• กอร์ปศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ksabhavasu@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-27
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 31247
  • จำนวนผู้โหวต : 83
  • ส่ง msg :
korbsak
ขอแจมด้วยคน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/korbsak
วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม 2550
ปัญหาของชาวบ้าน ข้าวของแพง ไม่มีงานทำ
Posted by กอร์ปศักดิ์ , ผู้อ่าน : 239 , 21:26:12 น.  
พิมพ์หน้านี้


           ปัญหาของชาวบ้าน    ของแพง  ไม่มีงานทำ

อ่านพาดหัวข่าวของสื่อเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม กันดูครับ     โพสต์   ทูเดย์   ....  ฉลองภพเบรกปชป. เลิก 30% วุ่นแน่     ส่วนของเว็บไซด์ ไทยรัฐ ....... เหน็บ ปชป.ผลีผลามเลิกสำรอง  30 %  

แปลความได้ว่า    นโยบายเศรษฐกิจของพรรคปชป.    ในส่วนที่เกี่ยวกับการยกเลิกมาตรการสุดโหดที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อควบคุมการไหลเข้าของเงินลงทุนจากต่างประเทศนั้น   ท่านรัฐมนตรีเตือนว่าต้องระมัดระวัง    ท่านไม่เห็นด้วย

ถ้าไม่ใช่ช่วงของการแข่งขันทางการเมือง   เรื่องอย่างนี้พรรคการเมืองต้องฟังและนำเหตุผลมาพิจารณา     แต่ในขณะนี้เป็นช่วงการหาเสียง   ความเห็นของรัฐมนตรีที่มีต่อนโยบายพรรคการเมือง  กลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน    ต้องระมัดระวัง  ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม

ผมไม่มีทางเลือก  ไม่อยากจะทะเลาะกับรัฐมนตรีหรอก    แต่ต้องชี้แจงที่มาที่ไปของนโยบาย   ไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิด    ผมได้ชี้แจงไปอย่างนี้ครับ:

ปัญหาที่รุมเร้าพี่น้องประชาชนในขณะนี้คือปัญหาที่ของกินของใช้แพงขึ้นทุกวัน แถมด้วยปัญหาการว่างงาน   เรียนจบมาก็หางานทำยากเต็มที  นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้นำเสนอเป็นแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว  ทั้งปัญหาการว่างงานและปัญหาค่าครองชีพของประชาชน

            ปัญหาการว่างงาน  :  ขณะนี้การลงทุนในประเทศและจากต่างประเทศหยุดชะงัก   ไม่ใช่เพราะปัญหาทางการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว     แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่นักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยเฉพาะนโยบายการควบคุมการไหลเข้าของเงินลงทุนจากต่างประเทศ    เราไม่เคยเห็นด้วยกับการใช้มาตรการทางการเงินที่รุนแรง เพื่อควบคุมการไหลเข้าของเงิน (มาตรการ 30 %)   และถือว่าเป็นการแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง   ที่คิดไม่ครบ และขาดความรอบคอบ         ธปท. ออกประกาศมาตรการเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549   และต้องมาแก้ไขประกาศอีกภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง   เป็นการทำงานที่ผิดพลาด   ทำให้ประเทศไทยสูญเสียความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างไม่เคยมีมาก่อน     เมื่อไม่มีการลงทุน   ก็ไม่มีการจ้างงานใหม่เพิ่ม 

            พรรคประชาธิปัตย์ต้องการแก้ปัญหา         ต้องการเรียกความเชื่อมั่นในการลงทุนให้กลับมาโดยเร็ว  การประกาศยกเลิกมาตรการ 30 %   เป็นการแสดงจุดยืนของนโยบายที่สนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศอย่างชัดเจน    เราเชื่อมั่นว่า    การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาท ให้อยู่ในระดับที่เอื้อประโยชน์และสนับสนุนผู้ส่งออก   ยังสามารถใช้มาตรการอื่นที่เหมาะสมกว่าได้ 

            ความจริงท่านรัฐมนตรีฉลองภพ  ขณะที่นั่งเป็นประธานทีดีอาร์ไอ  ก่อนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ก็ได้เคยแสดงความเห็นไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2549   เป็นความเห็นที่ไม่ได้ต่างไปจากของพรรคประชาธิปัตย์    ท่านได้เคยกล่าวไว้ว่าท่านไม่เห็นด้วยกับมาตรการสกัดการเก็งกำไรค่าเงินของธปท. ท่านรัฐมนตรียังได้นำคำกล่าวของ อาจารย์ป๋วยที่ได้เคยสอนไว้ว่า นโยบายการเงินเป็นเครื่องมือที่รุนแรง ดังนั้นหากออกมาตรการที่แรงไป ผลกระทบก็จะรุนแรงตามไปด้วย     วันนี้ท่านเข้ามาเป็นรัฐมนตรี   ท่านเปลี่ยนแนวความคิดจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง     จะด้วยเหตุผลใด  ไม่เคยชี้แจงให้สาธารณชนทราบ

            ปัญหาราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น  :   วันนี้อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีเอาใจใส่กับปัญหาค่าครองชีพ   ถ้าไม่สามารถที่จะเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน   อย่างน้อยก็ควรที่จะหาทางช่วยเหลือในการหามาตรการเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย  ต้องเร่งดูแลหาทางแก้ไขปัญหาโดยเร็ว   ตัวอย่างง่ายๆเช่น   ราคาน้ำ้มันที่รัฐบาลเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน    น้ำมันดีเซลเก็บลิตรละ   1.50  บาท และน้ำมันเบนซินเก็บลิตรละ 3.70 – 4.00 บาทนั้น  เพื่อไปใช้หนี้กองทุนน้ำมัน     รัฐบาลควรนำมาพิจารณาโดยเร็วว่า   จะหยุดเก็บชั่วคราวดีหรือไม่โดยเฉพาะส่วนของน้ำมันนำมันดีเซลและก๊าซโซฮอลล์     อย่างน้อยถ้ารัฐบาลจะหยุดเก็บเงินส่วนนี้ชั่วคราวในยามยาก   ในยามที่ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นมาสูงเป็นประวัติการณ์  ถ้าทำได้ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก  

            ปรับลดราคาน้ำมันโดยยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนบางส่วนเป็นการชั่วคราว  จะช่วยลดแรงกดดันที่ผู้ประกอบการ  ผู้ผลิตสินค้า  กำลังจะผลักภาระค่าใช้จ่ายในการประกอบการที่ปรับตัวสูงขึ้น   ไปให้ประชาชน  ผมเชื่อว่าท่านเหล่านั้นไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน  แต่ท่านก็ไม่มีทางเลือก   ผมขอให้รัฐบาลคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนก่อนสิ่งอื่นใด  หลังเลือกตั้ง   ถ้าปชป.ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอ    จัดตั้งรัฐบาลได้    จะยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันทันทีโดยเฉพาะในส่วนของนำมันดีเซลและก๊าซโซฮอลล์

            เตือนท่านรัฐมนตรีด้วยว่า    ท่านยังต้องระมัดระวังการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของพรรคการเมืองหลังมีพ.ร.ฎ. ประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง   เพราะท่านเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ  มาตรา 57 พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. สว.  ระบุไว้ว่าห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการใดๆเพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง    

           ผมแถลงข่าวไปอย่างนั้นครับเมื่อวันก่อน

            วันนี้เริ่มมีความเห็นเข้ามาหลากหลาย  ส่วนหนึ่งบอกว่ารัฐบาลไม่ควรแทรกแซงการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย   นโยบายที่พรรคประกาศไปนี้ไม่เหมาะสม   เป็นการแทรกแซงงานของธนาคารแห่งประเทศไทย     ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับว่านักการเมือง   กระทรวงการคลังต้องอยู่ห่างๆ   เมื่อเราพูดถึงนโยบายการเงิน ต้องปล่อยให้ธนาคารได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่   แต่การออกมาตรการเพื่อควบคุมการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศถือว่าเป็นเรื่องใหญ่   เพราะในอดีตเราเคยปล่อยให้ไหลเข้าได้โดยไม่มีการควบคุมและปล่อยให้นำออกในภายหลังได้ตามใจชอบ 

           มาตรการเข้ามาควบคุมจึงเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่ธนาคารจะรับผิดชอบเองได้ทั้งหมด   ใครเป็นรัฐบาลก็ควรจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย     จำกันได้ไหมครับ   อดีตรัฐมนตรีคลังที่เรารู้จักกันคุ้็นหูดีที่ชื่อหม่อมอุ๋ย   ท่านก็เป็นคนออกชี้แจงมาตรการดังกล่าวด้วยตนเองในขณะที่เป็นรัฐมนตรีคลังด้วยซ้ำ

          ส่วนเรื่องของแพงเพราะราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกวันนั้น  เป็นเรื่องแปลกที่รัฐบาลไม่เข้ามาแก้ไขปัญหา  ทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องยอมให้พ่อค้าปรับเพิ่มราคาสินค้า  ข้ออ้างคือน้ำมันราคาสูงขึ้น   เเท้ที่จริงราคาน้ำมันของเราเป็นราคาที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง    แพงกว่าที่ควรเป็นเพราะมีการบวกค่าต๋ง  บวกเงินเพิ่มเพื่อส่งเข้ากองทุนน้ำมัน   พูดง่ายๆว่ารัฐบาลลดได้แต่ไม่ทำ  ผมไม้ได้ขอให้ตรึงราคานะครับ   เพียงแต่ขอให้เป็นราคาจริง  ไม่มีการบวกค่าต๋งโดยเฉพาะกับดีเซล  ที่ถือว่าเป็นน้ำมันเศรษฐกิจ

  ข่าวแว่วๆว่าจะลดค่าต๋งลงบ้าง   เฉพาะน้ำมันไบโอดีเซลเท่านั้น  ก็ยังดีครับ   ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย 

 

  เกิดมาเป็นคนไทยนี่น่าสงสารจริงๆ!!  

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
เสรีชนคนธรรมดา วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 12.51 น.
http://www.oknation.net/blog/wewon

มันเป็นปัญหาคู่บ้านคู่เมืองมานานแล้ว
ความคิดเห็นที่ 7
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 23.00 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ขอแสดงความยินดีครับ วันนี้ได้ข่าวว่าคุณปิยะสวัสดิ์จะลดเงินสมทบกองทุนน้ำมัน40สตางค์ และสภาอุตสาหกรรมเสนอลดอีกหนึ่งบาท โดยเฉพาะตอนนี้ที่น้ำมันดิบจวนเจียนร้อยเหรียญต่อบาร์เรล
อยากจะเห็นเป็นการลดถาวร เพราะราคาน้ำมันดิบอาจไม่ยอมลงพักใหญ่ และไม่อยากให้เป็นการต๊ะไว้เหมือนครั้งก่อน ต้องมาตามใช้กันนานเลย (แปดหมื่นล้าน?)
จะเรียกอะไรก็ช่างสำหรับผมคือภาษี เพราะเก็บโดยรัฐ หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ใช่เศษสิบสตางค์ แต่ 2บาท (บวกของเก่าอีก2บาท?) จะแยกเป็นภาษีสรรพสามิต มูลค่าเพิ่ม(เห็นเพิ่มแต่ราคา ปริมาณเท่าเดิม) เงินสมทบกองทุนน้ำมัน ฯลฯ ผมนับรวมหมด ราว 10บาท/ลิตรเบนซิน
พบกันใหม่เมื่อน้ำมันเกินร้อย($) และมาม่าเกินสิบบาทครับ
ความคิดเห็นที่ 6
กอร์ปศักดิ์ วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 10.32 น.
http://www.oknation.net/blog/korbsak

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นที่ดีๆครับ
ความคิดเห็นที่ 5
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 07.23 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

เห็นด้วยกับคุณกอร์ปศักดิ์ครับ เพิ่งรู้จากบทความว่าเฮียหลองก็ไม่เห็นด้วยกับมาตรการฯ ก่อนเป็นรัฐมนตรี พอเข้าก็เปลี๊ยนไป๋... อะไรกันนี่ นักวิชาการก็เปลี่ยนสีได้เหรอ..
จะบอกให้ ความผิดพลาดคือญี่ปุ่นไม่ไว้ใจที่จะขยายการลงทุนในไทย ถึงขั้นออกมาขู่ว่าเขาจะย้ายฐานฯไปเวียดนาม พูดขนาดนี้แล้วยังทำเฉย เขาเลยขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้โครงการรถไฟฟ้า จาก 0.5% เป็น 1.75% ยังไม่เข้าใจอีก?
ที่จริง เซ็นสัญญาJTEPAไปแล้ว ทำตัวตกร่องปล่องชิ้นกับญี่ปุ่น เขาทุ่มสุดๆช่วยเรา คนของเราก็ไม่ตกงาน มัวแต่สอพลอมะกัน ที่ไม่เคยช่วยเราจริง ย้ายงานไปเมืองจีนเพียงเพื่อกดราคาสุดๆ โรงงานเรากระอักอยู่มิใช่หรือ?
ส่วนเรื่องน้ำมัน รัฐฯก็แสดงความเห็นแก่ตัว โดยเก็บภาษีสรรพสามิตจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เดิมเคยได้ลิตรละ3-4บาท เดี๋ยวนี้ได้ลิตรละ10บาท(ฟังปตท.) เรียกว่า"ตามน้ำ" แต่เป็นการซ้ำเติมประชาชนที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้นแล้ว
ทั้งที่รัฐฯไม่ได้คำนวณและวางแผนว่าจะได้เงินส่วนนี้เพิ่ม แต่ทำแบบพ่อค้าหรือพวกหาเช้ากินค่ำ ว่าหยิบฉวยอะไรได้ เอาไว้ก่อน แทนที่จะมองผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ(ซึ่งตกลงไปเรื่อยๆ)
น่าเสียดายคุณสมคิด ที่ถูกหม่อมเตะตัดขาก่อนลาออก เราเลยไม่มีใครกระตุ้นเศรษฐกิจ และจัดการกับแบ๊ดแบ็งค์...
ความคิดเห็นที่ 4
ปรัตยา วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 02.40 น.
http://www.oknation.net/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ผมชื่นชมคุณกอร์ปศักดิ์มาตลอดนะ ชอบแวะไปอ่านหาความรู้ที่เว็บคุณกอร์ปศักดิ์บ่อย ๆ น่าเสียดายที่ ปชป. ทำงานอ้างอิงระบบงานราชการมากไป ข้าราชการชงเรื่องมาอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น ขาดความสร้างสรรค์แบบคุณทักษิณ ถ้าผสมผสานสองแนวทางนี้เข้าด้วยกันได้ ผมว่ายอดไปเลยนะ อ้อ อีกอย่างผมไม่ชอบเลขาธิการพรรคคุณกอร์ปศักดิ์หนะ หัวหน้าพรรคก็ไม่น่าลุ้นเท่าไหร่ เมื่อไหร่จะถึงยุคพวกคุณกอร์ปศักดิ์ซะที รอนาน เบื่อหนะ


ความคิดเห็นที่ 3
ต้อง วันที่ : 30/10/2007 เวลา : 22.19 น.
http://www.oknation.net/blog/justthinking
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติมกันได้ทาง message นะครับ "Don't try to be nice,be yourself!"

นานๆขอโชว์ความทื่อของผมหน่อยนะครับ
สำหรับมาตรการ 30% หรือนโยบายการเงินต่างๆที่จะใช้เพื่อดูแลการหมุนเวียนของเงิน ผมคิดว่าเราก็ควรจะมีบ้างเพื่อป้องกันระบบการเงินของประเทศของเรา เพราะเราไม่ได้อยู่ในโลกเสรีจริง มันมีบางคนที่มีอิทธิพลเหนือบางคน ดังนั้นมาตรการต่างๆถ้าจำเป็นเราก็ควรจะมีเพื่อปกป้องตัวเราเอง เนื่องจากเราเป็นหน่วยเล็กๆในเศรษฐกิจโลกนี้ในขณะที่มีหน่วยใหญ่ๆ แต่อย่ามีจนการกลายเป็นอุปสรรคก็พอ แต่ปัญหามันไม่ใช่ตรงนั้นนะครับ ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น จะทำอะไรก็ได้แต่ต้องมีความแน่นอน ไม่ใช่บอกว่า จะมีมาตรการนั้นมาตรการนี้สักพักก็ยกเลิก สักพักก็มีใหม่ หากปล่อยให้คนคาดการณ์ได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร มันก็น่าจะดีนะครับ ผมว่าควรเลือกมาตรการที่ส่งผลดีที่สุด ไม่ใช่พอคนนี้โวยก็ต้องไปเอาใจ คนนั้นโวยก็ต้องไปเอาใจ มาตรการมันก็ไปๆมาๆหนะครับ
ส่วนเรื่องราคาสินค้า ผมว่าควรจะช่วยแน่นอนครับ เรื่องราคาน้ำมัน ค่าต๋งอะไรผมก็ไม่รู้หรอกนะครับ แต่เมื่อประชาชนเดือดร้อนก็ควรจะช่วยครับ แต่ว่าขอความกรุณาช่วยพัฒนาธุรกิจไทยหน่อยนะครับ ให้รู้จักวางแผน ไม่ใช่สร้างนิสัยให้คนไทยพอเดือดร้อนก็มาประท้วงขอความช่วยเหลือ พอตอนกำไรไม่เห็นเคยบ่นบ้างเลย(โอ๊ยผมกำไรเยอะมากครับ ช่วยมาเก็บภาษีผมเยอะๆหน่อย)
บริษัทส่งออกที่ผมรู้จัก ยังไม่มีแม้แต่การป้องกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินเลย future option คืออะไรยังไม่รู้เลย แล้วเรื่องราคาวัตถุดิบต่างๆ จะรู้ก็เมื่อทำสัญญาแล้วครับ ไม่เคยคาดการณ์ใดๆเลย
...
ขอโทษนะครับ แค่อยากแสดงความทื่อบ้างเล็กๆน้อยๆ เผื่อจะคมขึ้นบ้าง
...แอบชื่นชมคุณกอร์ปศักดิ์มานานแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 2
Thaihippy วันที่ : 30/10/2007 เวลา : 21.50 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

...ตรึงราคา มาม่า ไว้ให้ได้..

นายเม็ดฝุ่น เองครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 30/10/2007 เวลา : 21.39 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

จากมุมหนึ่งมุมใดในโลกนี้
ความคิดถึงกำลังเดินทางมาเคาะประตูบ้านคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31