• กอร์ปศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ksabhavasu@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-27
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 18644
  • จำนวนผู้โหวต : 63
  • ส่ง msg :
korbsak
ขอแจมด้วยคน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/korbsak
วันอังคาร ที่ 29 เมษายน 2551
ความทุกข์ของโลก ความทุกข์ของไทย
Posted by กอร์ปศักดิ์ , ผู้อ่าน : 480 , 08:45:33 น.  
พิมพ์หน้านี้


สงกรานต์ที่ผ่านมาผมซุกหัวนอนอยู่ที่ปายครับ   ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนแต่ยังดีกว่ากรุงเทพ  เพราะมีช่วงค่ำจนถึงเช้าตรู่ที่อากาศเย็นสบาย   นอนรับลมได้โดยไม่ต้องเปิดแอร์

สงกรานต์ปีนี้ปายเงียบเหงา  แต่ก็เป็นอย่างนี้เกือบทุกปี  เพียงแต่ปีนี้เงียบมากหน่อย   ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะกลัวควันไฟ     กลัวอากาศร้อน  ปีนี้คงสู้ราคาน้ำมันไม่ไหว หายหน้ากันไปหมดใครถามผมว่าเที่ยวปายช่วงไหนดีสุด  ผมก็จะบอกไปว่า  มาได้ตลอดปี  ยกเว้นเมษายน และ พฤษภาคม 

ผมได้ใช้เวลาที่มีอย่างเหลือเฟือเก็บตกหนังสือดีๆที่สะสมไว้  รวมทั้งอ่านบทความต่างๆบนเว็บยิ่งค้นคว้ามาก  อ่านมาก  หาความรู้ใส่ตัวมาก      ยิ่งเกิดความรู้สึกกังวลมาก     กลายเป็นความทุกข์ครับ ถ้าไม่ระบายออกมาเสียบ้างคงจะไม่ดีเป็นแน่

จึงขอแบ่งปันความทุกข์กันหน่อย    คงไม่เวอร์เกินไปที่จะบอกว่าผมเป็นห่วงอนาคตของโลกใบนี้ครับ

มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกเล็กๆใบนี้มีจำนวนมากขึ้นทุกปี     เชื่อว่ามีท่านผู้อ่านจำนวนไม่น้อย ( นับผมด้วยหนึ่งคน ) ที่ตอบไม่ได้ว่าปัจจุบันมีพวกเราอาศัยอยู่บนโลกใบนี้มากน้อยแค่ไหน       

ดูตัวเลขกันครับ

ปี ค.ศ. ๑๙๕๐ ประชากรของโลกมีจำนวน   ๒,๕๓๕ ล้านคน ผ่านมา ๕๐ ปี  ถึงปี ค.ศ.๒,๐๐๕   จำนวนประชากรเพิ่มเป็น ๖,๕๑๔ ล้านคน


ข้อมูลจาก  http://esa.un.org/unup/p2k0data.asp

ไม่น้อยทีเดียว      ผมลองมานั่งคิดดู      ตอนผมลืมตาดูโลกวันแรก ( ปี ค.ศ. ๑๙๔๙ )  ผมมีเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเพียง ๒.๕ พันล้าน   มาถึงวันนี้ ผมมีเพื่อนร่วมโลกมากกว่า ๖ พันล้านแล้ว   ถ้าเปรียบเทียบอย่างนี้แล้วทำให้เราเห็นภาพได้ชัดขึ้นว่าทำไมโลกเราทุกวันนี้จึงมีปัญหามากมาย  

๖ พันกว่าล้านคนที่อยู่บนโลกนี้มีการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน  ดูตัวเลขในเชิงลึกจะพบว่า  ๕๐ปีที่ผ่านมาประเทศที่มีอันจะกินมีประชากรเพิ่มขึ้นเพียง ๔๐๐ ล้านคน   ขณะที่ประเทศที่ยากจนมีประชากรเพิ่มถึง ๓.๕ พันล้านคน     คาดกันว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า ๒ พันล้านคน     รวมเป็น ๙ พันล้านคนภายในปี  ๒๕๕๐    ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ในประเทศที่ยากจนเป็นส่วนใหญ่

ความทุกข์ของโลกในวันนี้คือปัญหาสิ่งแวดล้อม      เกิดจากคน ๖ พันกว่าล้านนี่ละ ปัญหาที่กำลังติดอันดับคือโลกร้อน       กลายเป็นเรื่องที่พูดถึงกันมาก    ใครไม่รู้จักโลกร้อนกลายเป็นเชย   ไม่ทันสมัยเสียเลย  

ลองมาวิเคราะห์กันครับว่า ๖ พันกว่าล้านคน เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโลกร้อนหรือไม่   อย่างไร

ตัวการสำคัญที่สร้างปัญหาให้กับโลกร้อนคือ ก๊าซ CO2    และที่ผ่านมาในอดีตคน ๖ พันกว่าล้านคนก็ไม่ได้เป็นตัวการใหญ่ที่ทำให้เกิดก๊าซ CO2 ทั้งหมด    มีแต่เฉพาะกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้นที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซ CO2 มากที่สุด 

แต่วันนี้โลกเปลี่ยนไป   เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน   เกิดจากเทคโนโลยีระบบอินเตอร์เน็ต    โลกแคบลง  โลกเล็กลง  การค้าขายข้ามทวีป ข้ามโลก  ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ       ส่งผลให้ประเทศที่เตรียมตัวไว้ดีและมีความพร้อม เช่น จีน  อินเดีย บราซิล   สามารถพัฒนาประเทศให้ก้าวกระโดดไปข้างหน้า    ประเทศของเขาเจริญขึ้นได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนานหลายปี    ประชากรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น 

เดิมโลกร้อนขึ้นจากฝีมือของประเทศที่มีอันจะกิน  ประเทศในทวีปอเมริกาและยุโรป   วันนี้ประเทศที่กำลังพัฒนาเช่นจีนและอินเดียซึ่งมีพลเมืองรวมกันกว่า  ๒ พันล้าน กำลังก้าวกระโดด   พัฒนาประเทศไปสู่ความมั่งคั่ง   ได้ร่วมขบวนกับประเทศที่ร่ำรวย    ปล่อย CO2 เพิ่มขึ้นความทุกข์ของโลกจึงหนักหนาสาหัสมากขึ้นหลายเท่าตัว 

ตัวอย่างมีให้เห็นที่ประเทศจีนครับ 

จีนกำลังเร่งก่อสร้างโรงผลิตไฟฟ้าทั่วประเทศ   อัตราการขยายกำลังผลิตเทียบได้เท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด ๕๐๐ เมกะวัต สองโรงต่อ ๑ สัปดาห์    ภายในระยะเวลาหนึ่งปี  โรงงานเหล่านี้จะปล่อยก๊าซ CO2 เทียบได้กับกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศอังกฤษทั้งประเทศ     สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศคาดการว่าปัจจุบันนี้ จีนปล่อยก๊าซ CO2 ที่เกิดจาก fossil fuel ในแต่ละปีแซงหน้าสหรัฐแล้ว   สำนักงานได้แสดงความเห็นว่าประเทศจีนจะเป็นตัวเร่ง ทำให้ภาวะโลกร้อนเลวร้ายมากขึ้นในอนาคต

ยังมีอีกครับ    วันนี้คนจีนรวยขึ้น    สมัยก่อนโต๊ะจีนมีแต่เมนูที่เน้นผักเป็นหลัก  สมัยนี้เมนูบนโต๊ะจีนมีเนื้อ  มีหมูมากขึ้น     ประเทศจีนต้องนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลเป็นจำนวนมากเพื่อนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์       บราซิลอยากรวยเร็ว    เกษตรกรบุกทำลายป่าอเมซอน ขยายพื้นที่เพื่อนำมาใช้ทำไร่ถั่วเหลือง  การเผาป่า   ทำลายป่า  เป็นการเพิ่ม  CO2   ทับถมปัญหาโลกร้อนให้รุนแรงขึ้นไปอีก 

ยังไม่นับประเทศอินเดียที่กำลังไล่ตามจีนมาติดๆนะครับ

นั่นคือปัญหาของโลก     เป็นปัญหาที่จะเกิดขึ้น   หลีกเลี่ยงไม่ได้    ถ้ามนุษย์ไม่เปลี่ยนนิสัยการอาศัยอยู่ในโลกใบนี้

กลับมาดูเรื่องของมนุษย์เรากันเองบ้าง     พลังงานกลายเป็นส่วนสำคัญของการดำรงชีวิตและเมื่อประชากรกว่าสองพันล้าน  ( จีน บวก อินเดีย ) กำลังพัฒนาความเจริญไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า   นั่นหมายถึงความต้องการใช้พลังงานมากขึ้น

ราคาพลังงานถูกจึงเป็นเพียงเรื่องของอดีต

มนุษย์เรามักจะนึกว่าตนเองเก่ง     น้ำมันแพงก็รีบเสาะหาพลังงานทดแทน  ผลผลิตจากพืชไร่มีราคาขึ้นมาทันทีเพราะเทคโนโลยีใหม่สามารถนำผลผลิตจากพืชไร่กลายเป็นเชื้อเพลิงใช้เป็นพลังงานได้       นึกว่าจะแก้ปัญหาได้   กลายเป็นหนีเสือปะจระเข้    เมื่อพืชไร่ราคาปรับตัวสูงแบบไม่เคยมีมาก่อนกลายเป็นต้นเหตุทำให้อาหารหลักของมนุษย์ (ข้าว ) ราคาขึ้นตามอีกหลายเท่าตัว  ย้อนกลับมาเป็นความทุกข์ของมนุษย์  โดยเฉพาะคนจนของโลกนี้เป็นพันล้านคน   เดือดร้อนกันทั่วหน้า

แต่ข่าวดีก็พอมีครับ    ปัญหาของโลกที่กำลังทวีความรุนแรงอยู่นี้ไม่ได้ขาดผู้ที่พร้อมจะเข้ามาแก้ไข   นักวิทยาศาสตร์   วิศวกร   นักเศรษฐศาสตร์  ที่มีชื่อเสียงจากสถาบันทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกำลังหาแนวทางที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด     ไม่ใช่แก้อย่าง  แล้วไปกระทบอีกอย่าง

ตัวอย่างที่นำมาให้ดูกันคือความคิดที่ไม่เพียงจะพยายามลดการปล่อยก๊าซ  CO2 ออกไป   แต่จะใช้ขบวนการนำก๊าซมารวมกัน  และหาที่พักเก็บไว้ใต้ดิน   เข้าท่าดีครับ


ข้อมูลจาก   IPCC Special Report on Carbon dioxide Capture and Storage

ผมเล่ามาให้ฟังทั้งหมดถือว่าเป็นแบบฉบับจิ๋ว    ย่อกันสุดๆว่าโลกของเราและมนุษย์ที่อาศัยอยู่มีความทุกข์กันอย่างไร     ข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากหนังสือ   “ Common Wealth ”  โดย  Jeffrey Sachs ครับ

คนไทย ๖๐ กว่าล้านเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก     ย่อมหนีไม่พ้นความทุกข์เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมโลกทั้งหลาย  เพียงแต่อาจมีความหนัก ความเบา   ที่ต่างกัน

น่าสนใจมากเป็นพิเศษคือความเป็นประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร  ทำให้เกิดความรู้สึกว่า    พลังงานขาด   พลังงานแพง  เราผลิตพืชไร่ใช้ทดแทนได้    อาหารแพงเราก็ผลิตอาหารเองได้   

ดูเหมือนว่าทุกข์ของโลกอาจเป็นโอกาสทองของไทย  

แต่ทำไมคนไทยถึงมีความทุกข์

หรือว่าเรามีนิสัยที่ชอบแก้ตัว 

ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้มีข้อแก้ตัวอยู่สองประเด็นใหญ่

เริ่มต้นแก้ตัวว่า    ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้   เพราะเราไม่มีประชาธิปไตย  ต้องให้มีรัฐธรรมนูญต้องให้มีการเลือกตั้งก่อน

ต่อมาแก้ตัวว่า     ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้   ต้องแก้รัฐธรรมนูญใหม่  เศรษฐกิจจึงจะได้ดีขึ้น

อนาคตจะใกล้เข้าไปจนถึงจุดที่จะแก้ตัวว่า  

ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้      เพราะเราขาดนักการเมืองเก่งๆจากบ้านเลขที่ ๑๑๑ 
              
ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้      เพราะเราขาดผู้นำชื่อ ทักษิณ  ชินวัตร

ไม่นานเกินรอเราจะได้ยินข้อแก้ตัวที่ว่า   คืนเงินที่ยึดมา   ยกเลิกคดีทุกคดี   ประเทศจะได้เดินหน้าต่อได้

ความทุกข์ของคนไทยกลายเป็นเกิดขึ้นเพราะคนเพียงคนเดียว

จะเดินหน้าต่อไปอย่างไรกันดีครับ.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19
กฤษณกมล วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 12.13 น.
http://www.oknation.net/blog/benz
น้ำมันแพง...ต้องแก้ที่ "ตัวเราเอง"

ทุกคนช่วยกันจึงจะลดปัญหาต่างๆได้
ความคิดเห็นที่ 18
ทนายแต๊ก วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 15.00 น.
http://www.oknation.net/blog/thanyasak
thanyasak

๐ผมเป็นคนปักษ์ใต้ เลยมีพรรคพวกเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มากหน้าหลายตา บางท่านไม่ได้เป็นสมาชิก แต่ก็เป็นยิ่งกว่าสมาชิก คือเป็นแฟน “พันธุ์แท้”ของประชาธิปัตย์

นอกจากมีพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นสมาชิกพรรค และหลายคนเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพรรคเก่าแก่ที่ชื่อว่า "ประชาธิปัตย์" แล้ว นายหัวของผม ซึ่งผมฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์ฝึกวิชาว่าความให้ผม เป็นถึงรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือท่านวิทยา แก้วภราดัย อันเป็นที่เคารพรักของชาวเมืองคอน


ซึ่งปัจจุบันท่านรองวิทยา แก้วภราดัย ทำหน้าที่รัฐมนตรีเงาอยู่ด้วย


ย้อนหลังไปสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่รามคำแหง ประมาณ ปี2526-2530 ผมกับเพื่อนพ้องน้องพี่หลายคน เคยร่วมกิจกรรมในนาม "ยุวประชาธิปัตย์" และช่วยรณรงค์เลือกตั้งหลายครั้งหลายครา เดินเข้าออกพรรคนี้เป็นว่าเล่น


สมัยนั้น ที่ทำการพรรคยังคับแคบ รั้วที่ทำการอยู่ติดกันกับบ้านอดีตจอมพลท่านหนึ่ง ซึ่งเรืองอำนาจยุคก่อน 14 ตุลา 16 นั่นแหละ


ถ้าจะว่าไปแล้ว ผมก็แฟนพันธุ์แท้ของพรรคคนหนึ่งเช่นกัน


ฉะนั้นการแสดงความคิดเห็นใดของผมต่อไปนี้ มีหลักประกันว่า ไม่มีทางเลยที่จะมีอคติกับพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้แฟนพันธุ์แท้ ชนิด "หลับหู หลับตา เชียร์" อย่าได้ใส่ร้ายผม ว่ามี "อคติ" อย่างเด็ดขาด


เมื่อผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ย่อมไม่ชอบ “ไทยรักไทย “ “พลังประชาชน” และพรรคอื่นๆแทบทุกพรรค


ทีไม่ชอบ เพราะมีเหตุผลรวมๆหลายประการครับ เช่น.. พรรคการเมืองอื่นๆ ต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ ดังนี้ครับ..


1.เป็นพรรคเฉพาะกิจ เกิดมาเพราะบารมีของหัวหน้าพรรค และดับไปพร้อมความเสื่อมถอยของหัวหน้าพรรค แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยล้มหายตายจากไปพร้อมหัวหน้าพรรค มีบุคคลกรของพรรค รองรับภาระกิจมาโดยตลอด


2.เป็นพรรคของนายทุน ขุนศึก กล่าวคือพรรคอื่นๆ เกิดมารองรับนายทุน และขุนศึก ศักดินาที่จะมาเล่นการเมือง แต่พรรคประชาธิปัตย์ พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง คือไม่จำเป็นต้องเป็น “นายทุน” หรือ “ขุนศึก” ก็ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้บริหารพรรคได้ ดูท่านชวนเป็นตัวอย่าง พูดง่ายๆ พรรคประชาธิปัตย์ขับเคลื่อนด้วยนักการเมืองอาชีพ ส่วนกลุ่มทุนสนับสนุน ต้องอยู่ข้างหลัง ห้ามนำพรรคเด็ดขาด หากจะเข้ามาบ้าง ก็สามารถรักษาสัดส่วนนักการเมืองอาชีพเอาไว้ได้ มิให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป


3.พรรคการเมืองอื่นๆ สื่อสารกับสังคมไม่เก่ง ไม่เครียร์ ดูเสมือนไม่โปร่งใส แต่พรรคประชาธิปัตย์สื่อสารทางการเมืองได้ดีกว่า เมื่อพูดให้สังคมเข้าใจได้ จะผิดถูกอย่างไร ก็มิใช่เรื่องสำคัญ การสื่อสารที่มีเนื้อหาดี แต่อู้อี้ในลำคอจนสังคมฟังไม่รู้เรื่อง ก็ไม่มีประโยชน์ เช่น ท่านพลเอกเชาวลิตรฯ ท่านเป็นคนดี มีความคิดที่เป็นเลิศ แต่พูดกี่ครั้งๆ คนก็ไม่รู้เรื่อง แม้แต่ผมยังไม่ชอบฟังท่านพูดครับ ชอบอ่านที่ท่านเขียนหรืออ่านจากสื่อที่สรุปมาให้อ่านจะดีกว่า


นอกจาก 3 ประเด็นหลัก คงไม่มีอะไรที่ทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นขวัญใจของผม และของคนอื่นๆอีกด้วย


แต่ปัจจุบัน สังคมเปลี่ยนไป ผู้คนมีการศึกษาเพิ่มมากขึ้น ช่องทางสื่อสารและการรับรู้ของคนมีมากขึ้น ทัศนคติและค่านิยมของประชาชนที่มุ่งหวังต่อนักการเมืองเปลี่ยนไปมาก


ที่สำคัญ.....คู่ต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์ได้เปลี่ยนไปแล้วครับ


คู่ต่อสู่ของพรรคประชาธิปัตย์ มี 2 อย่าง


1.พรรคการการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่เดิมพรรคประชาธิปัตย์ มีคู่ต่อสู้บนเวทีการเมือง เป็นพรรค เฉพาะกิจ ไร้ชั้นเชิงทางการเมือง เพราะเป็นประเภท พ่อค้า หรือทหาร ที่อยากมาเล่นการเมือง บางคนพูดไทยยังไม่ชัด บางคนติดยึดกับระบบราชการทหาร กลุ่มการเมืองพวกนี้จึงเป็นได้แค่ "เป้า" ให้ ประชาธิปัตย์ซัดเสียจนอ่วมอรทัย


แต่ปัจจุบัน ...มิใช่อดีต.... ปัจจุบัน ทุนทักษิณ...ร่วมหัวจมท้ายกับทุนใหญ่อื่นๆ พวกนี้นอกจากมีเงินทุนหนาแล้ว ยังพูดไทยชัด พูดภาอังกฤษคล่อง แถมเข้าใจภาษาโลกด้วย ภาษาโลกคือ การบริหารจัดการที่เป็นวิทยาศาสตร์ ครับ มีการตลาด การประชาสัมพันธ์ มีการวิจัย (มิใช่การวิจารณ์นะครับ)


2.ความต้องการของสังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว ในอดีต คนไทยส่วนมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของปัจจเจกชนได้น้อย ผู้มีอำนาจรัฐและผู้กุมสื่อ จึงตอบสนองให้เฉพาะชนชั้นกลาง และชนชั้นสูง (เนื่องจากมีพลังทางการเมืองที่แท้จริง) คนเหล่าได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ส่วนคนชั้นล่าง แม้ได้รับแบ่งปันโภคทรัพย์ ก็ได้ไปอย่างไม่เป็นธรรม แต่ก็สามารถใช้ความเหนือกว่าตบตาให้เห็นว่าได้จัดสรรไปอย่างเป็นธรรมแล้ว


แต่ปัจจุบัน....สังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว ชนชั้นล่างอันต่ำต้อย..ที่เรียกกันว่า “รากหญ้า” ผู้ไม่เคยได้รับแบ่งปันโภคทรัพย์อย่างชนชั้นกลาง และชนชั้นสูงมาก่อน เมื่อทักษิณ ประกาศนโยบายเพื่อคนจน...แม้ในช่วงนั้น จะถูกเย้ยหยันว่าทำไม่ได้ ส่วนประชาชนชาวรากหญ้า แม้จะไม่ค่อยเชื่อว่าจะทำได้จริง(เพราะเคยถูกนักการเมืองหลอกจนชาชิน) แต่เมื่อทักษิณ ทำได้จริง ก็ย่อมได้ใจคนจน


อย่าว่าแต่กาบัตรลงคะแนนให้เลยครับ ตายแทนก็ยังได้ มีให้เห็นกันแล้วมิใช่หรือ ก็ลุงไพรวัลย์ นวมทอง เท็กซี่ผู้ไม่ยอมค้อมหัวให้กับรถถังไงครับ ความศัทธ่าทางการเมืองเช่นนี้ จะหาได้ที่ไหน? ที่เห็นๆ เมื่อจนตรอกก็วิ่งหางจุกตูดกันทั้งนั้น


อย่าลืมว่า คนจนทั้งหลาย เขาจนแต่เงินนะครับ แต่เขารู้ว่า......รัฐบาลทุกยุค ใช้เงินไปกับการกลบหนี้เน่าของสถาบันการเงิน ซึ่งคนโกงแบงค์ และได้ประโยชน์ มิใช่ชาวรากหญ้า


คนจนรู้ว่า....รัฐบาลทุกสมัย ใช้เงินไปกับโครงการขนาดใหญ่ ที่ผู้ได้รับประโยชน์ เป็นกลุ่มทุนการเมือง และพวกพ้องในชนชั้นสูง ผู้รับเหมาอะไรทำนองนั้นแหละ ชาวรากหญ้าหาได้ประโยชน์ใดไม่


เมื่อทักษิณ หยิบยื่นเครื่องชูชีพให้คนใกล้จมน้ำตาย แม้จะไม่ดีพอ ก็ยังดีกว่าจมน้ำตายไปต่อหน้าคนรวยๆ


เมื่อคนจนชอบทักษิณ....ก็เกิดปัญหา2 ประการ


1.จะยุบพรรคการเมืองที่ชื่อ “ไทยรักไทย” ก็ต้องมีพรรค “พลังประชาชน” จะยุบ “พลังประชาชน” ก็ต้องมีพรรค “พลังราษฎร” จะยุบพรรค “พลังราษฎร” ก็มีพรรค “พลังคนจน” จะยุบพรรคการเมืองไหนซักกี่พรรค กลุ่มการเมืองที่ชาวรากหญ้าเลือก ต้อง เป็นพรรค ที่อยู่ภายใต้ร่มเงา ทักษิณ จะขัง 111 นักการเมือง ก็ย่อมมีทายาทรุ่น 2 จะขังทายาทรุ่น 2 ก็ย่อมมีรุ่น 3


นี่มิใช่เพราะเหตุใด นอกจาก การประจบรวมกันของ 3 ประสาน 1.มีทุนใหญ่ 2.มีนโยบายต้องใจ 3.มีการบริหารจัดการแบบใหม่(การจัดองค์กรแบบใหม่) คือการเป็น “เจ้าของพรรค”โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่น ก็เหมือนกับการเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล โดยไม่จำเป็นต้องเล่นฟุตบอลเป็น


2.ความแตกแยกในสังคม อันเหตุมาจากชนชั้นสูง และชนชั้นกลาง เริ่มได้รับส่วนแบ่งด้านเศรษฐกิจน้อยลง อีกทั้งชนชั้นสูง และชนชั้นกลางที่อยู่นอกกลุ่มทักษิณ เสียพื้นที่ทางการเมือง ไร้ที่ยืน ถูกทอนอำนาจ ถูกลดความสำคัญลง ปัญหาความแตกแยกจึงเกิดขึ้นให้เห็นอยู่ในปัจจุบันและในอนาคต


สำหรับพรรคฝ่ายค้านสำคัญอย่างประชาธิปัตย์ ก็อย่างรีบถอดใจว่าจะเป็นฝ่ายคานไปนานแสนนาน อย่าได้กลัวเป็นฝ่ายค้าน เพราะการเป็นฝ่ายค้านมีโอกาสสร้างผลงานให้พรรค แต่ที่ต้องตระหนักคือ ประเด็นในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านควรเปลี่ยนไปด้วย หากยังหยิบประเด็นหยุมหยิม ไม่อาจทำร้ายความ "มหึมา"ของกลุ่มทักษิณได้


ประเด็นการค้านจึงต้องอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้อง เป็นจริง เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยส่วนรวม


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดึงสถาบันเบื้องสูง อันเป็นที่เคารพบูชาของคนไทยทั้งชาติ เป็นสถาบันที่ทุกคนยอมรับโดยพฤตินัยและโดยกฎหมาย มาเป็นประโยชน์ทางการเมือง ไม่บังควรอย่างเด็ดขาด หากมองด้วยสายตาที่เป็นธรรมแล้ว ผมเชื่อว่า ไม่มีคนไทยคนไหนจะคิดร้ายต่อสถาบันหลักของชาติอย่างแน่นนอน


ฉะนั้นในยุคนี้ การดึงเอาสถาบันอันเป็นที่เคารพสูงสุดของคนไทย มากล่าวหาทางการเมือง เป็นเรื่องไม่บังควรอย่างยิ่ง


หากสงสัยว่ากรณีใดเป็นการทำผิดกฎหมาย ก็ไปร้องทุกข์กับตำรวจ ให้นำคดีไปสู่ศาลยุติธรรมจะเป็นประโยชน์และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


ประเด็นการค้านจึงควรเป็นเรื่อง ความไม่ชอบมาพากลในการบริหาร หรือการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ ก่อผลร้ายต่อเศรษฐกิจ สังคม ต่างหาก ที่สำคัญควรเสนอทางออกที่เหนือกว่าวิธีการบริหารของรัฐบาลควบคู่ไปด้วย มิใช่มุ่งให้รัฐมนตรีคนหนึ่งคนใดต้องติดคุก หน้าที่ดังกล่าวเป็นเรื่องของตำรวจ อัยการ และศาลยุติธรรม


ท่านเชื่อหรือไม่ว่า หากนายจักรภพ เพ็ญแข ติดคุก จะมีคนอย่างจักรภพ ที่ทักษิณปั้นเสกขึ้นมาใหม่ได้อีกหลายร้อยหลายพันคน


การต่อสู้กับพรรคการเมืองภายใต้ร่มเงาของ “ทุนทักษิณ” จึงต้องมียุทธศาสตร์ใหม่


นี่ขนาดต่อสู้กับเงาทักษิณยังเหนื่อยขนาดนี้ หากทักษิณออกมาจาก "ขวด" เลขที่ 111 ได้ จะเหนื่อยกันขนาดไหน?
ความคิดเห็นที่ 17
สราลี วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 19.55 น.
http://www.oknation.net/blog/AnuchitIntranum


ผม อนุชิต (เกมส์) อินทรนุ่ม ประธานก่อตั้งยุวประชาธิปัตย์ พัทลุง ขอเชิญเพื่อนๆนักเรียน-นักศึกษา หรือผู้ปกครองที่มีบุตรชาย-บุตรสาวทุกท่านสมัครยุวประชาธิปัตย์ เพื่อร่วมสร้างพัทลุงไปด้วยกัน เพื่อนๆนักเรียน-นักศึกษาต่างจังหวัดสามารถที่จะคอมเม้นต์ได้ ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 16
สเม็ดขาว วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 23.06 น.
http://www.oknation.net/blog/SUPOJJANG


โลกร้อนคงจะลดยาก แต่ที่สำคัญทำอย่างไรจะไม่ทำให้ร้อนเพิ่มก่อนดีกว่า เพราะคนส่วนน้อยที่ขาดจิตสำนึก หวังเพียงความมั่งคั่งส่วนตัว สร้างปัญหาให้คนทั้งโลกยังมีให้เห็นอยู่มาก เมื่อกลางปี 50 ผู้ว่า กทม.เป็นตัวแทนประชุมลดปัญหาโลกร้อนที่กรุงนิวยอร์ค 40 ประเทศทั่วโลก สรุปว่า ตัวการสำคัญสร้างปัญหามลภาวะ และโลกร้อนมากที่สุดคือ 1 โรงไฟฟ้าถ่านหิน 2 โรงงานถลุงเหล็ก แต่ทั้งสองรายการกำลังถูกรัฐ และ เอกชนที่เห็นแก่ความมั่งคั่งผลักดันนำเข้ามาที่ประเทศเรา จังหวัดประจวบฯ บางสะพาน ที่มีธรรมชาติดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย แล้วจะเหลืออะไรละประเทศเรา
ความคิดเห็นที่ 15
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 23.00 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ไม่คิดว่า ทุกข์ของโลก จะเป็นโอกาสทองของไทย
ประเทศนี้ ไม่เคยแก้ปัญหาที่เกิดจากตัวเองได้ ดูตัวอย่างรธน.18ฉบับและปฏิวัติ16ครั้งใน76ปี การซื้อเสียง การคอรัปชั่น ฯลฯ อย่าหวังว่าจะแก้ปัญหาโลกอย่างน้ำมันแพง โลกร้อน ฯลฯ ได้ จนสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เห็นแต่พลิกวิกฤตเป็นวิบัติ...
เฮ ต่อไปคนไทยทั้งประเทศจะต้องบริโภคข้าวในราคาตลาดโลก ทั้งที่ส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก ไม่เหมือนมาเลเซีย ขายน้ำมันที่เขามี ต่ำกว่าเราลิตรละ7-8บาท เพราะรบ.เขาไม่กินตามน้ำ เรื่องภาษีน้ำมัน ที่ซ้ำเติมผู้บริโภค ไม่เหมือนของเรา ที่แกล้งไม่พูดถึงจุดนี้
ลุงหมักไม่เปิดบ้านเลขที่111หรอก ท่านก็ต้องมีจ๊อบเซ็คเคียวริตี้ของท่าน ลืมนักการเมืองโบราณแล้วหรือ พุดมีออนเดอะจ๊อบ ฟอร์เอเวอร์...
ความคิดเห็นที่ 14
khunjumbo วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 12.51 น.
http://www.oknation.net/blog/khunjumbo

สงสารตัวเอง,สงสารคนไทย,และสงสารประเทศไทย
เคยเห็นเจ้าของโรงงานที่ไม่ใช่คนไทยเอาเปรียบทุกอย่าง
ปล่อยมลพิษทำร้ายทำลายอีกด้วยเป็นมานานแล้วตำรวจเฉย เลยมีอดีตตำรวจ มาทำเองซะเลย ต่อข้อคิดเห็นและเสนอแบบ คืนเงินแล้วให้แม้วอยู่นอก ราชอาณาจักร เห็นจะยากเพราะแม้วต้องการเป็น โจโฉ ชักชวนปอบมาตักแผ่นดินและกอบโกย
ความคิดเห็นที่ 13
ฅนก๋อหมุย วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 10.53 น.
http://www.oknation.net/blog/thep70

ปัญหาของคนคนเดียว มีทางเลือก ๑ หรือ ๒
๑. แตกหักกันไปใครชนะ ได้ประเทศนี้ไปครอง
๒. เจรจาพบกันครึ่งทาง คืนเงินให้แต่ต้องเสียภาษีและไม่ต้องติดคุก แต่ห้ามเข้าประเทศ

พอรับได้ไหมครับ
........................

ถ้าคืนเงินต้องคืนแค่ครึ่ง อีกครึ่งมัดจำไว้
ถ้าเกิดไปเคลื่อนไหวนอกประเทศ ก็จะได้ยึดเงินมัดจำ....


ความคิดเห็นที่ 12
คนช่างเล่า วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 22.01 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

พวกที่ทำไม่ เป็นตี หลังหักแล้วเป้นไงตอนนี้
ความคิดเห็นที่ 11
Canary วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 21.51 น.
http://www.oknation.net/blog/ajhara

โอ้ เราคนไทยทำไงดี...
การเมืองยุ่งเหยิง งง ไปหมดแล้ว
ความคิดเห็นที่ 10
ลุงต้าลี่ วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 19.58 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

ประชาชนเพิ่มทวีคูณ ต้องแย่งกันกิน แย่งกันใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในโลกใบนี้ ถลุงกันจนเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม และท้องถิ่นทุกระดับในประเทศไทยไม่ให้ความสนใจจัดการกับระบบการขนส่งสาธารณะ ทั้ง ๆ ที่เป็นบทบาทหน้าที่ในท้องถิ่นของตน จึงสิ้นเปลืองการใช้น้ำมันอย่างไร้ระเบียบ
ความคิดเห็นที่ 9
กอร์ปศักดิ์ วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 17.39 น.
http://www.oknation.net/blog/korbsak

ปัญหาของคนคนเดียว มีทางเลือก ๑ หรือ ๒
๑. แตกหักกันไปใครชนะ ได้ประเทศนี้ไปครอง
๒. เจรจาพบกันครึ่งทาง คืนเงินให้แต่ต้องเสียภาษีและไม่ต้องติดคุก แต่ห้ามเข้าประเทศ

พอรับได้ไหมครับ
ความคิดเห็นที่ 8
ฅนก๋อหมุย วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 16.08 น.
http://www.oknation.net/blog/thep70

เนรเทศคนบางคน อย่างถาวร...คนไทยคงมีความสุข มากขึ้น...

ความคิดเห็นที่ 7
ครูโบราณ วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 14.44 น.

วันนี้ทุกคนต้องเริ่มจากตัวเอง พยายามปรับตัว
ที่จะใช้พลังงานให้ลดลงอย่างคุ้มค่า ลดความสุข
และความสบายในวันนี้เพื่อยึดความสุขให้ยาวนานขึ้น
อย่าคิดว่าธุระไม่ใช่ เราทุกคนช่วยกันโลกพ้นวิกฤตได้
ปัญหาบ้านเรากับคนๆเดียวทำไมเราจึงแก้ไม่ได้
นับวันคนๆนี้สร้างปัญหาให้ประเทศมากขึ้นๆ
จนจะถึงทางตันอีกรอบหรือ แล้วเราควรทำอย่างไร
ความคิดเห็นที่ 6
TaTee วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 12.47 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

ความทุกข์ของคนไทยไม่มีวันจบสิ้น...ตราบใดที่ยังหวังพึ่งคนอื่นอยู่
ความคิดเห็นที่ 5
redribbons07 วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 11.32 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07

อุณหภูมิการเมองไทย ไม่รู้ว่าร้อนแซงหน้าอุณหภูมิความร้อนโลกไปหรือยัง ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 4
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 11.24 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

แปลกใจที่คนจำนวนหนึ่ง ยังไม่ยอมรับความเป็นจริงขิงโลก
ความคิดเห็นที่ 3
หาดใหญ่2521 วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 09.39 น.
http://www.oknation.net/blog/wanderer

ผมเคยอ่านเจอะในเว็บเกี่ยวกับประชากรศาสตร์ ขององค์กรอะไรจำไม่ได้ เค้าบอกว่า ประชากรโลกมีแนวโน้มลดลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้แล้ว

ถ้าจำไม่ผิดประมาณว่าอีกห้าสิบปีประชากรจีนจะเริ่มลดลง ของไทยอีกไม่นานกระมัง

ความทุกข์ของคนไทย เราว่าอยู่ที่เราไปรอคนอื่นมาแก้ปัญหาให้เรามากไป ไม่ค่อยพยายามหาช่องทางที่จะแก้ปัญหาให้ตัวเอง ชอบอ้างปัจจัยภายนอกเสมอ
ความคิดเห็นที่ 2
chompoopookha วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 08.55 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha


ความคิดเห็นที่ 1
tatuk วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 08.53 น.
http://www.oknation.net/blog/tatuk

พวกสามหาวยังกร่างอยู่
ประเทศไทยคงย่ำอยู่กับที่อีกนานครับ

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30