พิมพ์หน้านี้
|
สวนสัตว์โคราช ประสบความสำเร็จขยายพันธุ์นกกระจอกเทศได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องอาศัยตู้อบครั้งแรกของประเทศ ด้านสัตวแพทย์คาดว่าสภาวะโลกร้อนอาจเป็นใจทำให้อากาศเหมาะสมต่อการฟักไข่ นครราชสีมา ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า สวนสัตว์นครราชสีมา ได้ทำการเพาะพันธุ์นกกระจอกเทศแบบธรรมชาติ โดยให้แม่นกกกไข่เอง ในสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องนำไข่เข้าฟักที่ตู้อบได้สำเร็จ ได้ลูกนกกระจอกเทศมาเป็นสมาชิกสวนสัตว์เพิ่มอีก 2 ตัว ในสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงทุกอย่าง ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่คาดไม่ถึง เนื่องจากนกกระจอกเทศ เป็นสัตว์ที่มาจากทวีปแอฟริกา และที่ผ่านมาในประเทศไทย ยังไม่เคยปรากฏว่าสามารถเพาะพันธุ์นกกระจอกเทศโดยวิธีปล่อยตามธรรมชาติได้มาก่อน เนื่องจากว่าอุณหภูมิของประเทศไทยไม่เหมาะสมต่อการฟัก จึงต้องนำเข้าตู้ฟักไข่เพื่อปรับอุณภูมิให้เหมาะสม ซึ่งนับได้ว่าเป็นความสำเร็จครั้งแรกของประเทศที่สามารถทำการฟักไข่ตามธรรมชาติในสภาพกรงเลี้ยงเลยก็ว่าได้ นายสัตวแพทย์วิชิต กองคำ สัตแพทย์ประจำสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมา เริ่มนำนกกระจอกเทศ มาเลี้ยงเมื่อปี 2538 โดยเริ่มที่พ่อ-แม่พันธุ์ 4 ตัว อายุประมาณ 2 ปี และเริ่มได้ลูกตัวแรกเมื่อปี 2540 โดยการฟักในตู้ฟักไข่ที่อุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียส และที่ความชื้นสัมพัทธ์ 45 % ซึ่งที่ผ่านมาพอแม่นกออกไข่แล้ว เราจะนำส่วนหนึ่งมาฟักในตู้ฟัก และแบ่งอีกส่วนปล่อยให้พ่อ-แม่นกฟักเองตามธรรมชาติ เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาถึงวิถีการดำรงชีวิตของนกกระจอกเทศแก่ประชาชน และเป็นการคงพฤติกรรมธรรมชาติของนกกระจอกเทศไว้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีกรณีลูกนกเกิดจากพ่อแม่นกที่ฟักเองตามธรรมชาติ แต่เมื่อปลายปี 2550 ที่ผ่านมาแม่พันธุ์นกกระจอกเทศภายในสวนสัตว์ได้ จำนวน 10 ฟอง และทางเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยให้ พ่อ-แม่นกฟักเองตามธรรมชาติ จนกระทั่งในวันที่ 2 ก.พ.51 ที่ผ่านมา พ่อ-แม่นกได้ทำการฟักลูกนกออกมาเป็นตัวได้สำเร็จเป็นตัวแรก ต่อมาในวันที่ 4 ก.พ. ก็ฟักเพิ่มอีก 1 ตัว ถือว่าเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง ซึ่งสันนิษฐานว่า สภาวะโลกร้อนที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ อาจทำให้อุณหภูมิของประเทศไทย รวมถึงความชื้นสัมพัทธ์มีความเหมาะสมต่อการฟักไข่ของนกกระจอกเทศก็เป็นได้ นอกจากนี้เรายังได้รับรายงานว่าฟาร์มในจังหวัดพิจิตร ก็เกิดมีการฟักลูกนกกระจอกเทศได้เองเช่นเดียวกัน |