พิมพ์หน้านี้
|
สงกรานต์ที่ผ่านมาผมซุกหัวนอนอยู่ที่ปายครับ ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนแต่ยังดีกว่ากรุงเทพ เพราะมีช่วงค่ำจนถึงเช้าตรู่ที่อากาศเย็นสบาย นอนรับลมได้โดยไม่ต้องเปิดแอร์ สงกรานต์ปีนี้ปายเงียบเหงา แต่ก็เป็นอย่างนี้เกือบทุกปี เพียงแต่ปีนี้เงียบมากหน่อย ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะกลัวควันไฟ กลัวอากาศร้อน ปีนี้คงสู้ราคาน้ำมันไม่ไหว หายหน้ากันไปหมดใครถามผมว่าเที่ยวปายช่วงไหนดีสุด ผมก็จะบอกไปว่า มาได้ตลอดปี ยกเว้นเมษายน และ พฤษภาคม ผมได้ใช้เวลาที่มีอย่างเหลือเฟือเก็บตกหนังสือดีๆที่สะสมไว้ รวมทั้งอ่านบทความต่างๆบนเว็บยิ่งค้นคว้ามาก อ่านมาก หาความรู้ใส่ตัวมาก ยิ่งเกิดความรู้สึกกังวลมาก กลายเป็นความทุกข์ครับ ถ้าไม่ระบายออกมาเสียบ้างคงจะไม่ดีเป็นแน่ จึงขอแบ่งปันความทุกข์กันหน่อย คงไม่เวอร์เกินไปที่จะบอกว่าผมเป็นห่วงอนาคตของโลกใบนี้ครับ มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกเล็กๆใบนี้มีจำนวนมากขึ้นทุกปี เชื่อว่ามีท่านผู้อ่านจำนวนไม่น้อย ( นับผมด้วยหนึ่งคน ) ที่ตอบไม่ได้ว่าปัจจุบันมีพวกเราอาศัยอยู่บนโลกใบนี้มากน้อยแค่ไหน ดูตัวเลขกันครับ ปี ค.ศ. ๑๙๕๐ ประชากรของโลกมีจำนวน ๒,๕๓๕ ล้านคน ผ่านมา ๕๐ ปี ถึงปี ค.ศ.๒,๐๐๕ จำนวนประชากรเพิ่มเป็น ๖,๕๑๔ ล้านคน
ไม่น้อยทีเดียว ผมลองมานั่งคิดดู ตอนผมลืมตาดูโลกวันแรก ( ปี ค.ศ. ๑๙๔๙ ) ผมมีเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเพียง ๒.๕ พันล้าน มาถึงวันนี้ ผมมีเพื่อนร่วมโลกมากกว่า ๖ พันล้านแล้ว ถ้าเปรียบเทียบอย่างนี้แล้วทำให้เราเห็นภาพได้ชัดขึ้นว่าทำไมโลกเราทุกวันนี้จึงมีปัญหามากมาย ๖ พันกว่าล้านคนที่อยู่บนโลกนี้มีการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน ดูตัวเลขในเชิงลึกจะพบว่า ๕๐ปีที่ผ่านมาประเทศที่มีอันจะกินมีประชากรเพิ่มขึ้นเพียง ๔๐๐ ล้านคน ขณะที่ประเทศที่ยากจนมีประชากรเพิ่มถึง ๓.๕ พันล้านคน คาดกันว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า ๒ พันล้านคน รวมเป็น ๙ พันล้านคนภายในปี ๒๕๕๐ ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ในประเทศที่ยากจนเป็นส่วนใหญ่ ความทุกข์ของโลกในวันนี้คือปัญหาสิ่งแวดล้อม เกิดจากคน ๖ พันกว่าล้านนี่ละ ปัญหาที่กำลังติดอันดับคือโลกร้อน กลายเป็นเรื่องที่พูดถึงกันมาก ใครไม่รู้จักโลกร้อนกลายเป็นเชย ไม่ทันสมัยเสียเลย ลองมาวิเคราะห์กันครับว่า ๖ พันกว่าล้านคน เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโลกร้อนหรือไม่ อย่างไร ตัวการสำคัญที่สร้างปัญหาให้กับโลกร้อนคือ ก๊าซ CO2 และที่ผ่านมาในอดีตคน ๖ พันกว่าล้านคนก็ไม่ได้เป็นตัวการใหญ่ที่ทำให้เกิดก๊าซ CO2 ทั้งหมด มีแต่เฉพาะกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้นที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซ CO2 มากที่สุด แต่วันนี้โลกเปลี่ยนไป เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เกิดจากเทคโนโลยีระบบอินเตอร์เน็ต โลกแคบลง โลกเล็กลง การค้าขายข้ามทวีป ข้ามโลก ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประเทศที่เตรียมตัวไว้ดีและมีความพร้อม เช่น จีน อินเดีย บราซิล สามารถพัฒนาประเทศให้ก้าวกระโดดไปข้างหน้า ประเทศของเขาเจริญขึ้นได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนานหลายปี ประชากรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เดิมโลกร้อนขึ้นจากฝีมือของประเทศที่มีอันจะกิน ประเทศในทวีปอเมริกาและยุโรป วันนี้ประเทศที่กำลังพัฒนาเช่นจีนและอินเดียซึ่งมีพลเมืองรวมกันกว่า ๒ พันล้าน กำลังก้าวกระโดด พัฒนาประเทศไปสู่ความมั่งคั่ง ได้ร่วมขบวนกับประเทศที่ร่ำรวย ปล่อย CO2 เพิ่มขึ้นความทุกข์ของโลกจึงหนักหนาสาหัสมากขึ้นหลายเท่าตัว ตัวอย่างมีให้เห็นที่ประเทศจีนครับ จีนกำลังเร่งก่อสร้างโรงผลิตไฟฟ้าทั่วประเทศ อัตราการขยายกำลังผลิตเทียบได้เท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด ๕๐๐ เมกะวัต สองโรงต่อ ๑ สัปดาห์ ภายในระยะเวลาหนึ่งปี โรงงานเหล่านี้จะปล่อยก๊าซ CO2 เทียบได้กับกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศอังกฤษทั้งประเทศ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศคาดการว่าปัจจุบันนี้ จีนปล่อยก๊าซ CO2 ที่เกิดจาก fossil fuel ในแต่ละปีแซงหน้าสหรัฐแล้ว สำนักงานได้แสดงความเห็นว่าประเทศจีนจะเป็นตัวเร่ง ทำให้ภาวะโลกร้อนเลวร้ายมากขึ้นในอนาคต ยังมีอีกครับ วันนี้คนจีนรวยขึ้น สมัยก่อนโต๊ะจีนมีแต่เมนูที่เน้นผักเป็นหลัก สมัยนี้เมนูบนโต๊ะจีนมีเนื้อ มีหมูมากขึ้น ประเทศจีนต้องนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลเป็นจำนวนมากเพื่อนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ บราซิลอยากรวยเร็ว เกษตรกรบุกทำลายป่าอเมซอน ขยายพื้นที่เพื่อนำมาใช้ทำไร่ถั่วเหลือง การเผาป่า ทำลายป่า เป็นการเพิ่ม CO2 ทับถมปัญหาโลกร้อนให้รุนแรงขึ้นไปอีก ยังไม่นับประเทศอินเดียที่กำลังไล่ตามจีนมาติดๆนะครับ นั่นคือปัญหาของโลก เป็นปัญหาที่จะเกิดขึ้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้ามนุษย์ไม่เปลี่ยนนิสัยการอาศัยอยู่ในโลกใบนี้ กลับมาดูเรื่องของมนุษย์เรากันเองบ้าง พลังงานกลายเป็นส่วนสำคัญของการดำรงชีวิตและเมื่อประชากรกว่าสองพันล้าน ( จีน บวก อินเดีย ) กำลังพัฒนาความเจริญไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า นั่นหมายถึงความต้องการใช้พลังงานมากขึ้น ราคาพลังงานถูกจึงเป็นเพียงเรื่องของอดีต มนุษย์เรามักจะนึกว่าตนเองเก่ง น้ำมันแพงก็รีบเสาะหาพลังงานทดแทน ผลผลิตจากพืชไร่มีราคาขึ้นมาทันทีเพราะเทคโนโลยีใหม่สามารถนำผลผลิตจากพืชไร่กลายเป็นเชื้อเพลิงใช้เป็นพลังงานได้ นึกว่าจะแก้ปัญหาได้ กลายเป็นหนีเสือปะจระเข้ เมื่อพืชไร่ราคาปรับตัวสูงแบบไม่เคยมีมาก่อนกลายเป็นต้นเหตุทำให้อาหารหลักของมนุษย์ (ข้าว ) ราคาขึ้นตามอีกหลายเท่าตัว ย้อนกลับมาเป็นความทุกข์ของมนุษย์ โดยเฉพาะคนจนของโลกนี้เป็นพันล้านคน เดือดร้อนกันทั่วหน้า แต่ข่าวดีก็พอมีครับ ปัญหาของโลกที่กำลังทวีความรุนแรงอยู่นี้ไม่ได้ขาดผู้ที่พร้อมจะเข้ามาแก้ไข นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักเศรษฐศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงจากสถาบันทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกำลังหาแนวทางที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ใช่แก้อย่าง แล้วไปกระทบอีกอย่าง ตัวอย่างที่นำมาให้ดูกันคือความคิดที่ไม่เพียงจะพยายามลดการปล่อยก๊าซ CO2 ออกไป แต่จะใช้ขบวนการนำก๊าซมารวมกัน และหาที่พักเก็บไว้ใต้ดิน เข้าท่าดีครับ
ผมเล่ามาให้ฟังทั้งหมดถือว่าเป็นแบบฉบับจิ๋ว ย่อกันสุดๆว่าโลกของเราและมนุษย์ที่อาศัยอยู่มีความทุกข์กันอย่างไร ข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากหนังสือ Common Wealth โดย Jeffrey Sachs ครับ คนไทย ๖๐ กว่าล้านเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก ย่อมหนีไม่พ้นความทุกข์เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมโลกทั้งหลาย เพียงแต่อาจมีความหนัก ความเบา ที่ต่างกัน น่าสนใจมากเป็นพิเศษคือความเป็นประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ทำให้เกิดความรู้สึกว่า พลังงานขาด พลังงานแพง เราผลิตพืชไร่ใช้ทดแทนได้ อาหารแพงเราก็ผลิตอาหารเองได้ ดูเหมือนว่าทุกข์ของโลกอาจเป็นโอกาสทองของไทย แต่ทำไมคนไทยถึงมีความทุกข์ หรือว่าเรามีนิสัยที่ชอบแก้ตัว ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้มีข้อแก้ตัวอยู่สองประเด็นใหญ่ เริ่มต้นแก้ตัวว่า ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้ เพราะเราไม่มีประชาธิปไตย ต้องให้มีรัฐธรรมนูญต้องให้มีการเลือกตั้งก่อน ต่อมาแก้ตัวว่า ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้ ต้องแก้รัฐธรรมนูญใหม่ เศรษฐกิจจึงจะได้ดีขึ้น อนาคตจะใกล้เข้าไปจนถึงจุดที่จะแก้ตัวว่า ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้ เพราะเราขาดนักการเมืองเก่งๆจากบ้านเลขที่ ๑๑๑ ไม่นานเกินรอเราจะได้ยินข้อแก้ตัวที่ว่า คืนเงินที่ยึดมา ยกเลิกคดีทุกคดี ประเทศจะได้เดินหน้าต่อได้ ความทุกข์ของคนไทยกลายเป็นเกิดขึ้นเพราะคนเพียงคนเดียว จะเดินหน้าต่อไปอย่างไรกันดีครับ. |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||