• กอร์ปศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ksabhavasu@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-27
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 18744
  • จำนวนผู้โหวต : 63
  • ส่ง msg :
korbsak
ขอแจมด้วยคน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/korbsak
วันอาทิตย์ ที่ 29 กรกฎาคม 2550
ค่าเงินดอลล่าร์...
Posted by กอร์ปศักดิ์ , ผู้อ่าน : 558 , 23:02:19 น.  
พิมพ์หน้านี้


 กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ www.korbsak.com

กล่าวกันว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากในขณะนี้เกิดจากเงินดอลล่าร์ที่ได้อ่อน

ค่าลงมามาก       คงไม่ผิดหรอกครับ ลองดูกราฟที่ผมดึงมาจากเว็บ economist.com

จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เงินดอลล่าร์ต่ำค่ากว่าทุกครั้งในรอบสิบปีที่ผ่านมา


เชี่ยวชาญให้เหตุผลไว้อย่างน่าสนใจว่า ช่วงไหนที่น้ำมันราคาแพง ค่าเงิน
ดอลล่าร์จะวิ่งสวนทาง คืออ่อนค่าลง สาเหตุเพราะคนอเมริกันใช้น้ำมันมากกว่าชาว
บ้านเขาทั้งหมด ส่วนพวกที่ขายน้ำมัน ได้เงินเป็นภูเขาเลากาเพราะราคาน้ำมันที่สูง
ก็มักจะนำเงินที่ได้ไปจับจ่ายใช้สอยโดยการนำเข้าสินค้าจากยุโรปมากกว่าซื้อจาก
อเมริกา เงินยูโรจึงมีแต่จะขยับขึ้นเมื่อเทียบกับดอลล่าร์
 

ถ้าเชื่อทฤษฎีนี้แปลว่าเงินบาทน่าจะแข็งต่อไป เพราะราคาน้ำมันไม่น่าจะ
ถูกลง และเงินดอลล่าร์คงจะอ่อนตัวต่อเนื่องไปอีก อีกผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ประเทศ
แถบเอเซียได้ตรึงค่าเงินของตัวเอง โดยการแทรกแซงเป็นผลให้มีดอลล่าร์สะสมไว้
มากมาย (รวมทั้งพี่ไทยของเราด้วย ) และชอบปล่อยข่าวอยู่เสมอว่าจะเปลี่ยนการถือ
ครองเงินสำรองที่เป็นดอลล่าร์ไปเป็นเงินสกุลอื่นแทน นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่
ทำให้ค่าของดอลล่าร์อ่อนตัวลง
 

สารพัดเหตุผลงัดกันขึ้นมาทำให้พวกอยากรู้อย่างผม ไม่ต้องหลับต้องนอน
นั่งอ่านกันแต่บทความบทวิเคราะห์ ด้วยความอยากรู้ ท้ายที่สุดบอกตัวเองว่า ฟังหูไว้หู
น่าจะดีกว่า ขอนินทานักเศรษฐศาสตร์หน่อยครับ หายากเหลือเกินที่จะมีความเห็น
ตรงกัน สู้วิศวะไม่ได้
!! 

วันนี้แบ็งก์ชาติของพวกเราเริ่มมีแนวความคิดว่าจะบริหารเงินสำรองที่มี
มากมายถึงกว่า 7 หมื่นล้านดอลล่าร์ หรือประมาณ 2.
4 ล้านล้านบาทได้อย่างไร
ที่เริ่มคิดเพราะตัวเลขขาดทุนสูงขึ้นทุกวัน ผมได้เคยแสดงความเห็นไว้แล้วว่าต้อง
รีบดำเนินการ ผ่านมา
3-4 เดือนแล้ว เพิ่งตีโจทย์แตก

ผมขอเสนอแนวความคิดแบบกล้าคิดกล้าทำอีกสักครั้ง สุดขั้วหน่อย ไม่ใช่
ผมฝันขึ้นมาเอง แต่ได้จากการหารือกับผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือหลายท่านด้วยกัน
 

ผมเสนอให้เราเลิกแนวคิดแทรกแซงค่าเงินครับ ( guardian of currency....
no more) เพราะเราจะไม่มีวันชนะ ทำไม่ได้แล้วในโลกปัจจุบัน เมื่อเราปล่อยให้
เงินไหลเข้าได้โดยอิสระ เราก็ต้องกล้าที่จะปล่อยให้เงินไหลออกได้โดยอิสระเช่น
กัน ถ้าเงินไหลออกมากกว่าไหลเข้า เพราะเราค้าขายไม่เก่ง เงินบาทก็จะอ่อน
แต่ถ้าเราค้าขายเก่ง ไปได้ดี เงินไหลเข้า มากกว่าเงินไหลออก บาทของเราก็จะแข็ง
ทุกอย่างปล่อยให้เป็นกลไกตามที่ควรจะเป็น จะแทรกแซงเฉพาะช่วงที่มีความ
ผันผวนผิดปกติเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น
 

ถ้ากล้าทำ แบ็งก์ชาติก็ไม่ต้องเสียเวลาไปวันหนึ่งๆ กับการแทรกแซงค่าเงิน
หรือกังวลกับการวางแผนการลงทุนเงินสำรองที่ได้มาจากการแทรกแซงและมีมาก
เกินความเป็นจริง แถมขาดทุนอย่างย่อยยับอีกต่างหาก ( ขาดทุนไปมูลค่าเท่ากับสร้าง
รถไฟใต้ดินได้สองสายแล้ว )

นักธุรกิจเองเมื่อทราบกติกาแล้ว เขาจะปรับตัวเองได้ ช่วงแรกรัฐอาจต้อง
ช่วยอย่างเต็มที่ไปก่อน หลังจากนั้นเขาก็จะเดินได้เอง วันนี้โลกแบน ธุรกิจไม่ได้
แข่งกันเฉพาะบ้านใกล้เรือนเคียงเท่านั้น ทุกคนจากทุกมุมโลกมีโอกาสในการค้า
การขายเท่าเทียมกันหมด พวกเราต้องเลิกเป็นลูกแหง่ได้แล้ว

พูดถึงเรื่องกล้าคิดกล้าทำ ชอบใจสมัยท่านนายกอานันท์ ท่านกล้าปล่อย
ให้มีการเปิดโรงเรียนต่างชาติอย่างเสรี วันนี้ผู้ปกครองที่มีฐานะ ดีอกดีใจไม่ต้อง
ส่งลูกไปเรียนไกล อยู่กันที่นี่แหละ เราจึงเห็นเด็กรุ่นใหม่ พูดสองภาษา ไทย
อังกฤษคล่องเท่ากัน ไม่ต้องไปถึงเมืองนอกเมืองนา เดินกันเต็มสยามสแควร์
ไปหมด ผลพวงไปไกลถึงบางมหาวิทยาลัยมีภาคภาษาอังกฤษแล้ว วันนั้นถ้าไม่มี
ท่านอานันท์ การศึกษาของเราก็คงไม่มีความทันสมัย อย่างที่เห็นกันทุกวันนี้
 

ทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับรัฐบาล ที่ต้องเริ่มก่อน วางกติกาให้ชัดเจน ช่วย
นักธุรกิจให้เขามีปัญหาในการทำธุรกิจน้อยที่สุด ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็น
ประโยชน์ในการลดต้นทุน วางโครงสร้างภาษีไม่ให้ยุ่งยาก ไม่ต้องถูกค่าน้ำร้อน
น้ำชาตอนนำสินค้าเข้าหรือส่งสินค้าออก ทำได้เท่านี้นักธุรกิจจะแฮปปี้กันถ้วน
หน้าและพร้อมที่จะลุยในเวทีตลาดโลกอย่างแน่นอน โดยไม่ต้องมัวพะวักพะวน
มากเกินไปว่าบาทควรจะอยู่ในระดับไหน ถามจริงเถอะ พวกที่เสนอว่าบาทควร
เป็น 35 หรือ 36 หรือ 34 นะ ท่านแน่ใจหรือ
!!


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28
longde วันที่ : 03/08/2007 เวลา : 15.09 น.
http://www.oknation.net/blog/longde

จริง ๆ แล้ว ภาคเอกชนของไทยก็ไม่อ่อนแอ เพียงแต่ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ จึงทำให้ประเทศไทยไม่เข้มแข็ง แต่ที่ผ่านมาเอกชนไทยมักจะวิ่งเต้นจ่ายสินบน ทุจริต ให้ภาครัฐสนับสนุนทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็น จึงทำให้ภาคเอกชนหลายแห่งอ่อนแอลงเรื่อย ๆ
ถ้าทุจริตให้น้อยลง...ประเทศก็คงไม่บอบช้ำแบบนี้
ความคิดเห็นที่ 27
นายหัวไทร วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 20.22 น.
http://www.oknation.net/blog/naiman

ค่าบาทแข็ง ดอลล่าร์อ่อน น้ำมันแพง
(เงาะ มังคุด กุ้ง ราคาอ่อนลง เช่นกัน)
ออ..ผมรู้จักวีระระดับหนึ่ง ระดับที่พอจะเข้าใจ
ความคิดเห็นที่ 26
N3BMW วันที่ : 01/08/2007 เวลา : 23.29 น.

So noted. Thank you.

It is indeed unfortunate regarding to the level of USD concentration within the reserve portfolio! Ideally, diversification of currencies mix is considering good risk exposure management. By holding a good balance mix of major currencies in this particular portfolio, in effect, reduce exposure by spreading the risk. If the law allow, when the timing is positive, the BOT can realize gain on the earning portion if required. Just imagine!

At this juncture, if the BOT elect to pursue this option, they will have to actively sorting out for right currencies mix as part of new reserve portfolio realignment. The ultimate goal is to achieve a balance mix of major currencies which less susceptible to currency volatility. In turn, minimize the risk exposure of currency value variation. Since the exchange rate of assorted currencies is dynamic in nature, naturally the portfolio must be actively managed as well.

I have commented previously regarding to the artificial intervention of a currency value, I do concur with your thought that it is counter productive and potentially damaging to one financial well being in today market environment with freely floating exchange rates! Due to a fact that there are too many uncontrollable variable factors at play!

Per your figures, a little more than one third is a part that has already been committed, thus liability. Which mean that almost two third can be refer to as an asset (how liquid is another question?). Again, if the law allow, proper evaluation to weight out various type of risks in order to satisfy a set of investment objective is vitally important.
Still, this particular portion, subject to current law interpretation, may possibly be additional capital to be invested elsewhere.

As you pointed out, there always be risks associate with investment, and if it worth while to assume those risks should we have better alternative option to pursue. It is a big question, isn’t it?

Yes, my training is in Economic, but my practice is in banking and financial services. I do enjoy reading your blog and hope to continue commenting on the subject matter you post. Thanks you krub.

ความคิดเห็นที่ 25
กอร์ปศักดิ์ วันที่ : 01/08/2007 เวลา : 19.09 น.
http://www.oknation.net/blog/korbsak

ผมไม่มีข้อมูลของเอสเอ็มอีมากพอ ตอบยาก
แต่ผมมีความเห็นว่า ภาครัฐต้องเป็นผู้อำนวยความสดวกเพื่อการประกอบการของเขาเป็นหลักสำคัญ อยากจะตั่งบริษัท ต้องทำได้เร็ว อยากจะเลิก ก็ต้องง่าย one stop service ต้องเป็นจริง ไม่ใช่เป็นเพียงราคาคุยเท่านั้น

ธุรกิจขนาดเล็กมีปัญหาด้านเงินทุน นอกจากจะหายากแล้วยังเสียดอกแพงอีกต่างหาก ขณะที่ธุรกิจใหญ่กู้โดยตรงจากตลาดเงินก็ยังได้

รัฐบาลเก่ามีโครงการดี แต่เวลาปฎิบัติกับทุจริต ปล่อยกู้เฉพาะพรรคพวก หนี้เสียบานตะเกียง

ไม่ว่าจะมีแนวคิดดีอย่างไร ต้องไม่มีทุจริตครับ ประเทศถึงจะไปรอด


ความคิดเห็นที่ 24
กอร์ปศักดิ์ วันที่ : 01/08/2007 เวลา : 18.54 น.
http://www.oknation.net/blog/korbsak

My response to opinion 23 & 21
Thanks, I was not careful enough!

Please note that the almost 80 billion dollars reserve that we hold at the moment are not totally from the trade surplus. BOT printed baht or eventually borrowed from the money market by issuing bonds to purchase dollars. I estimated the amount to be around 25 or more billion dollars.

They do need to take care of the reserve in term of what currencies they should invest in. At the moment , they are sitting in dollars. They need expert help but I do not agree with trying to invest in the similar fashion as China or Singapore. As I did mention earlier, the fund was not all from our trade surprus.
Wouldn't it be better not to waste time and money just to try to be guardian of currency in this unchartered water? We will never win anyway.

I bet you are an economist, aren't you? coz I am an engineer trying to be an economist!! LOL

Enjoy yout thought krab. Thanks.
ความคิดเห็นที่ 23
N3BMW วันที่ : 01/08/2007 เวลา : 15.28 น.

Please double check your opening statement!
ความคิดเห็นที่ 22
kamsia วันที่ : 01/08/2007 เวลา : 14.13 น.
http://www.oknation.net/blog/kamsia

ขอแก้ไขความคิดเห็นที่ 20

ตอนคีย์สับสนเล็กน้อยระหว่างบาทแข็ง บาทอ่อน

อ่านบทความของอาจารย์แล้ว แจ่มขึ้นเลยค่ะ ก็เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมเงินบาทแข็งขึ้น แต่น้ำมันยังแพงอยู่ และก็เคยตอบคำถามตัวเองว่า ถ้าค่าเงินบาทอ่อน ป่านนี้น้ำมันเบนซิล 95 คงลิตรละ 34-35 บาทมั้ง (คิดแบบสาวโรงงาน ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์)

เอ๊ะ...แล้วก็สงสัยต่อไปอีกว่า ค่าเงินบาทแข็งขึ้น ทำไมสินค้าแบรนเนม กาแฟสตาร์บัคส์ ยังขายราคาเท่าเดิม ทั้งๆที่ต้นทุนการนำเข้าน่าจะถูกลง
ความคิดเห็นที่ 21
N3BMW วันที่ : 01/08/2007 เวลา : 11.51 น.

From what my understanding, there is an underling law in place which stipulate of what you can and can not do with the reserve. It is a common knowledge that if a sum of money remains static, it is naturally susceptible to currency valuation, thus loss or gain in value. It is like the old timer who stash large amount of cash under his or her bed, not knowing that the money value worth more of less!

It is alarming to see the value of our reserve fluctuate in value shadowing currency direction, isn’t it? I am not certain of the percentage that the reserve holds in term of currency denominations. However, I am venturing to guess that it must be dominated by USD. If one do nothing with the reserve, the lost or gain will only be an accounting lost or gain (non-realized).Thus, no actual lost or gain so long the reserve maintains the position.

This is where one must be a little more careful to say in the news that we actually lost so and so THB. The picture can be distorted to the public! In most incident, if you exam it closely, the actual lost is much less than what has been published in the newspaper!

I do agree with the direction of thinking to capitalize on a potential earning of the static fund in the reserve with prudent venturing practices. Keep in mind though, once you start to move this fund, some of the lost or gain will become an actual lost or gain! I am certain that those who involve in the decision making will weight out this fact when they decide on what to do.

On the business operator front, amid these currency instability, the SME business who is engaging in export activities, there are SME lending packages to help alleviate immediate cash flow problem through governmental specialized financial institutions. However, effective managing one own business to weather relentless global competition is a paramount necessity to ensure growth and prosperity into the future! For a large and mature business, I am confident that they already have many strategies in their business plan.

Well, the economist can and can not agreed on a subject matter due to the fact that there are many different angles to view a picture, both large and small pictures (Macro and Micro) too! Thus, many translations! Isn’t it true in the field of engineering as well?

ความคิดเห็นที่ 20
kamsia วันที่ : 01/08/2007 เวลา : 11.13 น.
http://www.oknation.net/blog/kamsia

อ่านบทความของอาจารย์แล้ว แจ่มขึ้นเลยค่ะ ก็เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมเงินบาทอ่อนลง แต่น้ำมันยังแพงอยู่ และก็เคยตอบคำถามตัวเองว่า ถ้าค่าเงินแข็ง ป่านนี้น้ำมันเบนซิล 95 คงลิตรละ 34-35 บาท มั้ง (คิดแบบสาวโรงงาน ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์)

สำหรับเรื่องผู้ประกอบการไทยเห็นด้วยว่าควรมีการปรับตัวอย่างยิ่ง ควรคำนึงถึงคุณภาพในสินค้ามากขึ้น เพราะเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ถ้าจะแข่งเรื่องราคาก็คงสู้ประเทศจีนไม่ได้แน่ และควรมีทัศนคติที่ดีต่อการเพิ่มผลผลิต
ซึ่งหลายบริษัทก็มีแนวคิดและวิธีการลดต้นทุนต่างๆ (แต่ไม่ลดคุณภาพนะคะ) และก็มีอีกหลายบริษัทยังเพิกเฉย คิดว่าตัวเองเจ๋งตลอด

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ เป็นความรู้นอกตำรา
ความคิดเห็นที่ 19
อาจารย์เกรียง วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 15.09 น.
http://www.oknation.net/blog/CheetangruayExtra
Best Regards, A. Grienksak O.

เคยฟังอาจารย์กอร์ปศักดิ์บรรยายครั้งหนึ่งนานแล้ว ประทับใจ ตอนนี้ กระผมอยากเรียนถามอาจารย์ครับว่า ทำไมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยยังน้อยรายที่จะเป็นนักรบไปลุยทุกที่ในโลก ไม่เหมือนกับผู้ประกอบการญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้เอสเอ็มอีไทยกลัวมากกว่ากล้าครับ
Best Regards,
A. Grienksak O.

ความคิดเห็นที่ 18
chronomist วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 10.50 น.
http://www.oknation.net/blog/prompzy

มาช่วยกันโหวตออกประชามติขับ จรัล ดิษฐาภิชัย
ออกจากตำแหน่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/prompzy/2007/07/31/entry-2

ความคิดเห็นที่ 17
เมธา วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 10.40 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

นารถ_บูรพา ความเห็นที่ 13
อึดอัดสัมภาษณ์ รมต.คลังไม่ได้ดั่งใจใช่ไหมล่ะ
ความคิดเห็นที่ 16
กอร์ปศักดิ์ วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 09.33 น.
http://www.oknation.net/blog/korbsak

เห็นด้วยกับความเห็นที่ 13 ครับ แต่ต้องชัดเจน ไม่นานเกินไป ตัวอย่างเรื่องของสถาบันประกันเงินฝาก พูดกันมาเกือบ 10 ปีแล้ว มีปัญหาที ก็พูดกันที แบบไทยๆเราละครับ
ความคิดเห็นที่ 15
Jui วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 07.18 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

ผมว่ากฎหมายของเมืองไทยยังไม่พร้อมที่จะรองรับเสรีขนาดนั้นนะครับ ปชปเคยทำมาโดยเปิดเสรีการเงินแต่ยุคต่อมาไม่มีใครสานต่อเลยกลายเป็นวิกฤตต้มยำกุ้ง
ความคิดเห็นที่ 14
ทิวสน วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 23.37 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ผมชอบงานเขียนของคุณกอร์ปศักดิ์ และงานเขียนของ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ครับ
เขียนเรื่องหนักๆ ให้อ่านเข้าใจง่าย
เป็นอีกหนึ่งแหล่งเพิ่มภูมิปัญญาครับ
ความคิดเห็นที่ 13
นารถ_บูรพา วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 20.55 น.
http://www.oknation.net/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

ต้องออกตัวก่อนนะครับว่าความรู้น้อย

แต่มีคำถามอยากให้อธิบายหน่อยครับว่า...
การจะปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบเสรี...เราพร้อมแค่ไหน? (ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยนะครับ เพียงแต่ตั้งคำถาม) ธุรกิจเราปรับตัวกันหรือยัง? คือไม่ได้อยากเห็นรัฐบาลเอาแต่อุ้มภาคธุรกิจทั้งปีทั้งชาติ เพราะผมก็มองว่ามันไม่ยั่งยืน แต่หากเราจะลอยตัวเสรี กลไกการปรับตัว ผมว่าสำคัญครับ ต้องเป็นยุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจน มีเงื่อนเวลาชัดเจน กี่ปี?

ส่วนการแทรกแซงก็ค่อยๆ ลดไปเรื่อยๆ หลังจากนั้นถ้าธุรกิจไหนยังปรับตัวไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นเพราะเขาด้อยคุณภาพในการพัฒนาตัวเองแล้วล่ะครับ

แต่วันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่ ต้องยอมรับครับว่า เหมือนเด็กไม่ยอมโต เพราะที่ผ่านมาเคยแบมือก็ได้ตลอด ร้องงอแงก็ได้ตลอด

ครับ...เรากำลังรอการผลักดันอย่างจริงจังครับ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ขอแค่จริงใจครับ
ความคิดเห็นที่ 12
อาจารย์เกรียง วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 20.21 น.
http://www.oknation.net/blog/CheetangruayExtra
Best Regards, A. Grienksak O.

แวะมาทักทายครับ
ความคิดเห็นที่ 11
กอร์ปศักดิ์ วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 20.17 น.
http://www.oknation.net/blog/korbsak

ตอบความเห็นที่ 2 ครับ

ถ้าปชป.ได้รับเสียงสนับสนุนพอจัดตั่งรัฐบาลได้ ต้องแก้ไขกฎหมายทันทีโดยให้มีผู้ว่าการที่อายุเกิน 60 ได้ ปัจจุบัน60ปีถือว่าอายุเกิน ทำให้คนเก่ง ประสบการณ์มาก ไม่มีโอกาส เหลือให้เลือกได้เฉพาะลุกหม้อ ไม่กี่คน ถ้าเกิน60ปี มีสิทธิ คนเก่งและมากด้วยประสบการณ์จะมีโอกาสได้รับเลือก

การเมืองควรอยู่ห่างนโยบายการเงิน เพราะนักการเมืองมักต้องตัดสินใจโดยคำนึงถึงคะแนนนิยมมากเกินไป การเมืองต้องหาคนที่เก่งที่สุดมารับผิดชอบ มาเป็นผู้ว่าการและให้อิสระในการทำงานให้มากที่สุด

ความเห็นส่วนตัวแล้วเราปล่อยบาทตามกลไกตลาดไม่ได้เสมอไปหรอกครับ แต่ต้องฉลาดพอที่จะแทรกแซงเพื่อให้เราได้เปรียบคู่แข่งอย่างแนบเนียนครับ
ความคิดเห็นที่ 10
ล่างฟานหวิน วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 18.28 น.
http://www.oknation.net/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '

ข้อเขียน อาจารย์ ผมอ่านหลายรอบเลยครับ อ่านเพลินดี
เป็นความรุ้ ที่เข้าใจง่ายดีครับ เป็นข้อเสนอ ที่เฉียบขาด ตรงไปตรงมา มีข้อมูล เหตุผลรองรับ แต่ทางผุ้บริหาร ธปท. จะเชื่อหรือไม่ รู้ เพราะที อาจคิดว่าการเชื่อ ข้อเสนอ อาจเป็นการเสียเครดิต ก็ได้นะครับ(ฮา)

ผมอ่านข้อเสนอ ของอาจารย์ ผมว่าเป็นข้อเสนอ ที่สมดุล ดีนะครับ ปล่อยให้เงิน ไหลเข้า - ออกเสรี ตามกลไก
ค้าขาย ส่งต่างประเทศไม่เก่ง ก็ต้องยอมรับการว่า ความสามารถความรู้ไม่ถึง แต่ผมว่า พ่อค้าไทย ส่วนใหญ่ค้าขายเก่ง สุดยอดครับ เพียงแต่ อย่างว่า นะครับ เสียค่า น้ำชง น้ำชา น้ำร้อน เยอะไป บางครั้ง ทำให้ต้นทุน แพงไป ไม่เลยผุ้ไม่ไหว หรือ เล่นกีดกัน เปิดให้โอกาศ ให้เฉพาะพรรคพวก ได้ สิทธิพิเศษ (เบี่ยทางมี ทุกระดับในประเทศเป็นปัญใหญ๋ ที่แก้ยากพอสมควร เพราะฝังรากมานาน มี แบบทั้ง เสนอและสนอง ผมว่า บางทีเป็นปัญหา ทางกฏหมายไทย ที่ให้อำนาจ ดุยพินิจ เจ้าหน้าที มากเกิน จึงอาศัยช่องว่าง ตรงนี้ หาเงินใส่กระเป๋าตนเองกันครับ)

การแซงแทรง ค่าเงินบาท ของรัฐบาล ผมว่าเห็นว่าเสี่ยงเกินไป เพราะมองอีกทีเหมือนเป็นการเล่นการพนัน ฝ่ายหนึ่งทุ่มแทงมา ฝ่ายรัฐเป็นเจ้ามือ ก็มีโอกาส เสียหมดตัว ซึงต้องดู ใครกล้าทุ่มมากกว่ากัน และใครสายป่าน ยาวกว่า แต่อย่างว่าแหละครับ ผมว่า ไทย สายป่านไม่ยาว พอครับ ทองสำรองต่างประเทศ(ทอง ของ หลวงตา มหาบัว ที่ บริจาค ให้คลังเป็นเงินสำรอง ช่วงนั้นจำได้ ก็ เงินนะครับ ป่านนี้ ไม่แน่ใจว่า ตอนนี้ หมดตัวไปแล้วหรือยังไม่รู้)

อาจารย์ยกตัวอย่างถึงผุ้บริหาร ต้องกล้าตัดสินใจ เห็นด้วยจริงครับ เพราะคิดว่า บนโต๊ะผุ้บริหาร นั้น การประชุม การให้ ข้อมูล วิเคราะห์ ต่างๆ คงเยอะ เต็มไปหมดนะครับ เพียงแต่ กล้า ที่จะ กดปากกา ลายเซ็น ลงไป เท่านั้นเอง ครับ

ความคิดเห็นที่ 9
เด็กชายก้อง วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 15.14 น.
http://www.oknation.net/blog/jezt
หัวใจมีเหตุผลของมันเองที่สมองไม่มีวันจะเข้าใจ

ตามมาอ่านอย่างเดียวครับ
ไม่มีความเห็นมาร่วมถก
เพราะผมไม่เชี่ยวชาญเรื่องค่าเงิน
สงสัยทีไรก็ถามพี่กอร์ปศักดิ์ไปทุกที
ความคิดเห็นที่ 8
ลูกบัว วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 13.16 น.
http://www.oknation.net/blog/HappyToFly
HappyToFly By ลูกบัว @ แอร์ฯ ไทยในสายการบินต่างชาติ...

ติดตามเรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
ใบไม้สีฟ้า วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 11.59 น.
http://www.oknation.net/blog/politicsseed
ชีวิตฉัน คือ ''การเมือง''

ติดตามอ่านบทความของคุณอา ทุกๆบทความค่ะ...

เห็นด้วยนะคะสำหรับบทความนี้... แต่ต้องทำความเข้าใจหน้าดูเลยค่ะ สำหรับเด็กแบบหนู แหะๆ
ความคิดเห็นที่ 6
sat11 วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 11.39 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11

มีคนเสนอแต่ไม่มีคนสนองค่ะ...หลากหลายทฤษฎีเหลือเกิน...
ความคิดเห็นที่ 5
ดร.ส้ม วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 08.38 น.
http://www.oknation.net/blog/sudtida


"รัฐบาล ที่ต้องเริ่มก่อน วางกติกาให้ชัดเจน ช่วย
นักธุรกิจให้เขามีปัญหาในการทำธุรกิจน้อยที่สุด ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ในการลดต้นทุน วางโครงสร้างภาษีไม่ให้ยุ่งยาก ไม่ต้องถูกค่าน้ำร้อน
น้ำชาตอนนำสินค้าเข้าหรือส่งสินค้าออก นักธุรกิจเองเมื่อทราบกติกาแล้ว เขาจะปรับตัวเองได้...ต้องเลิกเป็นลูกแหง่ได้แล้ว... พร้อมที่จะลุยในเวทีตลาดโลกโดยไม่ต้องมัวพะวักพะวนมากเกินไปว่าบาทควรจะอยู่ในระดับไหน ถามจริงเถอะ พวกที่เสนอว่าบาทควร เป็น 35 หรือ 36 หรือ 34 นะ ท่านแน่ใจหรือ"

ชอบค่ะ ถูกใจ สนับสนุนๆๆ

ความคิดเห็นที่ 4
คนว่างงาน วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 00.18 น.
http://www.oknation.net/blog/Cantona

ตามมาติดตามอ่านบทความของคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 3
อาคม วันที่ : 29/07/2007 เวลา : 23.42 น.
http://www.oknation.net/blog/akom

ติดตามบทความของท่านอยู่ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
mister_art วันที่ : 29/07/2007 เวลา : 23.37 น.
http://www.oknation.net/blog/art
ชีวิตคือการเดินทาง จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ความรักคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต


ปริบทของเรื่องที่ทำให้เรื่องค่าเงินเป็นที่ถกเถียงกันขณะนี้ ก็คือมันเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นในภาคธุรกิจที่แท้จริงเกิดขึ้นแล้ว อย่างในกรณีโรงงานสิ่งทอขนาดใหญ่ที่ต้องปิดโรงงานไปเมื่อเร็วๆนี้

เมือ่เกิดเรื่องเช่นนี้มาเลยทำให้มีแรงกดดัน รัฐบาล และแบงค์ชาติจึงไม่สามารถอยู่เฉยได้

ถ้าคุณกอร์ปศักดิ์เป็นรัฐบาล หรือผู้บริหารแบงค์ชาติคงจะบอกประชาชนว่าต้องปล่อยค่าเงินให้เป็นไปตามกลไกตลาดไม่ได้มั้งครับ ?

ถ้าคุณกอร์ปศักดิ์เป็นรัฐบาลจะทำอย่างไร?
ความคิดเห็นที่ 1
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 29/07/2007 เวลา : 23.05 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

มาติดตามอ่านค่ะท่าน
ต้องอ่านหลายรอบนะค่ะ
เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
................................

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31