกล่าว รัฐบาลสยามในสมัยนั้น ได้ยอมรับไปโดยปริยายโดยมิได้มีการท้วงติงดังนั้น การนิ่งเฉยก็เท่ากับเป็นการยอมรับ หรือ " กฏหมายปิดปาก "นั่นเอง @ หลักฐานอย่างหนึ่งที่เขมรนำมาเป็นหลักฐานสำคัญ.... ...ดังเช่น..เมื่อครั้งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพในสมัยที่ดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรีในสมัย ร. 7 เมื่อปี พ.ศ.2472 ที่เสด็จตรวจโบราณวัตถุสถานมณฑลนครราชสีมา (ลาวกลาง)ได้เสด็จไปยังเขาพระวิหารด้วยและก็ได้ทรงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ข้าราชการอาณานิคมของฝรั่งเศส ซึ่งก็ได้มาถวายการต้อนรับอย่างเป็นทางการ มีการประดับธงทิวฝรั่งเศสเหนือปราสาทนั้น และมีการถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานพร้อมมีสมุดให้ลงนามว่าพระองค์ได้เสด็จขึ้นเขาฯ จริง หลักฐานทั้ง 2 อย่างนี้ก็ได้กลายเป็นหลักฐานอย่างดีที่เขมรจะนำมาใช้ในการต่อสู้กับไทยในปี 2505 ว่า..... ...สยามยอมรับว่าเขาพระวิหารขึ้นอยู่กับอธิปไตยของอีกฟากหนึ่งของพรมแดน... @ ผลการตัดสินของศาลโลก มีข้อกำหนด 3 ประการ คือ
@ แต่หลังจากนั้นไม่นาน กัมพูชาเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นภายในประเทศ ปราสาทหินแห่งนี้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมเป็นช่วงสั้นๆ ในปี พ.ศ. 2535 แต่ปีต่อมาก็ถูกเขมรแดงเข้าครอบครอง จากนั้นก็เปิดอีกครั้งจากฝั่งประเทศไทย เมื่อปลายปี พ.ศ. 2541 และเมื่อ พ.ศ. 2546 กัมพูชาก็ได้ตัดถนนเข้าไปจนสำเร็จสมบูรณ์หลังจากรอคอยเป็นเวลาช้านาน แต่ก็มีการงดอนุญาตให้เข้าเป็นระยะโดยมิได้กำหนดล่วงหน้า @ หนังสือพิมพ์ของเยอรมันยุคนั้นบางฉบับเขียนไว้ว่า..รัฐบาลฝรั่งเศสหาผลงานให้รัฐบาลเพื่อหาเสียง จึงหาเรื่องโยงใยฟ้องเขาพระวิหารของประเทศไทย...เพื่อเป็นผลงานของรัฐบาล...เขาว่าอย่างนั้น... @ ..เรามาเริ่มลุย..เดินทางสู่เขาพระวิหาร..กันเลยครับ..
เสียค่าเข้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร คนไทย 20บาทค่ารถยนต์ส่วนบุคคล30บาทฝรั่งน่าจะ 400 บาท
เส้นทางขึ้นเขาพระวิหาร..8 กม. พบกลุ่มวัวตามเส้นทางครับ...
ทางจากผามออีแดง ลงไปดูภาพสลักนูนต่ำ
ภาพสลักนูนต่ำ1500ปี คาดว่าช่างฝึกฝีมือก่อนไปสลักจริงที่เขาพระวิหาร
อีกมุมหนึ่ง ต้องปิดประตูไว้ เพราะเป็นหน้าผา อันตราย
เขาพระวิหาร...มุมมองจากฝั่งไทย (ผามออีแดง)มองจากบริเวณเสาธง
เสาธงประวัติศาสตร์ที่เอามาจากหน้าผาเขาพระวิหาร เมื่อครั้งเสียให้เขมร ทางเรายกมาโดยไม่เอาธงลงจากยอดเสา ปัจจุบันอยู่ที่ยอดเขาผามออีแดง ฝั่งไทย
เสียค่าด่านออกชายแดนตรงนี้คนละ 5 บาท..ครับ
เดินเท้าไปอีก 1.5กม.
หมดทางยางมะตอย ก็ทางดินทางหินไปอีก
ประตูเหล็กแบ่งเขตไทย-เขมรมีลำห้วยเล็กๆ/ ฝ่ายเขมรบอกว่าแบ่งเขตพรมแดนตรงนี้/ แต่ฝ่ายไทยบอกตรงตีนบันไดทางขึ้นโน้น ตามมติ 2 ประเทศที่ทำความตกลงกันเป็นเขตแบ่งพรมแดน ...แต่ยังตกลงกันยังไม่ได้ ณ ปัจจุบัน..... ..สมัยนายกทักษิณก็เกือบมีการเจรจากัน..แต่มาโดนคาร์บอมซะก่อนเลยยกเลิกการเดินทางมาที่เขาพระวิหาร
เสียค่าขึ้นเขาพระวิหารของเขมรคนไทยคนละ 50 บาท ฝรั่งไม่แน่ใจ200 บาท หรือเปล่า
ตรงนี้แหละที่ฝ่ายไทยว่าเป็นเขตแบ่งชายแดน (ห่างจากประตูเหล็กประมาณ 100 - 200 เมตร)
...แต่รูปนี้..ช่างบ่งบอกว่าอดีตแบ่งกันตรงขั้นบรรได ..แล้วไงถึงไปอยู่ตรงห้วยน้ำนั้น @ ปราสาทเขาพระวิหารมีความยาวประมาณ 800 เมตร ตามแนวเหนือใต้ และส่วนใหญ่เป็นทางเข้ายาว และบันไดสูงถึงยอดเขา จนถึงส่วนปราสาทประธาน ซึ่งอยู่ที่ยอดเขาทางใต้สุดของปราสาท (สูง 120 เมตรจากปลายตอนเหนือสุดของปราสาท และ 525 จากพื้นราบของกัมพูชา) แต่โครงสร้างปราสาทแห่งนี้ก็ยังแตกต่างอย่างมากจาก สถาปัตยกรรมปราสาทหินของหินโดยทั่วไปที่พบในพระนคร เพื่อจำลองเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่ประทับของเทพเจ้า ตามคติความเชื่อของฮินดู @ ทางเข้าสู่ปราสาทประธานนั้น มีโคปะรุคั่นอยู่ 5 ชั้น (ปกติจะนับจากชั้นในออกมา ดังนั้นโคปุระชั้นที่ 5 จึงเป็นส่วนที่ผู้เข้าชมจะพบเป็นส่วนแรก) โคปุระแต่ละชั้นก่อนถึงลานด้านหน้า จะผ่านบันไดหลายขั้น โคปุระแต่ละชั้นจึงเปลี่ยนระดับความสูงทีละช่วง นอกจากนี้โคปะรุยังบังมิให้ผู้ชมเห็นส่วนถัดไปของปราสาท จนกว่าจะผ่านทะลุแต่ละช่วงไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถแลเห็นโครงสร้างปราสาททั้งหมดจากมุมใดมุมหนึ่งได้
มุมมองจากข้างบนมองลงข้างล่าง
@ โคปุระชั้นที่ 5 เดินเท้าขึ้นทางบันได 1 เป็นบันไดหินมีลักษณะค่อน
ทางเดินจากโคปุระที่5ไปสู่โคปุระที่4
@ สำหรับโคปุระชั้นที่ 4 เป็นศิลปะสมัยหลัง คือ แคลง/บาปวน และมีหน้าบันด้านนอกทางทิศใต้ ถือเป็น "หนึ่งในผลงานชิ้นเอกอุของปราสาทเขาพระวิหาร" (Freeman, p. 162): เป็นภาพสลักการกวนเกษียรสมุทร
@ สำหรับโคปุระชั้นที่ 3 นั้นมีขนาดใหญ่สุด และขนาบด้วยห้องสองห้อง ตัวปราสาทประธานนั้นสามารถผ่านเข้าไปทางลานด้าน
@ โคปุระที่ชั้นที่2 (ปราสาทหลังที่ 1) โคปุระชั้นที่ 2ลัง
มีรูปปั้นกษัตริย์ของเขมรให้กราบไว้บูชาในห้อง โคปุระ ที่
@ โคปุระ ชั้นที่ 1 (ปราสาทหลังที่ 2) โคปุระชั้นที่ 1 หลังนี้ผุพังมาก
บริเวณหน้าผาที่มองเห็นเขมรเมืองต่ำอยู่ด้านล่าง มุมมองลงไปจากหน้าผา (เป้ยตาดี ) ว่า 118-สรรพสิทธิ เมื่อปี 2442 แต่ก่อนมีธงไตรรงค์ของไทยอยุ่ที่ บริเวณผาเป้ยตาดี ในปัจจุบันคงเหลือแต่ฐานไตรรงค์ .. .ส่วนเสาธงยกไปไว้ที่ยอดเขาผามออีแดง ที่ฝั่งไทยแล้ว ( ตามที่กล่าวไปแล้ว..ตอนต้น )
ปืนใหญ่นี้ชี้ไปยังประเทศไทย... @ รวมภาพศิลปะเขาพระวิหาร
@ สถานการณ์ปัจจุบัน ![]() รัฐบาลกัมพูชาได้ยื่นเรื่องต่อองค์การยูเนสโกอีก(ครั้งหนึ่ง หลังจากเคยมีการนำเสนอมาแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน)ในต้นปีนี้เพื่อขอจดทะเบียนจดทะเบียนเขาพระวิหาร แต่ถูกตีกลับออกมาเพื่อให้กัมพูชานำกลับไปทำแผนบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ใหม่ให้สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ของกัมพูชาที่เดินทางไปดำเนินการเรื่องนี้ในประเทศนิวซีแลนด์เมื่อเดือนที่แล้ว กล่าวว่า ยูเนสโกอาจจะรับเขาพระวิหารเข้าเป็นมรดกโลกได้ในปี 2551 โลกสมัยประชุมครั้งที่ 32 ที่ประเทศแคนาดาในปี 2551 สหรัฐประกาศให้การสนับสนุนให้รัฐบาลกัมพูชาจดทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยจะช่วยเหลือเต็มที่ ตั้งแต่การจัดเตรียมแผนการบริหารจัดการที่ยังไม่แล้วเสร็จ รวมทั้งช่วยฟื้นฟูบูรณะด้วย คณะผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ กำลังจะเดินทางเข้ากัมพูชาในเร็วๆ ![]() สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการเปิดให้เข้าชมปราสาทเขาพระวิหาร |